
'สุเทพ'นำทัพ!เดินถึงปทุมวันแล้ว
'สุเทพ' นำมวลชนออกเดินรณรงค์เชิญชวนปชช.ร่วมชัตดาวน์ต่อ จากเวทีปทุมวันเข้าถ.เพชรบุรี ไม่หวั่นถูกบึ้มซ้ำ ล่าสุด'กำนันเทือก'นำเดินถึปทุมวันแล้ว 'มวลชน'แห่ต้อนรับ
18 ม.ค.57 เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้พาผู้ชุมนุมเดินขบวนออกจากเวทีปทุมวัน ตั้งแถวที่สะพานหัวช้าง โดยเส้นทางออกจากสะพายหัวช้าง เข้าซ้ายถ.เพชรบุรี โดยก่อนออกเดิน นายสุเทพ กล่าวถึงเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นวานนี้ (17 ม.ค.) ว่า เป็นสิ่งที่ทำอะไรไม่ได้แต่เรายืนยันเคลื่อนไหวต่อไป เพราะสิ่งที่ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองเดินหน้าอย่างเต็มที่ วันนี้ (18 ม.ค.) ยังเดินหน้าต่อ และยืนยันที่จะอยู่หัวขบวน ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยเราดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ แต่จะให้ตั้งกองกำลังติดอาวุธคงไม่ได้ ระวังตัวเท่าที่ทำได้ ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ทุกคนช่วยออกมาปกป้องบ้านเมือง
โดยในการเดินขบวนวันนี้ ภรรยาและน้องสาวนายประคอง ชูจันทร์ ผู้เสียชีวิตจากระเบิดที่ถ.บรรทัดทอง ได้ร่วมขบวนกับนายสุเทพด้วย โดยบอกว่า พี่ชายบอกไม่ชนะไม่กลับ และแม่ยังไม่รู้ลูกเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม การเดินขบวนรณรงค์วันนี้ มีความคึกคึกมาก หลังวานนี้มีเหตุระเบิดที่ ถ.บรรทัดทอง ขณะที่ มีการ์ดคุมเข้มความปลอดภัยไขว้มือล้อมขบวนนายสุเทพ โดยไม่อนุญาตให้บุคคลคนอื่น นอกจากสื่อมวลชนเข้าในวงที่มีนายสุเทพ นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางเดิน มีประชาชนสองฝั่งถนนได้ยืนรอให้กำลังใจจำนวนมาก
สำหรับเส้นทางที่เดินจะเป็นระยะทางประมาณ 5-6 กม. ใช้เส้นทางจากแยกปทุมวัน เข้าแยกพญาไท เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี เมื่อถึงแยกเพชรพระราม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบรรทัดทอง แต่เป็นคนละจุดกับวานนี้ ถึงแยกเจริญผล เลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 1 เลี้ยวซ้ายเข้า ถึงแยกวัดดวงแข เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจริญเมือง ตรงไปแยกสะพานอ่อน เลี้ยวขวาเข้า จุฬาซอย5 ออกถนนพระราม4 ก่อนกลับเข้าปทุมวัน
จากนั้นขบวนเดินรณรงค์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กปปส.พร้อมด้วย แกนนำ กปปส.บางส่วน และผู้ชุมนุมทางการเมืองได้พักรับประทานอาหารกลางวันบริเวณแยกวัดดวงแข โดยในเวลาประมาณ 13.20 น. เริ่มเคลื่อนขบวนรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมกันต่อสู้และปฏิรูปการเมืองประเทศก่อนการเลือกตั้งทั่วไป
สำหรับมาตราการรักษาความปลอดภัยนั้นการ์ด กปปส.ได้ยกระดับรักษาความปลอดภัยการเดินเท้าเชิญชวนประชาชนตั้งเป็นกำแพงมนุษย์จาก 2 ชั้น เพิ่มเป็น 3 ชั้น ล้อมรอบสื่อมวลชนและแกนนำ กปปส.เพื่อรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางอย่างเข้มข้นขึ้น รวมทั้ง ได้นำรถกันกระสุนของ นายสุเทพ เทือสุบรรณ มาร่วมกับขบวนผู้ชุมนุม เพื่อเตรียมไว้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่สำคัญมีการ์ด กปปส.จำนวนหนึ่งใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบพื้นที่เน้นอาคารสูงตลอดเส้นทาง และไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเดินตัดหรือเข้ามาในขบวนผู้ชุมนุม ซึ่งเหตุการณ์เคลื่อนขบวนยังปกติ
ส่วนเส้นทางช่วงบ่าย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำผู้ชุมนุม กปปส.เคลื่อนขบวนเริ่มจากแยกวัดดวงแขเดินตรงเข้าถนนเจริญเมืองผ่านแยกสะพานอ่อนเพื่อเข้าจุฬาซอย 22 เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาเข้าจุฬาซอย 5 จากนั้นเลี้ยวซ้ายแยกพระราม 4 จากนั้นเดินเข้าถนนพระราม 4 ผ่านหน้าอาคารจามจุรีสแควร์ เพื่อเดินทางกลับเข้าเวทีแยกปทุมวัน
ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. สี่แยกปทุมวันเป็นไปอย่างคึกคัก ได้มีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาร่วมเวทีดังกล่าวเพิ่มจำนวนขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงภายหลังจากที่นายสุเทพ ได้นำมวลชนเวทีปทุมวันไปเดินขบวนรณรงค์เชิญชวนให้คนในพื้นที่ กทม.ออกมาร่วมการชุมนุม ทั้งนี้ บรรยากาศตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ป่วนใดๆ เกิดขึ้นกับพื้นที่โดยรอบเวทีปทุมวัน
