
ชุดดำ'มีสี'ร่วมถล่มกปปส. ตร.ถูกกัน-ทหารแอ็กชั่นแทน
18 ม.ค. 2557
ชุดดำ'มีสี'ร่วมถล่มกปปส. ตร.ถูกกัน-ทหารแอ็กชั่นแทน : โดย...ทีมข่าวความมั่นคง/อาชญากรรม
ความปีติในระหว่างการเดินขบวนของกลุ่ม กปปส. ที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยมาตลอดถูกทำลายลงด้วยกัมปนาทแห่งเสียงระเบิดกลางขบวนบนถนนบรรทัดทอง เมื่อเวลาราวบ่ายโมงของวันที่ 17 มกราคม ทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 30 คน ขณะที่เวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ก็ถูกมวลชนฝ่ายตรงข้ามตามมาป่วน ท่ามกลางเสียงปืน และเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะเช่นกัน
เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการว่า "ชายชุดดำ" สังกัด "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" ได้ปฏิบัติการเต็มสูบแล้ว เห็นได้จากการเลือกลงมือกลางวันแสกๆ กลางเมืองหลวง ท่ามกลางมวลชนนับหมื่นคน !!
น่าสังเกตว่า นอกจากกระเดื่องของระเบิดขว้างสังหารที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า เป็นระเบิดสังหารรุ่น RGD-5 แล้ว เจ้าหน้าที่ทหารที่ร่วมตรวจสอบบนตึกร้างริมถนนบรรทัดทองยังพบอาวุธสงคราม โดยเฉพาะอาวุธปืนรุ่นเอ็ม 16 และวิทยุสื่อสาร (ว.) เครื่องดำ 4 เครื่อง แสดงให้เห็นว่า มีการเตรียมการลงมือบางอย่าง ซึ่งเป้าหมายในการลงมืออาจอยู่ที่เวทีการชุมนุม
เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงนายหนึ่งเปิดเผยว่า ข้อมูลด้านการข่าวยืนยันตรงกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำตามยุทธศาสตร์สร้างความปั่นป่วน โดยมีเจตนาข่มขู่สร้างความหวาดกลัวให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุมโดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ไม่กล้าเข้าร่วมชุมนุม โดยเป็นการกระทำของคน 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก ผู้นำเป็นตำรวจ ยศ "พล.ต.ต." ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าได้นำกองกำลังจากภาคใต้จำนวน 17 คน ขึ้นมา เพื่อ "ปฏิบัติภารกิจลับ" โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังผสมผสานกับตำรวจและอดีตตำรวจในพื้นที่เมืองหลวง ซึ่งเป็นลูกน้องเก่าของนายตำรวจคนนี้ร่วมทีม โดยชุดปฏิบัติการชุดนี้มีความชำนาญในการก่อเหตุสร้างความปั่นป่วน และมีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ
ข้อมูลด้านการข่าวระบุตรงกันว่า ปฏิบัติการปาระเบิดบ้านพักของแกนนำผู้ชุมนุม รวมถึงแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ในระยะนี้ เป็นฝีมือคนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีมือทำงานสำคัญคือ อดีตตำรวจชั้นประทวนยศ "จ่า" รายหนึ่ง
กลุ่มที่สอง เป็นอดีตทหารยศ "พล.ท." และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับผู้มีอำนาจระดับสูงได้ระดมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็น "อดีตทหาร" เป็นกำลังหลัก ผสมผสานกับชุดฮาร์ดคอร์ของกลุ่มมวลชนฝ่ายตรงข้าม และมีความสนิทสนมกับนักการเมืองสายตรงคนไกล
รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจยศ "พล.ต.ต." ในกลุ่มแรก เมื่อเร็วๆ นี้ได้เดินทางไปรับคำสั่งโดยตรงจากนักการเมืองระดับสูงรายหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือ ขณะที่นายทหารยศ "พล.ท." มีนักการเมืองอดีตผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่งเป็นผู้เชื่อมกับนักการเมืองสายตรงคนไกล เพื่อให้รับงานก่อเหตุสร้างความปั่นป่วน
"การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่นายทหารระดับสูง ซึ่งระแคะระคายพฤติการณ์ของคนกลุ่มนี้มาระยะหนึ่ง จึงมีความพยายามจัดส่งกำลังทหารลงพื้นที่ชุมนุมเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนมาเป็นระยะ พร้อมทั้งยกระดับความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่การชุมนุม" เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง เผยถึงท่าทีของฝ่ายทหาร
