ข่าว

สลด!พบศพทารกแรกเกิดถูกทิ้งขยะ

สลด!พบศพทารกแรกเกิดถูกทิ้งขยะ

18 ม.ค. 2557

สลด! พบศพทารกแรกเกิดถูกยัดถุงทิ้งถังขยะหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรขอนแก่น คาดสาวใจแตกคลอดแล้วเอามาทิ้งจุดพักขยะเพื่อหวังเผาทำลายซาก

 

                       18 ม.ค.57 ร.ต.ท.เสวท แก้วพิลา ร้อยเวร สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพทารกถูกทิ้งในถังขยะที่โรงพักขยะบ้านเอื้ออาธรบ้านเป็ด จ.ขอนแก่น จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อม แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มูลนิธิเทพสิทธิมุนี และมูลนิธิสามัคคีอุทิศ ขอนแก่น

                       ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณโรงพักขยะหน้าทางเข้าบ้านเอื้ออาธรบ้านเป็ด มีชาวบ้านได้มายื่นล้อมบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวน  เมื่อตรวจสอบพบ ถุงกระดาษสีชมพู ใส่ผ้าดำห่อศพทารกที่ใส่ไว้ในถุงหิ้วสีเขียวอีกชั้นหนึ่งอยู่ในถังขยะขนาดใหญ่ เมื่อเปิดถุงพบเป็นศพทารกเพศชาย พร้อมรกที่ยังไม่หลุดจากสายสะดือ มีคราบเลือดสดติดตามคล้ายเพิ่งคลอดออกมาไม่ และคาดว่าคนทิ้งตั้งใจจะให้มีการทำลายซากโดยการเผาเนื่องจากเป็นโรงพักขยะที่มีการเผาขยะทิ้งบ่อยๆ

                       ทางด้านพญ.อำพร แจ่มสุวรรณ แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ กล่าวว่า จากที่เห็นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทารกเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือคลอดออกมาแล้วเสียชีวิต ทารกมีน้ำหนักประมาณ 2,000 กรัมสภาพสมบูรณ์ น่าจะมีอายุครบกำหนดคลอด ดังนั้นต้องพิศูจน์ศพอีกครั้งหนึ่ง แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าทารกน่าจะเสียชีวิตไม่เกิน  24 ชั่วโมง เนื่องจากเลือดที่ติดมาด้วยยังไม่เเห้งเเต่ทารกตัวเย็นแล้ว สภาพร่างกายไม่มีบาดแผล นอกจากนี้น่าจะทำคลอดเองเพราะมีสายสะดือและรกติดมากับตัวเด็กด้วย

                       จากการสอบสวนนายสุนนท์ ละออง อายุ 50 ปี คนเห็นเหตุการณ์คนแรก ทราบว่ามีอาชีพเก็บขยะเลี้ยงชีพ ตอนเช้าประมาณ 6 โมง ต้องออกมาหาขยะที่จุดดังกล่าวเป็นประจำ จนมาถึงถังขยะดังกล่าว เห็นถุงกระดาษใส่ผ้าสีดำจึงหยิบขึ้นมาดู เมื่อเปิดผ้าสีดำออกเห็นถุงพลาสติกใส่เนื้อขนาดใหญ่ ตอนแรกคิดว่าเป็นเนื้อหมูจึงจะนำไปปิ้งกิน แต่พอแกะถุงเปิดออกมาเห็นเป็นทารกถึงกับผงะ แต่ไม่ทราบว่าเสียชีวิตหรือยัง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

                       ขณะที่ ร.ต.ท.เสวท กล่าวว่า คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาเด็กวัยรุ่นที่ท้องก่อนแต่งแล้วนำเด็กทารกมาทิ้ง เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเด็กเสียชีวิตก่อนหรือหลังคลอดต้องรอพิสูจน์หลักฐานและสอบพยานอีกครั้งหนึ่ง