และเมื่อเวลา 16.20 น. ขบวนรณรงค์ที่นำโดยนายสุเทพ ได้เดินทางมาถึงเวทีปราศรัย หลังจากที่นำเดินขบวนไปตั้งแต่เวลา 10.00 น. ทำให้บรรยากาศคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยมวลชนที่ปักหลักอยู่โดยรอบเวทีต่างเป่านกหวีดเพื่อแสดงความยินดีและเป็นการต้อนรับ
กปปส.ราชประสงค์บุก 'สตช.' ร้องสอบปาบึ้มถ.บรรทัดทอง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 มกราคม นายชุมพล จุลใส และนายพุทธิพงศ์ ปุณณกัณฑ์ แกนนำกลุ่ม กปปส. รับผิดชอบเวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ พร้อมด้วย นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณและนายสกลธี ภัทยกุล แกนนำกลุ่มกปปส. รับผิดชอบเวทีปราศรัยอโศก นำผู้ชุมนุมเปิดประตูรั้วด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมนำกลุ่มผู้ชุมนุม และรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียง เข้ามาเปิดเวทีปราศรัยย่อยเคลื่อนที่หน้าอาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวโจมตีการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในเหตุการณ์คนร้ายลอบขว้างระเบิดเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส. ขณะเดินขบวนที่ถนนบรรทัดทอง เมื่อวานนี้ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพบอาวุธและเครื่องยุทธภัณฑ์จำนวนหนึ่งในอาคารร้างใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ โดยแกนนำปราศรัยเรียกร้องให้ตอบคำถามและความชัดเจนว่าจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้หรือไม่ แต่หากไม่ได้คำตอบที่พอใจ อาจจะมีการปักหลักชุมนุมต่อไป
ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่เข้ามาภายในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางการ์ดจะกั้นพื้นที่โดยให้นั่งอยู่ที่ลานหน้าอาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแกนนำยืนยันว่า จะไม่บุกเข้าไปภายในตัวอาคารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเด็ดขาด
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจที่ประจำการอยู่ก่อนหน้านี้ได้ถอยแนวกลับเข้าไปภายในอาคารเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุม
'พุทธะอิสระ' นัดมวลชนเตรียมตัวแรลลี่ไปเยี่ยม 'สุเทพ'
เวลา 14.30 น. น.พ.ระวี มาสฉมาดล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ กรรมการกปปส. ได้เคลื่อนมวลชนจากเวทีย่อยหน้ากระทรวงพลังงานมาให้กำลังใจและเยี่ยมเยียนผู้ชุมนุมเวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พร้อมเตือนมวลชนไม่ให้หลงเชื่อข่าวลือที่ให้ร้ายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.อยู่เบื้องหลังการปาระเบิดสร้างสถานการณ์ที่ถนนบรรทัดทอง
จากนั้นหลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำเวทีศูนย์ราชการได้ขึ้นเวทีนัดมวลชนให้เตรียมพร้อมเคลื่อนขบวนรถยนต์ในลักษณะขบวนแรลลี่ไปให้กำลังใจนายสุเทพ ในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 07.30 น. แต่ยังขอปกปิดสถานที่เป็นความลับ
"หลวงปู่โทรศัพท์คุยกับนายสุเทพทุกวัน เพื่อส่งสัญญาณบอกถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ รวมทั้งแนะนำให้ระวังความรุนแรง เราจึงไม่ใช่เวทีลูกเมียน้อยแต่เป็นเวทีด่านหน้า สำหรับเหตุก่อกวนเวทีชุมนุมศูนย์ราชการเกิดขึ้นทุกวัน แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย เพราะเวทีนี้มีแต่คนแก่หนังเหนียว ทนทั้งระเบิดและกระสุน นอกจากนี้ยังขอยืนยันว่าเวทีนี้ไม่ได้สูญเสียนนทบุรีไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการฟอร์มทีมให้แข็งแกร่งกว่าเดิม" หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าว
'ถาวร'นำมวลชนบุกศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น
บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ล่าสุด
นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้สั่งตั้งขบวนเป็น 2 ชุด เพื่อเคลื่อนขบวนไปที่ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และศูนย์กีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เนื่องจากทราบว่า พื้นที่ทั้ง 2 จะมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ.
