
ป.ป.ช.เผยสอบ'ปู'ละเลยขายข้าว'จีทูจี'
17 ม.ค. 2557
ป.ป.ช.เผยสอบ'ปู'ละเลยขายข้าว'จีทูจี' ดูพฤติกรรมตั้งแต่เคยท้วงติงโครงการ ด้าน'โต้ง'ผวาม็อบทวงจำนำข้าว แจงยิบขั้นตอนติดขัดรอ'กกต.'พิจารณาเงินกู้
17 ม.ค.57 นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เปิดเผยความคืบหน้ากรณีแจ้งข้อกล่าว นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และพวก 15 คนว่า จะส่งเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาไปให้นายบุญทรง และผู้ถูกกล่าวหาทุกคนในสัปดาห์หน้า โดยระหว่างนี้ต้องใช้เวลาพอสมควรในการรวบรวมเอกสาร เนื่องจากมีรายละเอียดที่เกี่ยวกับการกระทำของนายบุญทรงและบริษัทเอกชนต่างๆ อีกพอสมควร ส่วนนายบุญทรงจะมารับทราบข้อกล่าวหาในวันใดยังไม่ได้กำหนด
ส่วนกรณีที่นายบุญทรงอ้างว่า ป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรม เนื่องจากไม่มีโอกาสได้ชี้แจง นายวิชา กล่าวว่า ยังเรียกไม่ได้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการไต่สวน
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ระงับทั้งที่ทราบเรื่อง นายวิชา กล่าวว่า จะต้องตรวจสอบดูพฤติกรรมทั้งหมดของนายกฯ ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ที่ ป.ป.ช.ได้มีหนังสือทักท้วงแจ้งไปยังรัฐบาลกรณีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งถือเป็นต้นตอ และยังนำมาเป็นนโยบาย ตอนเริ่มต้นนโยบาย ป.ป.ช.ก็ได้ทักท้วงอีกครั้งหนึ่ง แม้แต่นักวิชาการทุกฝ่ายยังได้ทักท้วงไปอีก ทั้งหมดนั้นต้องนำมาประกอบกัน เหมือนกับที่ ป.ป.ช.เคยเตือนและทักท้วงหน่วยราชการไปว่าเรื่องใดไม่ควรทำอย่างไร โดยจะดูว่า ดุลยพินิจของนายกฯ มีแค่ไหน ดูประกอบกันหลายอย่าง ไม่ใช่จะดูเป็นครั้ง ๆ แล้วก็จบ
เมื่อถามว่า หากความผิดพลาดเกิดขึ้น ทั้งที่ ป.ป.ช.และนักวิชาการได้ตักเตือนไปแล้วถือว่ามีเจตนาหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า จะต้องดูส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย ไม่ใช่ส่วนนั้นเพียงส่วนเดียว เช่น เกิดกรณีทุจริตทุกหย่อมหญ้าแล้วมีการร้องเรียนเข้ามา แล้วสั่งให้ตำรวจดำเนินการอย่างไรหรือไม่ หรือเรื่องการสวมสิทธิ์หรือการทุจริตครั้งไหนก็ตาม ต้องนำทั้งหมด เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอ้างถึงการแต่งตั้งร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ให้รับผิดชอบป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวจะยังถือว่าเพิกเฉยอยู่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เช่นเดียวกับที่ ป.ป.ช.เคยวินิจฉัยในกรณีของนายกฯไว้ว่า ตั้งรองนายกฯ แต่ถ้ารองนายกฯ เกิดทำอะไรผิดพลาดท่านรับรู้หรือเปล่า แล้วท่านแก้ไขหรือไม่ เพราะกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินบอกว่า การมอบหมายไม่ใช่การมอบขาด ไม่ใช่ขายขาดไม่รับคืน ให้ไปอ่าน พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน เรื่องการมอบอำนาจที่ระบุว่า การมอบอำนาจต้องกำกับ ดูแล ติดตาม ทบทวน ถ้าหากเกิดความเสียหายก็ต้องเปลี่ยน ตรงนี้อยู่ในตัวบทกฎหมาย ส่วนเวลาไต่สวนจนแจ้งข้อหาจะใช้เวลาเท่าใดคงตอบไม่ได้ แต่ได้สอบไปพอสมควรแล้ว
