ข่าว

'พุทธะอิสระ'เก็บตัวเงียบหลังเวที

'พุทธะอิสระ'เก็บตัวเงียบหลังเวที

19 ม.ค. 2557

'พุทธะอิสระ' เก็บตัวเงียบ หลังนำมวลชนไปให้กำลังใจ 'สุเทพ' ด้าน 'สาทิตย์' เพิ่ม 3 มาตรการป้องบึ้ม ขณะที่ 'คปท.' ตรวจเข้มพื้นที่ชุมนุม

 

                          19 ม.ค. 57  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม กปปส.เวทีศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ มีการแสดงดนตรีของวงนิลไอยรา จากจังหวัดชลบุรี ร้องเพลงสร้างสีสันผ่อนคลายให้กับผู้ชุมนุมที่ปักหลัก ได้โยกย้ายกันอย่างสนุกสนานตามจังหวะเสียงเพลง สลับกับการปราศรัยของแกนนำย่อย ทำให้บรรยากาศค่อนข้างครึกครื้น นอกจากนี้บนเวทียังสลับสัญาณการถ่ายสดของช่องบูลสกายติดตามเหตุการณ์ระเบิดที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นระยะ

                          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับพื้นที่รอบนอกเวทีปราศรัยผู้ชุมนุมจับกลุ่มวิจารณ์กรณีมีผู้บาดเจ็บ 28 รายจากเหตุระเบิดครั้งล่าสุด พร้อมตำหนิผู้ก่อเหตุและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ปล่อยให้เกิดเหตุรายวัน มวลชนบางส่วนได้วิพากษ์วิจารณ์ต่อว่าผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ยังมีการฉายภาพงานศพนายประคอง ชูจันทร์ ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง

                          สำหรับความเคลื่อนไหวของหลวงปู่พุทธะอิสระ ภายหลังนำมวลชนเดินทางไปให้กำลังใจนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เมื่อกลับมาถึงเวทีแจ้งวัฒนะก็ได้เก็บตัวเงียบ โดยไม่ออกมาพบปะกับมวลชนแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่การ์ดที่คอยคุมเข้มงวดบริเวณที่หลวงปู่พักผ่อนในเต้นท์บริเวณด้านหลังเวที ขณะที่นายพงศา ชูแนม แกนนำเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ กล่าวว่า ได้นำมวลชนบางส่วนเดินทางกลับจังหวัดชุมพร และอีกส่วนยังคงอยู่ที่เวทีแจ้งวัฒนะเช่นเดิม ส่วนสาเหตุที่กลับไปนั้นเนื่องจากต้องไปทำการปิดพื้นที่ภาคใต้ใหัมากยิ่งขึ้นเพื่อต่อต้านรัฐบาล เพราะมวลชนทางภาคใต้บางส่วน ยังไม่พร้อมขึ้นมาร่วมกับเวทีที่กรุงเทพมหานคร ตนจึงลงไปช่วยเวทีทางภาคใต้ก่อน และจะกลับมาที่เวทีแจ้งวัฒนะอีกครั้งในวันที่ 23 ม.ค. ส่วนครัวพะโต๊ะที่ทำอาหารเลี้ยงผู้ชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะนั้น เบื้องต้นทางแม่ครัวต้องขอพักก่อนเนื่องจากเหนื่อยล้าจากการทำอาหารมานากว่า 1 สัปดาห์แล้ว คาดว่าจะกลับมาให้บริการประชาชนผู้ชุมนุมในเร็วๆ นี้

                          สำหรับการจราจรบริเวณพื้นที่การชุมนุมล่าสุดการ์ดรักษาความปลอดภัยเปิดถนนฝั่งขาเข้าแยกหลักสี่ อนุญาตให้รถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าออกได้

 

 

'สาทิตย์' เพิ่ม 3 มาตรการป้องบึ้ม!

 

                          เมื่อเวลา 16.00 น. ที่แยกปทุมวัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส. เปิดเผยว่า หลังเกิดระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตนได้พูดคุยกับนายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.ซึ่งดูแลเวทีที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ว่า มีเป้าหมายที่ตัวนายถาวร และครั้งนี้รุนแรงกว่าเหตุการณ์ ที่บรรทัดทอง

                          ทั้งนี้ในส่วนของเวทีปทุมวัน จากนี้ไปจะเพิ่มมาตราการเข้มสูงสุด

                          1. เพิ่มเครื่องสแกนอาวุธเพิ่ม และมีการตรวจกระเป๋าผู้เข้าร่วมการชุมนุมทุกใบ

                          2. เป้าหมายคาดว่าจะเป็นที่บริเวณเวที ก็จะเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัยรอบเวที ให้มากขึ้น และจะมีการขยายแนวป้องกันบางจุดออกไป