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะไม่มีการบุกเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว โดยจะไปเพื่อเชิญชวนผู้ที่จะเข้าอบรมในวันนี้ ให้เลิกเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเพียงเท่านั้น
กปปส.อนุสาวรีย์ชัยฯ เตรียมทำบุญศาสนาพุทธ-อิสลาม 9 โมงพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของกลุ่มกปปส.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้ายังคงมีประชาชนทยอยเข้ามาร่วมชุมนุม สำหรับการจราจรโดยรอบที่มุ่งหน้าเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเริ่มติดขัด ขณะที่ร้านขายสินค้าและอาหารบริเวณโดยรอบยังคงค้าขายตามปกติ ส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น การ์ดอาสายังคงประจำจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณเวทีปราศรัยอย่างเข้มงวด รวมทั้งมีการตระเวนตรวจตามซอยต่างๆ โดยรอบด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ตั้งจุดอยู่ที่บริเวณใต้สะพานลอยข้างโรงพยาบาลราชวิถีตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะเดินตรวจบริเวณทางเดินสกายวอล์คเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ทหารประจำการอยู่หลายจุดรอบนอกพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อดูแลความเรียบร้อยอีกด้วย อาทิ สี่แยกตึกชัย
เมื่อเวลา 08.00 น. นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.ที่ดูแลเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้แบ่งมวลชนออกเป็น 2 ชุด โดยนายถาวรนำขบวนไปที่โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย ถนนศรีอยุธยา ขณะที่นายเจือ ราชสีห์ อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นำขบวนอีกชุดหนึ่งไปยังศูนย์กีฬาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เนื่องจากทราบว่าทั้ง 2 แห่ง สำนักเขตพญาไทมาจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จึงจะไปขอร้องให้ยุติการเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น. มวลชนทั้ง 2 ขบวนได้กลับมาที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับบรรยากาศในช่วงบ่ายนั้น นายถาวรระบุว่า อาจจะไม่มีการเคลื่อนผู้ชุมนุมไปสถานที่ใดอีกในวันนี้ ทำให้บรรยากาศบนเวทีเป็นการปราศรัยสลับกับการแสดงดนตรี อย่างไรก็ตาม มีผู้นำหมวกมาแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมชุมนุมสวมเพื่อบังแดดด้วย ทั้งนี้ มีรายงานว่า กลุ่มกปปส.จะจัดพิธีทำบุญทางศาสนา ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามในวันที่ 19 ม.ค. โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
'ผู้การนราฯ' ยัน 'หมวกแดง' ในตึกร้างปาบึ้มกปปส.ไม่ใช่ของตร.พื้นที่นราฯ
จากกรณีพบหมวกสีแดงมีคำว่า “หน่วยปฏิบัติการจู่โจม” ซึ่งมีการระบุว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรที่13 ในหลักสูตรการฝึกอบรมปฏิบัติการพิเศษจู่โจมฯ จังหวัดนราธิวาส บริเวณที่เกิดเหตุคนร้ายลอบปาระเบิด ใส่ขบวนผู้ชุมนุม กปปส. เมื่อวันที่ 17 ม.ค.57 ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.พัฒนวุฒิ อังคะนาวิน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนใน จ.นราธิวาส โดยยืนยันว่า ไม่ใช่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างแน่นอน เนื่องจากทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ไม่ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมหรือชุดสลายฝูงชนเข้าร่วมปฏิบัติการในการควบคุมหรือดูแลสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส ครั้งนี้แต่อย่างใด ไม่ว่าจะโดยทางเปิดเผยหรือทางลับ นอกจากนี้ลักษณะของหมวกที่พบในที่เกิดเหตุ มีสัญลักษณ์แตกต่างและตัวอักษรเขียนไม่เหมือนกับชุดจู่โจมหรือชุดสลายฝูงชนที่ตำรวจสังกัดภูธรนราธิวาสใช้
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากพบหมวกดังกล่าวในที่เกิดเหตุก็ยังไม่ได้รับการประสานจากชุดสืบสวนที่รับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุถึงการพบหมวกดังกล่าว ทราบผ่านสื่อเท่านั้น และจากหมวกที่พบในที่เกิดเหตุครั้งนี้ โดยส่วนตัวไม่ทราบว่าผู้กระทำมีจุดประสงค์ใด แต่เชื่อมั่นว่าเป็นการไม่หวังดีอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามอยากวิงวอน ไม่ให้ฝ่ายใดนำเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเชื่อมโยงกับการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากภารกิจในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเป็นภารกิจที่หนักและต้องการความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเกรงว่าฝ่ายตรงข้ามอาจนำประเด็นนี้ไปยั่วยุให้เกิดความแตกแยกมากในพื้นที่ได้



