
'ผบ.สส.'หนุนเจรจาหาทางสงบ
'ผบ.สส.' ห่วงสถานการณ์รุนแรง หนุนเจรจาหาทางสงบ ลั่นจุดยืนทหารทำตามกติกา-ดูแลปชช. แนะ 'ตร.-ม็อบ' ร่วมมือช่วยดูแลความปลอดภัย
18 ม.ค.57 ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่บริเวณการชุมนุมว่า ทางกองทัพเป็นห่วงอยู่แล้ว เพราะหน้าที่ของทหาร คือการรักษาอธิปไตย ความมั่นคง ปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของประเทศ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในขอบเขต การดำเนินการอะไรจะมีทั้งสีดำ และสีขาว แต่เมื่อรวมกันแล้วจะเป็นสีเทา เหมือนทหารสมัยนี้ที่ทหารจะทำงานร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ซึ่งทุกอย่างเราเป็นห่วงหมดจึงพยายามให้มีการคุยกันเพื่อทำให้เกิดความเรียบร้อย โดยเราพูดคุยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำอาสาสมัครรักษาความปลอดภัย หรือ ผู้ชุมนุมมาร่วมกันทำให้เกิดความปลอดภัย คนไทยทุกคนรักประเทศ แต่ตนงงนิดๆว่า เมื่อทุกคนรักประเทศ แต่ทำไมไม่ทำความรักให้เป็นโอกาสที่ทำให้ประเทศเจริญขึ้น การเดินขบวนของผู้ชุมนุม กฎหมายระบุว่าสามารถทำได้ แต่จะทำอย่างไรให้เดินแล้วมีความปลอดภัย
ดังนั้นน่าจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะหากทำร่วมกันได้ก็จะไม่มีเรื่อง ประเทศขณะนี้เหมือนร่างกายอ่อนแอและมีโรคแทรกซ้อนจึงต้องดูแลไม่ให้อ่อนแอ เปรียบกับการวางกำลังแนวชายแดน เพื่อป้องกันภัยแทรกซ้อน เปรียบเหมือนมะเร็ง ถ้าป้องกันได้ มะเร็งก็ไม่แพร่เข้ามา นี่คือสิ่งที่เป็นห่วง
“ผมเป็นห่วง ไม่อยากให้ใครเป็นอะไร ถ้าร่วมกันได้ อยากทำอะไรก็ทำ แต่ต้องในสิ่งที่อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ใช่ทุกคนอยากทำอะไรก็ทำได้ หากต่างคนต่างทำก็จะยุ่งกันไปหมด เรื่องอาวุธ กระสุน เป็นเรื่องของความรุนแรงที่ไม่ควรให้เกิด ละเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่ยังสามารถแก้ไขได้ด้วยการดูแลร่วมกัน ส่วนบางจุดที่ไม่เกิดเหตุรุนแรง ผมก็ขอชื่นชม ในที่สุดความเห็นที่เหมือนกันจะได้ความลงตัวที่ดี ประเทศจะได้ชัยชนะ ส่วนเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณถ.บรรทัดทองนั้น ทราบจากข่าวว่า ผู้ชุมนุมมีการเปลี่ยนเส้นทางเดินกะทันหัน ถ้าผมจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนไปในเส้นทางที่ไม่ถูกลอบทำร้าย แต่บังเอิญไปโดน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย แต่ กปปส. ไม่อยากให้เข้าไปทำ ถ้าไม่มั่นใจว่าจะทำได้ดีก็ต้องจัดเจ้าหน้าที่มาสังเกตการณ์ว่า ตำรวจทำตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่ สิ่งใดไม่ดีก็จะได้แจ้งกันได้จะได้ช่วยขยายสิ่งที่ไม่ดี ทั้งนี้จากที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางตำรวจต้องทำหน้าที่เหมือนเดิม แต่ทางตำรวจบอกว่า ทางกลุ่ม กปปส.ไม่ให้ทำ แต่จะให้ทหารทำอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่ใช่หน้าที่จึงต้องพาตำรวจหรือนำอาสาสมัครที่ดูแลความปลอดภัยไปด้วย เพราะหากไม่มีใครทำงานก็ต้องเลิกหมด ดังนั้นผมหรือคนอื่นไม่ทำก็ไม่ได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ดีที่มีคนอื่นมาคุยตรงนี้ได้” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
