
สงคราม กับความอดทน
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : สงคราม กับความอดทน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรามีภาษิตที่ว่า “ดูหนัง ดูละคร แล้วจงย้อนมาดูตัวเอง” หรือเปล่า คนไทยส่วนมากจึงมักเกิดอารมณ์หรือความรู้สึกร่วม แบบที่คนสมัยใหม่เรียกกันว่า “อิน” กับหนังหรือละครที่ได้ชม จนถึงขนาดต้องมีข่าวว่าดาราละครที่เล่นบทร้ายต่อนางเอก มักจะไม่กล้าไปเดินตลาดในฤดูที่มีทุเรียนออกตลาดมากๆ เพราะกลัวว่าแม่ค้าในตลาดจะเอาเปลือกทุเรียนมาตบหน้า
หลายครั้งที่พบว่ามีการประท้วงจากกลุ่มคนวิชาชีพต่างๆ โดยกล่าวหาว่าละครหรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ที่อยู่ในแวดวงอาชีพนั้นๆ เสียหาย หรือบางครั้งถึงขั้นใช้คำว่าทำให้เกิดการดูถูกเหยียดหยามวิชาชีพไปเลยก็มี โดยอาจจะลืมไปว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่การแสดงหรือเป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นมาเท่านั้น
เรื่องอย่างนี้อยากจะแนะนำให้ดูคนญี่ปุ่นและเยอรมันเป็นตัวอย่าง ด้วยว่าในภาพยนตร์สงครามโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง ตัวละครที่แสดงเป็นทหารญี่ปุ่นและทหารเยอรมัน มักจะถูกผู้สร้างภาพยนตร์กำหนดบทบาทให้เป็นคนที่โหดเหี้ยมเกินความเป็นมนุษย์ กลายเป็นคนที่บ้าอำนาจ, โฉดเขลา, โง่, และหลายครั้งที่ถูกสร้างให้ทำอะไรเปิ่นๆ จนกลายเป็นตัวตลกไร้สมอง
แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นไม่เคยได้ยินข่าวว่าประชาชนชาวญี่ปุ่น, เยอรมัน หรือทางการของทั้งสองประเทศจะทำการประท้วงแต่อย่างใด ชนทั้งสองชาติต่างก้มหน้าก้มตาทำมาหากินทำงานตามหน้าที่ของตนเองอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แม้จะเชื่อได้ว่าในใจของใครก็ตาม ย่อมอดไม่ได้ที่จะโกรธและอายเมื่อถูกสร้างให้กลายเป็นชนชาติที่น่ารังเกียจและเขลาปานนั้น
แต่ความอดทนของชนทั้งสองชาติถูกแปลไปเป็นพลังให้กับงานในหน้าที่ จนเป็นที่ยอมรับกันทั้งโลกว่าทั้งชาวเยอรมันและญี่ปุ่น ล้วนแต่เป็นชนชาติที่ผู้คนมีความอดทนและมีวินัยต่อตนเองอย่างสูงยิ่ง ส่งผลให้ทั้งสองชาติเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และมีรายได้จากการค้าขายสินค้าของตนเองกระจายไปทั่วโลก
โลกทุกวันนี้การยกกองทัพเข้าไปโจมตีและยึดดินแดนกลายเป็นเรื่องที่ล้าสมัย แต่การโจมตีกันทางธุรกิจโดยมีตัวเลขของเงินตราเป็นเป้าหมาย กลายเป็นสงครามที่รุกคืบเข้าไปในประเทศต่างๆ ชนิดที่เจ้าของประเทศไม่รู้ตัวและไม่พยายามที่จะป้องกันตนเอง หรือหลายครั้งถึงขั้นเชื้อเชิญให้มีการเข้าไปลงทุนผลิต และทำมาค้าขายในประเทศของตนเองด้วยความเต็มใจอีกด้วย
การสูญเสียเอกราชในสมัยปัจจุบันนี้จึงไม่ใช่ถูกครอบครองโดยตัวแทนของประเทศผู้ชนะ แต่เป็นการถูกครอบงำทางการค้า และวัดผลกันที่การเสียดุลการค้าระหว่างกันและกันเป็นสำคัญ โลกของผู้แพ้สงครามในอดีตผู้ซึ่งก้มหน้าอดทนต่อการเย้ยหยันของผู้ชนะบนแผ่นฟิล์ม ทำให้ทุกวันนี้สามารถบอกได้ว่าไม่มีแผ่นดินของประเทศใดในโลกนี้ ที่ไม่มีสินค้าของญี่ป่นและเยอรมันเข้าไปวางจำหน่าย และส่วนใหญ่เป็นสินค้าชั้นนำในตลาดเกือบทุกแห่งบนโลกใบนี้ด้วย
ความอดทน, อดกลั้น, ข่มสติ และตั้งหน้าทำงานตามหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ ความไม่นำพาต่อการเยาะเย้ยไยไพในเรื่องของอดีต ซึ่งเป็นเรื่องที่ย้อนเวลาไปแก้ไขให้กลับกลายไม่ได้ จึงเป็นคาถาสร้างชาติที่มีมนต์ขลังน่าจับตาเป็นอย่างยิ่งครับ
-------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : สงคราม กับความอดทน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