เจ้าหน้าที่คนเดิมวิเคราะห์ด้วยว่า เจตนาในการขว้างระเบิดใส่ผู้ชุมนุมครั้งนี้ ผู้กระทำมีเจตนาให้เกิดความรุนแรง ซึ่งมีการตระเตรียมการไว้พอสมควร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหาจุดที่คนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมกระทั่งตรวจพบชิ้นส่วนของอาวุธปืนภายในตึกร้าง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกับเหตุปาระเบิดแกนนำผู้ชุมนุมและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ก่อนหน้านี้
"ข้อมูลด้านการข่าวพุ่งไปที่กลุ่มตรงข้ามผู้ชุมนุม กปปส. ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งชุดปฏิบัติการก่อเหตุร้าย ออกเป็น 6 ชุด หมุนเวียนกันก่อเหตุร้ายเป็นระยะ ชุดปฏิบัติการดังกล่าวถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มฮาร์ดคอร์ และมีความใกล้ชิดกับนักการเมือง" เจ้าหน้าที่ความมั่นคงคนเดิม ระบุ
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในกองบัญชาการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า อาจมีการเตรียมการมาก่อนหรือไม่ เนื่องจากการเส้นทางบริเวณที่คนร้ายลอบปาระเบิดไม่อยู่ในกำหนดการที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะนำมวลชนเคลื่อนผ่าน อีกทั้งหลังเกิดเหตุตำรวจระดับผู้บังคับการเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุด้วยตนเองกลับถูกผู้ชุมนุมกันไม่ให้เข้าพื้นที่ จากนั้นไม่นานก็พบอาวุธสงครามซุกซ่อนอยู่ภายในตึกร้างใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้กระทำมีเจตนาให้ทหารออกมามีบทบาทในการควบคุมสถานการณ์
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกองทัพ หลังผู้ชุมนุมถูกโจมตี มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ และเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าจะทำให้สถานการณ์บานปลาย โดยการดูแลจะต้องครอบคลุมทั้ง 3 ฝ่าย คือ กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. กลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้ทาง ผบ.เหล่าทัพ ยังหวั่นเกรงว่าจะมีมือที่สามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ถือว่ามีความเสี่ยงมาก โดยเฉพาะการเคลื่อนขบวนที่มีมวลชนเป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องการขอเพิ่มกำลังทหารนั้น ปัจจุบันใช้กำลัง 40 กองร้อย และทาง ศอ.รส.ไม่ได้ร้องขอมาเพิ่มเติม
จากการข่าวของฝ่ายความมั่นคง ประกอบกับความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างกลุ่ม กปปส.กับตำรวจ จึงยิ่งทำให้ระดับความไว้วางใจที่มวลชนมีต่อตำรวจลดระดับลงจนแทบไม่มีเหลือ เห็นได้จากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบนตึกร้าง ซึ่งผู้ชุมนุมไม่ยอมให้ตำรวจเข้าร่วมตรวจสอบด้วย แต่เลือกที่จะเข้าไปกับทหารประจำจุด และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) จากกรมสรรพาวุธทหารบก แทน
นอกจากนี้ ยังมีกรณีการตรวจสอบพบหมวกแก๊ปสีแดง พิมพ์คำว่า "ชุดปฏิบัติการจู่โจม" และรถตู้ทะเบียนตราโล่ 19086 สีบรอนซ์เทา จอดอยู่ในลักษณะทิ้งไว้นานแล้ว มีฝุ่นจับ บริเวณหน้ากระจกมีตัวหนังสือเขียนติดกระดาษไว้ว่า ติดต่อเจ้าของรถ ซึ่งเป็นตำรวจยศ "ร้อยตำรวจโท" จึงยิ่งสร้างความกังขา และเพิ่มความหวาดระแวงของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้นไปอีก
สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้กระชับวงล้อมให้ทหารเข้ามามีบทบาทต่อการชุมนุมมากขึ้นในเชิงพฤตินัย แม้ในเชิงนิตินัยจะขีดเส้นไว้เพียง "ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน" เท่านั้น ขณะที่ฝ่ายตำรวจถูกกันห่างออกไปทุกขณะ ท่ามกลางสัญญาณความรุนแรงทั้งที่มาโดยซ่อนเร้น และเปิดเผย ซึ่งอาจเป็นแรงบีบบังคับให้ทหารออกมาปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มตัวในอนาคตอันใกล้
....................................
(ชุดดำ'มีสี'ร่วมถล่มกปปส. ตร.ถูกกัน-ทหารแอ็กชั่นแทน : โดย...ทีมข่าวความมั่นคง/อาชญากรรม)



