ข่าว

แก้น้ำท่วมพระธาตุไชยาฯ

แก้น้ำท่วมพระธาตุไชยาฯ

20 ม.ค. 2557

แก้น้ำท่วมพระธาตุไชยาฯ...อย่าเป็นเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง : สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ ... รายงาน

 

                        วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของ จ.สุราษฎร์ธานี และเป็นหนึ่งในสามของโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของภาคใต้ ที่ก่อสร้างมายาวนานกว่า 1,200 ปี อีกทั้งภาพเจดีย์พระบรมธาตุยังเป็นสัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีและเป็นสัญลักษณ์ในธงประจำกองลูกเสือจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกด้วย

                        แต่เมื่อถึงช่วงน้ำหลาก หรือช่วงที่มีปริมาณฝนตกหนักนานติดต่อกันหลายชั่วโมงภายในวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก จะประสบกับภาวะน้ำท่วมขังอย่างหนักทุกปี และยาวนาน แทบทุกตารางนิ้วเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ทำให้ฐานพระบรมธาตุไชยามีรอยร้าวหลายแห่ง อีกทั้งการบูรณะองค์พระธาตุแต่ละครั้งต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรีและขั้นตอนหลายอย่าง โดยช่วงหน้าฝนหรือมีฝนตกหนักช่วงไหน ทั้งข้าราชการ พระสงฆ์ ชาวบ้าน จะหวาดหวั่นอย่างมากกับภาวะน้ำท่วมขัง เกรงว่าฐานองค์พระธาตุจะเกิดรอยร้าวและทรุดได้ เพราะสภาพพื้นที่ตั้งพระบรมธาตุไชยาที่ถูกสร้างมานานกว่าพันปี หากเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่รอบข้างปัจจุบันที่มีการถมที่ดินสูง จึงทำให้วัดบรมธาตุไชยา โดยเฉพาะตัวองค์พระธาตุที่ประดิษฐานอยู่เป็นที่รองรับน้ำอย่างดี

                        โดยปีนี้ก็เช่นกัน ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ต่อเนื่องต้นเดือนธันวาคม 2556 น้ำป่าล้นคลองไชยาทะลักเข้าท่วมวัดพระบรมธาตุไชยาวรวิหารสูงกว่า 70 เซนติเมตร หลายฝ่ายหวั่นกระทบต่อองค์พระธาตุอาจเสียหาย ทางอำเภอประสานทหาร นพค.46 นำกำลังเร่งสูบระบายน้ำออกจากตัวองค์พระธาตุ และนำกระสอบทรายกว่า 2,000 ถุง กั้นประตูเข้าวัดพระบรมธาตุไชยา ทุกด้าน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ทำได้ประมาณหนึ่ง เพราะบางช่วงไม่สามารถต้านทานแรงดันน้ำได้

                        นายสุริยันต์ จิรสัตย์สุนทร นายอำเภอไชยา ให้ข้อมูลว่า เมื่อมีฝนตกหนัก พระบรมธาตุไชยาจะประสบน้ำท่วมขังอย่างหนักทุกครั้ง โดยที่ประชุม ครม.สัญจรปลายปี 2555 ที่ อ.เกาะสมุย ทางจังหวัดได้เสนอปัญหาน้ำท่วมขังพระบรมธาตุไชยาให้ ครม.รับทราบ จากนั้นมติ ครม.สัญจรได้อนุมัติงบประมาณ 40 ล้านบาท ก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำคลองไชยา ป้องกันการทะลักเข้ามารวมที่วัดพระบรมธาตุไชยา โดยช่วงที่น้ำท่วมหนักการก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำคลองไชยาที่ก่อสร้างด้วยงบประมาณ 40 ล้านบาท ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้กระแสน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมตัวองค์พระธาตุ จึงต้องประสานทางจังหวัดให้เร่งส่งเครื่องดูดน้ำขนาดใหญ่มาดูดระบายน้ำออกลงสู่ทะเล