ต่อข้อถามที่ว่า โอกาสที่จะขยายไปถึงตัว ร.ต.อ.เฉลิม มีหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ใครก็ตามเกี่ยวข้องถ้าเผื่อพาดพิงถึงก็ต้องพิจารณาดูว่า เขาต้องรับผิดชอบแค่ไหน
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ 15 สำนักข่าวต่างประเทศ ตอนหนึ่งถึงกรณีป.ป.ช.มีมติไต่สวนละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในโครงการรับจำนำนข้าว ว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและไต่สวนขอให้เป็นไปตามขั้นตอนก่อน แต่ยืนยันว่า นโยบายการรับจำนำข้าวรัฐบาลมีเจตนาช่วยชาวนาผู้มีรายได้น้อย
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ชี้แจงโครงการรับจำนำข้าว ว่า ได้ทำมา 2 ปี รวม 4 ฤดูกาล ทั้งนาปีและนาปรัง ได้ชำระเงินค่ารับจำนำทั้งสิ้น 680,000 ล้านบาท ระบายข้าวไปแล้วมูลค่ารวม 2 แสนล้านบาทและจะระบายข้าวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การรับจำนำปี 2556/2557 ได้เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ได้ชำระเงินไปแล้ว 55,000 ล้านบาท โดยช่วงต้นฤดูกาลมีข้าวมากต้องใช้เงินมากในช่วงแรก แต่เมื่อระบายข้าวก็จะใช้น้อยลงและวงเงินที่ใช้ก็น้อยลงเหมือนใน 2 ปีแรก และเมื่อมีประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภา ทำให้ต้องผ่านกระบวนการที่รัฐบาลต้องจัดหาเงินชำระให้ชาวนาต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเงินจากงบประมาณหรือสภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมทั้งจัดเงินกู้ แต่ตอนนี้อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณา โดยตนจะไปชี้แจงในสัปดาห์หน้า
ยืนยันว่า ปีการผลิต 2556/2557 มีการอนุมัติโดย ครม.ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2556 ก่อนยุบสภา ถือเป็นมีผลผูกพัน อย่างไรก็ตาม ต้องขออภัยที่อาจทำให้เกษตรกรได้เงินล่าช้าไป แต่เชื่อว่า เกษตรกรจะเข้าใจ เพราะที่ผ่านก็ไม่มีปัญหา ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ไม่มีเงินแต่มีเพียงพอ แต่การจ่ายต้องมีขั้นตอนที่ต้องให้ กกต.อนุมัติ แม้กระทั่งการระบายข้าวก็ยังต้องขออนุมัติจากกกต.ซึ่งมีเงื่อนไขทำให้การระบายข้าวไม่ง่ายนัก
นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้จ่ายเงินล่าช้าในการชำระเงินต้นฤดูกาล เพราะแหล่งเงินจากงบประมาณได้อนุมัติตั้งแต่เดือนกันยายน แต่ฝ่ายค้านร้องเรียนทำให้การพิจารณางบประมาณต้องพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนั้น ยังมีเรื่องการเมืองที่ฝ่ายค้านลาออกจำนวนมาก รัฐบาลจึงต้องยุบสภาทำให้ขั้นตอนเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีผู้ชุมนุมมาปิดล้อมกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณทำให้การประสานงานกับส่วนราชการล่าช้าออกไป
"รัฐบาลที่แล้วใช้การประกันราคา ให้ ธ.ก.ส.จ่ายไปก่อนและชดเชยในภายหลัง ทำให้รัฐบาลนี้มีภาระไม่น้อยที่ต้องชดเชยไป ซึ่งรัฐบาลก็ได้ดำเนินการโดยไม่มีการบ่นจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ ยืนยันว่า ยังเดินอยู่ในกรอบวินัยการคลังที่ดี และมีสินค้าที่สามารถแปรรูปและชดเชยเงินคงคลังได้" นายกิตติรัตน์ กล่าว
ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4 อำเภอของ จ.พิจิตร คือ บึงนาราง โพทะเล โพธิ์ประทับช้าง และบางมูลนาก พร้อมชาวนา 5 จังหวัด คือ พิจิตร นครสรรค์ กำแพงเพชร สุโขทัย และพิษณุโลก กว่า 1,500 คน เดินขบวนไปตามถนนสายเอเชีย 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก บริเวณแยกโพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง พร้อมนำรถจักรกลการเกษตรทำเป็นเวที จากนั้นร่วมชุมนุมที่เวทีใหญ่หน้าที่ทำการ ธ.ก.ส.สาขาบึงนาราง พร้อมปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลในเรื่องโครงการจำนำข้าว
ต่อมา กลุ่มชาวนาได้รวมตัวปิดถนนสายขาล่องเข้ากรุงเทพฯ ทั้ง 2 เลน ทำให้รถไม่สามารถผ่านได้ โดยต้องการให้รัฐบาลจ่ายเงินค้างค่าจำนำข้าวในวันนี้ หากไม่ดำเนินการจะยกระดับการชุมนุมเพิ่มมากขึ้น โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความเรียบร้อย และจัดการจราจรใช้ช่องจราจรหนึ่งช่องของฝั่งขึ้นเหนือเปิดวิ่งสวนทางให้รถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แล่นผ่านได้ พร้อมทั้งให้ใช้เส้นทางอ้อมหมู่บ้านแทนเพื่อเลี่ยงจุดชุมนุม
วันเดียวกัน เกษตรกร 23 อำเภอ จ.บุรีรัมย์ และกลุ่ม กปปส.กว่า 1,000 คน ชุมนุมประท้วงที่ประตูทางเข้า-ออกหน้าศูนย์ราชการจังหวัด เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว หลังจากรอมากว่า 4 เดือนแล้ว โดยแกนนำเกษตรกรผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล นอกจากนี้ ได้ขนเสบียงอาหารพร้อมตั้งเต็นท์ที่หน้าศูนย์ราชการ ปักหลักประท้วงยืดเยื้อกดดันให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงิน ทั้งนี้ มีชาวนาได้รับใบประทวน 60,546 ราย ปริมาณข้าว 272,979 ตัน เป็นเงิน 5,157 ล้านบาท จ่ายเงินไปแล้ว 10,233 ราย วงเงิน 984.43 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 50,313 ราย วงเงิน 4,173 ล้านบาทยังรอเงินจากรัฐบาล
ด้าน จ.กาญจนบุรี นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย พร้อมตัวแทนกลุ่มเกษตรกรและชาวนาจังหวัดกาญจนบุรี 15 กลุ่ม มีนายศิวโรฒ จิตนิยม ประธานกลุ่มเกษตรกรตำบลหนองสาหร่าย เป็นแกนนำ ได้หารือกรณีชาวนายังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว โดยเรียกร้องรัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) 4 ข้อ คือ ให้เร่งจ่ายเงิน มิฉะนั้น จะยกระดับขับไล่รัฐบาล และให้กระทรวงพาณิชย์เร่งระบายส่งออกข้าว เพื่อนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบโดยเร็วก่อนมีผลกระทบกลไกด้านการตลาดให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกโครงการรับจำนำข้าวและปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาดอย่างเสรี เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การค้าอาเซียนและให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือชาวนา จากโครงการรับจำนำข้าวหรือโครงการประกันราคาเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือต้นทุนการผลิต ขณะที่ นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เตรียมตั้งทนายเพื่อฟ้องร้องรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยด้วย