ส่วนความพยายามให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า บ้านเราต้องแก้กันเอง เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาไม่ได้นำประเทศอื่นมาช่วยแก้ปัญหาชายแดน แต่ปัญหาก็จบด้วยดี ถ้าเอาคนอื่นเข้ามาจะเหมือนกับเป็นการสาวไส้ให้กากิน ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับทางผู้นำทางทหารของต่างประเทศเป็นประจำ โดยตนพยายามสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติว่า ทหารจะปฏิบัติตามกติกา ไม่ให้มีใครเป็นอะไร และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่างประเทศเข้าใจและชื่นชมว่า ทหารวางตัวได้เหมาะสม ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังสันติ ไม่ตีกัน ซึ่งตนมั่นใจว่า กลุ่มผู้ชุมนุมและรัฐบาลไม่อยากให้มีใครเป็นอะไร แต่บางครั้งสุดวิสัย เมื่อเกิดแล้วเราต้องจับวิกฤติให้เป็นโอกาส มาพุดคุยกัน ยิ่งคุยกันเร็ว คุยกันบ่อยดีกว่าพูดกันมาก แต่ไม่ได้หมายความว่า ให้เลิกประท้วง ซึ่งสามารถทำให้ทุกคนกลับมาวิน-วินได้
“บางทีทุกอย่างเสียหมดเลยทั้งรัฐบาล และกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ประเทศชาติได้ ผมมั่นใจว่า ทั้งรัฐบาลและม็อบก็เอา แต่จะทำอย่างไร ถ้าไม่คุยกันจะไม่เห็นวิธี ความจริง มองว่า การมาประท้วงก็เหมือนการมาเลือกตั้งที่บอกว่า อันไหนดีหรือไม่ดี แต่ระบบกฎหมายยังเดินหน้าอยู่ และการตรวจสอบดำเนินคดีต้องทำต่อไป เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นอำนาจของศาลเราไม่สามารถไปยุ่งได้ แต่เราสามารถตั้งคนเข้าไปสังเกตการณ์ คอยดูได้ ความเห็นคน 100 คนไม่เหมือนกัน แต่ต้องมีย่านกลางที่ใกล้กัน ความเห็นของคนที่มีสิทธิเลือกตั้งมีประมาณ 40ล้านคน ก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ต้องมีเส้นอยู่คู่หนึ่งที่ทุกคนเห็นคล้ายกันและเป็นประโยชน์ต่อชาติ ผมมีอยู่อย่างเดียว คือ อยากให้ทุกคนคุยกันและปลอดภัย ในจุดที่ทหารยืนอยู่ตรงนี้ กองทัพมั่นใจว่า คุยกับตำรวจ รัฐบาลหรือใครก็ได้เพื่อไม่ให้มีเรื่อง จะสังเกตว่าถ้ามีการพูดคุยและทำตามที่คุยจะไม่มีเรื่อง” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เหล่าทัพจะเป็นคนกลางในการพูดคุยระหว่างสองฝ่ายได้หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ใครๆก็เป็นได้ ถ้าทุกคนยอมรับก็เป็นคนกลางได้ ทุกคนพร้อมให้ประเทศกลับมาสู่สิ่งดีๆ ตนมองโลกในแง่ดี ทุกคนอยากให้ประเทศดีจึงมีการแสดงออกมา เมื่อถามว่า รัฐบาลกับ กปปส.เหมือนเส้นขนานหาทางบรรจบกันไม่ได้ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายอาจอยากคุยกันก็ได้ แต่ยังหาคนกลางไม่ได้ และเรายังตอบไม่ได้ว่า ใครจะมาเป็นคนกลาง ส่วนจะให้นายกฯลาออกเพื่อให้สถานการณ์ยุติหรือไม่นั้น ก็ต้องกลับไปถามกันอีกที เพราะขณะนี้ตัวละครมีมาก ก่อนหน้านี้ตัวละครน้อย แต่ตอนนี้มี 3-6 คนจึงต้องกลับไปถามตัวละครทั้งหมด อีกทั้งตัวละครหลักมีอยู่ เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า จะให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า หากใครรู้จักตน ตนจะลาออกจากราชการเมื่อ 6 ปีที่แล้ว แต่ไม่สามารถลาออกได้ แล้วจะให้ตนมาทำงานหลังเกษียณจ้างให้ก็ไม่ทำ ตนจึงพูดว่าแมงโม้เยอะ
เมื่อถามว่า กำชับกำลังพลที่ลงไปทำหน้าที่ร่วมกับตำรวจอย่างไร พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เรามีกติกาอยู่แล้ว ใครรักใครชอบใครเชียร์กันไป แต่ถึงเวลาก็ต้องทำงาน ขอให้สังเกตว่า ในส่วนทหารไม่มีปัญหาอะไร เพราะงานต้องเดิน หยุดไม่ได้ ถ้าต่างคนต่างทำก็ไม่ใช่ทหาร และเป็นพวกไม่ทีระเบียบวินัย ส่วนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ไม่ใช่ว่า ประกาศพ.ร.ก.แล้วทหารต้องออกมา เพียงแต่ พ.ร.ก.ดังกล่าวทำให้มีอำนาจทางกฏหมายมากขึ้น แต่ตราบใดที่เรายังรักษาความสงบเรียบร้อยไม่ให้มีใครเจ็บใครตาย จะเป็น พ.ร.บ.อะไร เราก็ช่วยกันประคองไปได้ เมื่อถามว่า กองทัพรู้สึกกดดันหรือไม่ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ ผบ.เหล่าทัพ ออกมาไล่นายกฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า นั่นคือความเห็นและมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่พูดกัน คือ ไม่อยากให้มีความรุนแรง ลองไปถามผบ.ตร.หรือทหารว่า พกปืนหรือไม่ ถ้าพกปืนแสดงว่าอยากให้มีความรุนแรง แต่นี่ไม่มี
“ขณะนี้เราต้องเป็นเหมือนตาสับปะรดคือต้องช่วยกันดูแล ไม่ใช่ปากสับปะรด ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างผบ.เหล่าทัพกับนายกฯถือว่า ปกติ และมีการพูดคุยกันตลอด ซึ่งเราคุยกับทุกฝ่ายไม่ใช่เฉพาะนายกฯ เพราะหากเราไม่คุย สถานการณ์จะไม่นิ่งจึงจำเป็นต้องคุยเพื่อไม่ให้มีปัญหา ตอนนี้มีปัญหาคือ การชอบไปสอนคนอื่นทำงาน ตอนนี้ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเสียก่อน ผมเคารพและให้เกียรติทุกคน ทหารสมัยใหม่ต้องไม่ยืนหน้าคนอื่น แต่ให้เกียรติคนอื่นไปยืนข้างหน้า เราเกาะต้องกติกา เพื่อประเทศชาติ การมีคนเจ็บ-ตายเป็นเรื่องน่าเสียใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขณะนี้มีการชุมนุมมา 101 วัน มีทั้งคนเจ็บและตาย ถ้าเปรียบกับบางประเทศ วันเดียวมีคนตาย 30 กว่าคน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทหารมีการพูดคุยและประเมินกันทุกวัน เพื่อประคองสถานการณ์ไม่ให้มีปัญหา ทหารก็เป็นคนๆหนึ่งมีแค่ 4 แสนคนจากคนทั้งประเทศ 60 ล้านคน แม้ทหารจะมีอาวุธแต่เรามีวินัย แต่ถ้าใครทำผิดวินัยต้องถูกลงโทษ ถ้าไม่มีวินัย ประเทศคงไม่พัฒนามาขนาดนี้ ตอนนี้คือ ทำอย่างไรก็ได้เพื่อไม่ให้ใครเป็นอะไร และทำให้ประเทศได้ดี ประเทศและคนไทยได้ผลประโยชน์ ซึ่งผมมั่นใจว่า นี่คือเป้าหมายของประชาชน” ผบ.สส. กล่าว
'ผบ.เหล่าทัพ' ร่วมวางพวงมาลา 'วันกองทัพไทย' ไร้เงา 'ประยุทธ์' ติดภารกิจ
เมื่อเวลา 10.30 น.ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะดวงวิญญาณนักรบไทยเนื่องในวันกองทัพไทยประจำปี 2557 เพื่อรำลึกพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรมหากษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องรักษาแผ่นดินไทย โดยมีพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายทหารระดับสูงเดินทามาร่วมพิธี ขาดเพียงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ติดภารกิจจึงมอบหมายให้พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก เดินทางมาร่วมพิธีแทน
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า วันกองทัพไทยถือเป็นวันสำคัญของประเทศ เพราะการที่เรามีแผ่นดินที่อยู่เย็น สุขสบายจนถึงทุกวันนี้เพราะพระมหากษัตริย์ บรรพบุรุษ วีรชน ที่ได้ทำมา ทางกองทัพจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อรำลึกขึ้นมา การที่เราอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะความเสียสละ และความรักชาติ โดยยึดประโยชน์ของชาติที่ทำให้พวกเราลดละอะไรลงไปบ้าง และการที่เราอยู่ได้ทุกวันนี้ด้วยความสุขสบาย ต่างชาติรู้จัก ได้ไปศึกษาต่างประเทศ เป็นเรื่องที่พระมหากษัตริย์ทรงคิด เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เราได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี และประสิทธิภาพของคนไทยที่มีความผูกพันกับต่างประเทศมาเป็นหลายร้อยปี เพราะทุกคนมีวิจารณญาณว่าควรทำอย่างไร ส่วนสาเหตุพล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมพิธี เนื่องจากติดภารกิจ
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ผบ.ตร. ว่ามีปัญหาความขัดแย้งกับ ผบ.ทบ.หรือไม่ เพราะดูเหมือนไม่พอใจการทำหน้าที่ของตำรวจกรณีเหตุความรุนแรงของการชุมนุม กปปส. พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ไม่มี



