ข่าว

'ปชป.'จี้'ปู'รับผิดชอบชาวนาไม่ได้เงินจำนำข้าว

'ปชป.'จี้'ปู'รับผิดชอบชาวนาไม่ได้เงินจำนำข้าว

19 ม.ค. 2557

"ปชป."จี้"ปู"รับผิดชอบทำชาวนาเดือดร้อนไม่ได้เงินจำนำข้าวเหตุทุจริตทุกขั้นตอนจวก นายกฯล่องหนหนีปัญหา รบ.ทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะโกหกชาวนาโยนบาป กปปส.-องค์กรอิสระ

 
 
 
          วันที่ 19 ม.ค.57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเดือดร้อนของชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว ทั้งที่มีใบประทวนแล้วว่า ความเดือดร้อนของชาวนาเป็นสิ่งที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่เคยพูดถึงทั้งที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐที่เปิดโอกาสมีการทุจริตและโกงชาวนา จนปัญหาสะสมมาถึงวันนี้ แต่นายกฯกลับลอยตัวอยู่เหนือปัญหาจนชาวนาเดือดร้อนทั้งประเทศ การมีนายกฯรักษาการก็เหมือนไม่มี ล่องหน สิ่งที่ควรทำไม่ทำ ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ละทิ้งแม้กระทั่งฐานเสียงชาวนา เป็นความล้มเหลวของประชานิยมหวังผลฉาบฉวยที่สุดท้ายทำลายประเทศและเกษตรกร สาเหตุที่ทำให้โครงการนี้เดินต่อไม่ได้เพราะมีการทุจริตทุกขั้นตอน แต่ผู้ที่รับผิดชอบไม่แก้ปัญหาโยนบาปให้องค์กรอิสระ เช่น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เด็กเลี้ยงแกะ ออกมาโกหกซ้ำอย่างไม่มีจิตสำนึก โดยอ้างว่าจ่ายเงินไม่ได้เพราะ กปปส.ไปปิดกระทรวงการคลัง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการชุมนุมหรือองค์กรอิสระใด แต่เกิดจากการทุจริตจนไม่มีเงินจ่ายชาวนา
 
          นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า พรรคจะใช้โครงการจำนำข้าวเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาเพื่อการปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้ง ไม่ให้มีนโยบายหลอกลวงประชาชนอีก และปฏิรูปเพื่อให้มีการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยสัปดาห์หน้าจะเดินหน้านำทั้งแผนปฏิรูปการป้องกันการคอร์รัปชั่นและกระบวนการเลือกตั้งนำเสนอต่อสังคมเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะลงพื้นที่พบกับชาวนาเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่เหมาะสมกับการเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากปล่อยให้มีการทำจีทูจีปลอม ทำให้ไม่มีเงินจากการระบายข้าวมาจ่ายชาวนา แต่กลับเอาการเลือกตั้งมาบังหน้าว่าระบายข้าวไม่ได้เพราะผิดกฎหมายเลือกตั้ง เป็นความคิดแบบคนโกงที่ครบวงจร
 
          สำหรับพื้นที่ที่นายอภิสิทธิ์ จะลงไปรับทราบปัญหาจากชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ประชาชนไม่ได้เงินรับจำนำข้าว โดยจะเริ่มต้นลงพื้นที่ที่ภาคกลางก่อนเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุดในขณะนี้
 
 
 
 
"ปชป."โต้"ยิ่งลักษณ์"ร่อนจม.แฉโกหกข้ามชาติ 
 
          นายชวนนท์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการชี้แจงกับต่างชาติให้เข้าใจสถานการณ์การเมืองภายในประเทศอย่างถูกต้องหลังจากถูกนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลบิดเบือนต่อนานาชาติรวมทั้งเลขาธิการสหประชาชาติว่า จดหมายที่จะจัดส่งไปยังองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลก สื่อมวลชนต่างประเทศ สถานทูตทุกแห่งในไทย ในวันที่ 20 ม.ค.57นี้ โดยได้สรุปเรียบเรียงแหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลในสามประเด็นหลักคือ 
 