                          3. เพิ่มจำนวนทีมลาดตะเวนรอบสถานที่ชุมนุมให้มากขึ้น รวมทั้งเฝ้าระวังบุคคลที่แฝงตัวเข้ามาร่วมชุมนุมเพื่อก่อเหตุ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาจับผู้แฝงตัวได้ 2 คน

                          อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่กลัว และไม่มีใครตอบได้ว่าจะเกิดเหตุขึ้นอีกหรือไม่ แต่เป้าหมายคือดูแลผู้ชุมนุมเอง

                          ส่วนการตั้งด่านร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนมองว่า ไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร เพราะไม่มีค้นรถกะบะหรือรถแท๊กซี่ แต่กลับไปตรวจค้นรถพยาบาลแทน ตนไม่หวังอะไรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตอนนี้ประชาชนต้องพึ่งตัวเอง    

                          นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า การแถลงของ ศอ.รส.ในวันนี้ (19 ม.ค.) ถือเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุด เพราะมีการกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมโยนระเบิดกันเอง

 

 

เดินหน้าต่อเเม้มีเหตุระเบิดรายวัน

 

                          นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส.กล่าวถึงเหตุระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิช่วงบ่ายวันนี้ว่า เป็นการกระทำที่อุกอาจ ใช้ความรุนแรง ข่มขู่ คุกคาม ประชาชน พยายามเอาชีวิต ทั้งนี้เห็นว่าประชาชนสู้ไม่ถอย ยังคงเข้าร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาชนตัดสินใจแล้วว่า ไม่ยอมให้ระบอบทักษิณกดขี่ข่มเหงตลอดไป แม้จะมีความรุนแรง แต่ก็ยังยืนยันที่จะสู้ ประชาชนไม่กลัว พร้อมที่จะออกมาสู้ จนกว่าชัยชนะจะเกิดขึ้น

                          นายเอกนัฏ กล่าวว่า วันนี้เห็นได้ชัดเลยว่า มีกระบวนการที่เลวร้ายใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชนเป็นระบบ ซึ่งประชาชนไม่ได้โง่ เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่สามารถจับตัวคนผิดได้เลยแม้แต่คดีเดียว ขอย้ำว่า ศอ.รส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่่ออกมาชุมนุมใช้สิทธิและเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ร้ายทำร้ายประชาชนตามใจชอบ

                          นายเอกนัฏ กล่าวว่า ถึงแม้จะมีเหตุระเบิดรายวัน แต่เราจะยังเดินต่อไป ถ้าจะถามว่า จะทำอย่างไรนั้น คิดว่าน่าจะถามรัฐบาล และตำรวจมากกว่า ว่าทำอะไรอยู่ เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มา ไม่สามารถจับผู้ร้ายได้เลย และพยายามเป่าหลักฐานโยนความผิดให้ประชาชน เพื่อสร้างสถานการณ์ สังเกตเห็นได้ชัดว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นผู้ชุมนุมไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่บาดเจ็บล้มตาย รัฐบาล และ สตช.ควรแสดงความรับผิดชอบ หรือจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้

 

 

'คปท.' เข้มหลังเหตุระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

 

                          เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ในช่วงเย็น ว่า การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น โดยเวทีปราศรัยได้มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปราศรัย การแจ้งข่าวสาร และการแสดงดนตรี เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้แก่ผู้ชุมนุม และเพื่อสร้างความบันเทิง อย่างไรก็ตามบนเวทียังได้มีการประกาศขอความร่วมมือกับผู้ชุมนุมเป็นระยะ เรื่องช่วยกันสอดส่องดูแลเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งยังได้ให้ผู้ชุมนุมเปิดเต็นท์รับแสง เพื่อที่จะได้เห็นสิ่งของภายในเต็นท์ เนื่องจากกลัวผู้ไม่หวังดีเข้ามาทำร้ายผู้ชุมนุม นอกจากนี้ยังได้ให้ผู้ชุมนุมผู้ชายเตรียมบัตรประชาชนไว้ให้การ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมตรวจอีกด้วย เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่เข้ามาปะปนกับผู้ชุมนุม ส่วนด้านการรักษาความปลอดภัย การ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการตรวจกระเป๋าผู้ที่จะผ่านเข้าพื้นที่ชุมนุมอย่างละเอียด รวมทั้งได้มีเครื่องตรวจสแกนหาอาวุธด้วย

                          ทั้งนี้ทาง คปท.ยังได้สั่งเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนรอบพื้นที่ชุมนุม ภายหลังที่เวทีกปปส.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถูกปาระเบิดใส่หลังเวที ทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก