ข่าว

'ปืน'นำฝูงเรือลุ้น4แชมป์หงส์เกือบพัง

'ปืน'นำฝูงเรือลุ้น4แชมป์หงส์เกือบพัง

19 ม.ค. 2557

'อาร์แซน เวนเกอร์' พอใจผลงานลูกทีมนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกหลังผ่าน 22 นัด ขณะที่ 'หงส์แดง' หวิดแพ้คาบ้านไล่ตีเสมอ แอสตัน วิลลา 2-2

 

                          ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันเสาร์ที่ 18 มกราคม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ รับการมาเยือนของ ฟูแลม ทีมอันดับ 4 จากท้ายตาราง โดยเกมครึ่งแรกแม้ว่า อาร์เซนอล จะบุกอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ เสมอกันอยู่ 0-0 ก่อนที่ครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 57 ได้ ซาติ กาซอร์ลา ยิงไกลให้ทีมขึ้นนำ 1-0 และจากนั้น 5 นาที มาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาดจาก กาซอร์ลา คนเดิม ทำให้ อาร์เซนอล ชนะไป 2-0 นำเป็นจ่าฝูงต่อไป

                          หลังจบการแข่งขัน อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลพอใจกับผลงานของลูกทีมที่ยังนำเป็นจ่าฝูงหลังจากที่เกมผ่านไปแล้ว 22 นัด รวมทั้งยังยินดีที่ ซานติ กาซอร์ลา หายเจ็บกลับมาฟอร์มดีอีกครั้ง และกลับมาทำประตูได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน 

                          "เขาต้องพักมานานในช่วงต้นฤดูกาล และยังมีปัญหาการบาดเจ็บ หลังจากนั้นเขามีปัญหาที่ข้อเท้ามาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม แต่เขากลับมาได้แล้ว เมื่อคุณเจอกับคู่ต่อสู้ที่เล่นเกมรับต่ำ เขาเป็นนักเตะคนหนึ่งที่สามารถสร้างสิ่งที่พิเศษได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายทะลุและการยิงประตู เขาเล่นได้ทั้งสองเท้า และนั่นทำให้เขาอันตราย"

                          "เรากำลังมองหาความเป็นไปได้ในการเสริมทีม แต่ลองมองดูที่เราเล่นมา 22 นัด และเก็บได้ 51 แต้ม หากคุณเปรียบเทียบกับฤดูกาลอื่นๆ คุณจะเห็นว่านี้เป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ดีที่สุด เรามีกลุ่มนักเตะชั้นดี และเรามีการหมุนเวียนเอานักเตะชั้นดีนั่งสำรองได้บ้าง ผมมีความสุขกับฟอร์มทีมของผม เพราะว่าเรามีความสม่ำเสมอ ต้องไม่ลืมว่าเราเริ่มต้นอย่างยากลำบาก แต่ด้วยจิตใจทำให้เรารับมือได้" เวนเกอร์กล่าว

                            ขณะที่ เรเน มูเลนสตีน ผู้จัดการทีมฟูแลม ยังมั่นใจว่าทีมจะรอดตกชั้นได้ เนื่องจากเกมนี้ลูกทีมแสดงให้เห็นว่ามีสปิริตที่ดี รวมทั้งในทีมยังมีนักเตะที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

 

                          "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี รองจ่าฝูงยังตามหลัง อาร์เซนอล อยู่เพียงแต้มเดียวเหมือนเดิม หลังจากเปิดบ้านเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ 4-2 โดยได้ประตูจาก เอดิน เชโก นาทีที่ 14, เฆซุส นาบาส นาทีที่ 33, ยายา ตูเร นาทีที่ 76 และเซร์คิโอ อาเกโร นาทีที่ 79 ขณะที่ทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ได้จาก เครก นูน นาทีที่ 29 และ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ นาทีที่ 90 ซึ่งจากผลงานของ แมนฯ ซิตี ในช่วงนี้ ทำให้ มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีมเชื่อว่าทีมมีลุ้นแชมป์ถึง 4 ถ้วยทั้ง พรีเมียร์ลีก, ลีก คัพ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และเอฟเอ คัพ

                          "ผมคิดว่าเราอยู่ในช่วงที่ดีมาก มีความมั่นใจกันทั้งทีม ไม่ใช่เพียงแค่ 11 ตัวจริง ความมั่นใจนั้นสูงมากในตอนนี้ แน่นอนฤดูกาลของพวกเราดำเนินต่อไป และเมื่อเดือนที่แล้วมีความกดดันสูงมากขึ้น แต่โดยรวมแล้วผมหวังว่าเราจะเดินต่อไปได้ มันคงสูสีมากในพรีเมียร์ลีก แต่มันไม่ใช่แค่พรีเมียร์ลีก รายการอื่นๆ ก็เช่นกัน เราไม่ได้ลุ้นเพียงแค่ทีมเดียว แต่เราอยู่ในสถานการณ์ที่แข็งแกร่ง และเราหวังว่าจะสามารถเป็นแบบนี้ต่อไปได้"

                          "ทีมกำลังดีขึ้น เราต้องลุ้นในทุกแชมป์ เราเล่นได้ดีขึ้นกว่าตอนเริ่มฤดูกาล แต่มันไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักกับแนวทางที่ทีมเล่นกันมาหลายปี นักเตะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ตอนนี้เราต้องดำเนินต่อไป" เปเยกรินีกล่าว

 

                          ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เกือบจะแพ้ "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลลา คาบ้านตัวเอง หลังจากโดนทีมเยือนออกนำก่อน 2-0 จาก อันเดรียส์ ไวมันน์ นาทีที่ 25 และคริสเตียน เบนเตเก นาทีที่ 36 แต่ช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ หลุดไปยิงตีไข่แตกให้ทีมไล่มา 1-2 ก่อนที่ครึ่งหลังนาทีที่ 53 เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษจากการพุ่งล้มของ หลุยส์ ซัวเรซ และสตีเวน เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารเข้าไป จบเกมจึงเสมอกันไป 2-2

                          ผลคู่อื่นๆ คริสตัล พาเลซ ชนะ สโตค 1-0 จาก เจสัน พันเชียน นาทีที่ 51, นอริช ชนะ ฮัลล์ 1-0 จาก ไรอัน เบนเนตต์ นาทีที่ 87, ซันเดอร์แลนด์ เสมอ เซาแธมป์ตัน 2-2 เจ้าถิ่นได้จาก ฟาบิโอ บอรินี นาทีที่ 32, อดัม จอห์นสัน นาทีที่ 71 ทีมเยือนได้จาก เจย์ โรดริเกซ นาทีที่ 4 และ เดยัน ลอฟเรน นาทีที่ 31, เวสต์แฮม แพ้ นิวคาสเซิล 1-3 เจ้าถิ่นได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ไมค์ วิลเลียมสัน นาทีที่ 45 ทีมเยือนได้จาก โยอัน คาบาย นาทีที่ 16 กับ 90, โลอิก เรมี นาทีที่ 33 สรุปอันดับคะแนน อาร์เซนอล 51 แต้ม, แมนฯ ซิตี 50 แต้ม, เชลซี 46 แต้ม, ลิเวอร์พูล 43 แต้ม, เอฟเวอร์ตัน 41 แต้ม

 

 

-----------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)