          1. เริ่มจากเวทีผ่าความจริงที่ถูกมวลชนคนเสื้อแดงคุกคามสมาชิกพรรคและการจัดกิจกรรมโดยมีเจ้าหน้าที่รัฐคอยอำนวยความสะดวก กระทั่งมาถึงการยิงการ์ด คปท.การเสียชีวิตของนายวสุ สุฉันทบุตร นายยุทธนา องอาจและการปาระเบิดที่บรรทัดทองจนนายประคอง ชูจันทร์ เสียชีวิต เพื่อแสดงให้เป็นความจริงว่ารัฐบาลข่มขู่คุกคามฝ่ายเห็นต่างมาโดยตลอดไม่ใช่อดทนอดกลั้นเหมือนที่สร้างภาพกับสื่อต่างประเทศ 
 
          2.ชี้ให้เห็นถึงกระบวนการทุจริตคอร์รัปชั่น เช่นโครงการทุจริตจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.ชี้มูลในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนเป็นสาเหตุให้ประเทศไทยตกอันดับการจัดอันดับความโปร่งใสต่อเนื่องจนคนไทยลุกฮือขึ้นต่อต้าน 
 
          3.ตลอดสองปีที่ผ่านมาใช้อำนาจจากประชาชนบิดเบือน ออกกฎหมายล้างผิด แก้รัฐธรรมนูญขัดต่อกระบวนการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย คุกคามองค์กรอิสระ ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลกลายเป็นโมฆะในสายตาประชาชนจนคนไทยจำนวนมากปฏิเสธรัฐบาลยิ่งลักษณ์และต้องการที่จะปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง
 
          นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่านับตั้งแต่มีการชุมนุมของ กปปส.ว่าสถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้น มีการก่อกวนรอบพื้นที่การชุมนุมทั้งการโยนระเบิดปิงปอง ใช้แก๊งอันธพาลก่อกวน ลอบยิง ลอบฆ่าการ์ด ลอบทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม จนกระทั่งมีการลอบยิง ปาระเบิดบ้านพักแกนนำ กปปส.และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะการปาระเบิดที่บรรทัดทองจนมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งรวมเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วมีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 3 คน คือนายวสุ สุฉันทบุตร นายยุทธนา องอาจ และ นายประคอง ชูจันทร์ ทั้งที่รัฐบาลพูดตลอดว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม แต่กลับปล่อยให้ผู้ชุมนุมถูกกระทำด้วยความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต นายกจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ โดยรัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองผู้ชุมนุมภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แล้วว่าเป็นการชุมนุมภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ นายกจึงมีหน้าที่คุ้มครองผู้ชุมนุมตามกฎหมาย ไม่ให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ สูญเสียชีวิตจากการก่อเหตุรุนแรง ซึ่งพบว่าตลอดเวลาที่เกิดความรุนแรงกับผู้ชุมนุมไม่ปรากฏว่ามีการระงับเหตุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างทันท่วงที หรือมีการเตรียมการป้องกันเหตุแต่อย่างใด นายกจึงไม่ควรทำตัวปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการตายของประชาชนแต่พูดแค่ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงเท่านั้น
 
          นอกจากนี้ ศอ.รส.โดยเฉพาะ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ได้ออกมากล่าวหาผู้ชุมนุมจัดฉากให้เกิดความรุนแรงเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่ยังไม่มีการสืบสวนสอบสวนหาคนผิดมาลงโทษ หากรัฐบาลมีความจริงใจดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐสามารถดูแลให้การชุมนุมอย่างสันติของประชาชนเกิดขึ้นได้ ยกเว้นว่ารัฐบาลประสงค์ให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมลดลง ทำให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ใส่ใจดูแลประชาชน อย่างไรก็ตามนับจากนี้เป็นต้นไปหากยังมีความรุนแรงเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมโดยที่รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ก็คงไม่สามารถกล่าวโทษประชาชนได้ ถ้าประชาชนจะคิดว่ารัฐบาลรู้เห็นเป็นใจให้ความรุนแรงเกิดกับผู้ชุมนุม ซึ่งหากความรู้สึกของประชาชนเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับรัฐบาลกำลังสะสมความเคียดแค้นชิงชังให้กับผู้ชุมนุมที่ถูกกระทำ อันจะทำให้สถานการณ์บานปลายนำไปสู่ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น