                        อย่างไรก็ตาม ตอนนี้การก่อสร้างคืบหน้าในระดับหนึ่งแล้ว โดยต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องทำแนวกั้นน้ำให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อป้องกันน้ำทะลัก โดยตอนนี้ทำให้หลายฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน รวมทั้งชาวบ้าน ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างคาดหวังว่างบดังกล่าวจะสามารถบูรณาการสร้างเขื่อนกั้นน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพระบรมธาตุไชยาได้ระดับหนึ่ง เพราะวัดพระบรมธาตุไชยานับได้ว่าเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของ จ.สุราษฎร์ธานี มาแต่โบราณกาล ตลอดจนยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดและของภาคใต้ โดยแต่ละวันยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะเวียนมากราบไหว้พระบรมธาตุไชยา และชื่นชมศรัทธาในปูชนียสถานแห่งนี้ไม่ขาดสายสร้างรายได้เข้า จ.สุราษฎร์ธานี ไม่น้อย แม้ว่าช่วงไหนจะประสบกับภาวะน้ำท่วมขัง นักท่องเที่ยวบางส่วนยังลุยน้ำเข้าไปกราบไหว้บูชาองค์พระธาตุด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

                        ขณะที่ ส.อ.วิรัช ทองเพชร นายกเทศมนตรีตำบลตลาดไชยา อ.ไชยา ในฐานะนักการเมืองท้องถิ่นและลูกหลานของชาวไชยาโดยกำเนิด ระบุว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่มีฝนตกหนักหรือเข้าสู่ช่วงหน้าฝน ประกอบกับช่วงปัจจุบันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ ฝนตกไม่แน่นอน เทศบาลและชาวบ้าน พระสงฆ์ รวมทั้งข้าราชการ ได้ช่วยกันนำกระสอบทราย เครื่องสูบน้ำเตรียมการไว้ก่อนล่วงหน้า กั้นทางเข้าประตูที่ประดิษฐานองค์พระธาตุเท่าที่จะทำได้ พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบน้ำตลอดทั้งวันทั้งคืนเท่าที่ทำได้ เป็นการบรรเทาและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน โดยทำลักษณะเช่นนี้ทุกปีและทุกครั้งที่ฝนตก 

                        เมื่อฝนหยุดตกหรือสภาพอากาศปลอดโปร่งก็ระดมเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งทหาร นักเรียน ชาวบ้านและพระสงฆ์ช่วยกันทำความสะอาดสภาพดินโคลน เช็ดถูพระพุทธรูปที่ประดิษฐานรอบๆ องค์พระธาตุ จนสามารถพร้อมรองรับผู้มาเยือนประกอบศาสนพิธี

                        หลายต่อหลายปีเคยสะท้อนปัญหาไปให้ผู้บริหารระดับสูงรับทราบ แต่ได้ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในระดับหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้แม้ว่า ครม.สัญจรจะจัดสรรงบประมาณเพียง 40 ล้านบาท เพื่อทำแนวกั้นหรือทำเป็นเขื่อนสกัดน้ำตรงจุดที่คลองไชยา ห่างจากวัดพระบรมธาตุไชยาโดยประมาณ 3-4 กิโลเมตร ทุกคนได้แต่หวังว่าหากเสร็จสมบูรณ์จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ระดับหนึ่ง

                        นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะพ่อเมืองสุราษฎร์ธานี ที่เคยลุยน้ำท่วมเข้าสำรวจวัดพระบรมธาตุไชยาด้วยตัวเอง ยอมรับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะทุกตารางนิ้วภายในวัดพระบรมธาตุไชยาเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ลำพังการเข้าไปก็ลำบาก การประกอบศาสนพิธีต่างๆ ของพระสงฆ์ก็ไม่สามารถทำได้สะดวก นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ตั้งใจแวะเวียนมาสักการบูชาและเยี่ยมชมวัดพระบรมธาตุไชยาต้องยกเลิกการเดินทางไปโดยปริยาย

                        ทั้งนี้งบจาก ครม.สัญจร ทางจังหวัดก็หวังว่าจะสามารถบรรเทาภาวะน้ำท่วมได้ เพียงรอให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ก่อน ซึ่งจังหวัดได้ติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มั่นใจว่าช่วงนี้จะมีฝนตกหนักอีกหรือไม่

                        ขณะนี้ชาวสุราษฎร์ธานีได้แต่จับตาดูงบ 40 ล้านบาท ว่า จะทำแนวกั้นทางไหลน้ำแก้วิกฤติท่วมพระธาตุไชยามรดกล้ำค่าสมัยศรีวิชัยกว่าพันปีได้มากน้อยแค่ไหน และปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขจริงจังแค่ไหน หรือจะเป็นแค่ไฟไหม้ฟางเช่นที่ผ่านๆ มา

 

 

----------------------

(แก้น้ำท่วมพระธาตุไชยาฯ...อย่าเป็นเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง : สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ ... รายงาน)