ข่าว

'มาร์ค'จี้'ปู'รับผิดชอบเหตุรุนแรง

'มาร์ค'จี้'ปู'รับผิดชอบเหตุรุนแรง

17 ม.ค. 2557

'อภิสิทธิ์' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' รับผิดชอบเหตุรุนแรง เตือนสมาชิกปชป.ระวังตัว หลังเกิดเหตุต่อเนื่อง ไล่ 'ปู' คุย 'ปธ.กกต.' ชี้เดินหน้าเลือกตั้งพาประเทศลงนรก

 

                       17 ม.ค.57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุปาระเบิดบ้านพักม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอย่างต่อเนื่องว่า ความรุนแรงเป็นการกระทำต่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล โดยที่รัฐบาลไม่ได้แสดงท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ซึ่งตนก็ได้กำชับสมาชิกพรรคให้ระมัดระวังตัวเองอย่าประมาท แต่ไม่มีใครยอมจำนนกับการใช้วิธีการแบบนี้แน่นอน โดยมาตรการรักษาความปลอดภัยก็จะทำเท่าที่ทำได้ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตกรณีปาระเบิดบ้านผู้ว่าฯกทม.ว่า คนทำกล้าทำบนถนนหลักอย่างถนนศรีอยุธยา ในเวลาที่ไม่ดึกมาก มีแสงสว่าง ซีซีทีวี เหมือนกับมั่นใจมากว่าจะไม่ถูกจับ

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจมีส่วนรู้เห็นอำนวยความสะดวกให้คนร้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนหวังว่าไม่ แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมกล้าทำขนาดนั้น เหมือนกับรู้ว่าไม่ถูกจับ ทั้งนี้ตนอยากให้คนที่รับผิดชอบคือรัฐบาลมีท่าทีที่ชัดเจนว่า อยากเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อยและคุ้มครองสวัสดิภาพทุกคน แต่รัฐบาลพยายามพูดให้คนเข้าใจว่า ผู้ชุมนุมจะใช้ความรุนแรงหรือไม่ แต่บรรดาความรุนแรงที่กระทำต่อการชุมนุมหรือผู้ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล รัฐบาลไม่เคยประณาม ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบเอาจริงเอาจังในการจัดการเลย ส่วนกลุ่มที่ออกมาจุดเทียนเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงก่อนหน้านี้ ตนก็ไม่ทราบว่าคนเหล่านี้จะช่วยเป็นปากเสียงแทนผู้ที่ถูกกระทำหรือไม่ หรือว่าจะเป็นปากเสียงแทนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

                       หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สถานการณ์จะไม่เปลี่ยนหากรัฐบาลไม่ปรับทัศนคติ เพราะถ้ารัฐบาลมีเป้าหมายที่ต้องผลักดันให้ได้ โดยไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคู่ขัดแย้ง หมดความน่าเชื่อถือในการที่จะเป็นเจ้าภาพใดๆ ในการพูดคุยก็แก้ปัญหาไม่ได้ การเชิญ 7 องค์กรเอกชน และสภาพัฒนาการเมืองไปหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิรูปประเทศไป ก็ได้รับความเห็นที่สวนทางกับรัฐบาล ถามว่ารัฐบาลจะฟังและยอมรับเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ หรือว่ารัฐบาลจะเลือกฟังเฉพาะความเห็นที่จะผลักดัน ไปสู่เป้าหมายของตัวเอง เพราะหากเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้เกิดสถานการณ์เผชิญหน้าต่อเนื่อง สุ่มเสี่ยงกับความรุนแรงมากขึ้น

                       นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเชิญฝ่ายต่างๆไปพบ จึงไม่ได้ทำเพื่อแก้ปัญหา แต่ทำเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเองเท่านั้น หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ อยากแก้ปัญหาต้องไปหารือกับประธานกกต.ว่า ที่รายงานมาว่ามีปัญหาจะแก้อย่างไร และทำไมไม่เปิดโอกาสให้ 7 องค์กรเอกชนและสภาพัฒนาการเมือง ร่วมเป็นเจ้าภาพแสวงหาทางออกให้กับประเทศ

 

'มาร์ค' ไล่ 'ปู' คุย 'ปธ.กกต.' ชี้เดินหน้าเลือกตั้งพาประเทศลงนรก

 

                       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณี กกต.พยายามเชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหลายครั้งเพื่อหารือเรื่องวันเลือกตั้งแต่ไม่ได้รับการตอบรับ จนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกตซบอกว่าจะเชิญไปพบที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นว่า นายกฯและประธาน กกต.เป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย เมื่อการดำเนินการตามกฎหมายมีปัญหา นายกฯและประธาน กกต.มีความรับผิดชอบโดยตรง ที่จะต้องหาข้อยุติว่าในฐานะเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อมีปัญหาอุปสรรคจะแก้อย่างไร ไม่ได้มีความสลับซับซ้อน หากนายกฯมีความจริงใจต้องเริ่มจากตรงนี้ก่อน และต้องเริ่มเดี๋ยวนี้เพราะใกล้ถึงวันเลือกตั้งที่ 2 ก.พ.2557 แล้ว หากไม่เริ่มแก้ก็จะแก้ปัญหาไม่ทัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีก้าวแรกที่จะเริ่มต้นนำไปสู่การแก้ปัญหาเลย

                       “ถ้ารัฐบาลตัดสินใจแล้วก็บอกให้ชัดเจน ว่าจะอย่างไรก็ต้องเลือกตั้ง แล้วรัฐบาลก็รับผิดชอบกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพราะตอนนี้นายกฯเป็นคนยืนยันว่า ถึงนรกจะรออยู่ก็ต้องไปหา ผมยืนยันว่า กกต.ได้รายงานแล้วว่าไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้ ถ้านายกฯยืนยันที่จะจัดทั้งที่มีข้อมูลแล้วว่าจะมีปัญหา นายกฯกำลังจงใจฝ่าฝืนกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เพราะหากนายกฯซึ่งมีอำนาจในการออกพระราชกฤษฎีกา ไม่มีการแก้ไขกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ กกต.ก็ต้องทำหน้าที่ แต่เขาได้แสดงความเห็นบันทึกไว้แล้วว่า จะมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และความสงบเรียบร้อย จึงอยู่ที่นายกฯเมื่อตัดสินใจจะเดินหน้าก็ต้องรับผิดชอบทั้งทางกฎหมายและทางการเมืองกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น โทษ กกต.ไม่ได้ เพราะ กกต.เตือนแล้ว หากเดินหน้าแล้วเกิดผลเสียก็ไม่ใช่ความผิดของ กกต.แล้ว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า การลาออกของ กกต. 5 คนจะช่วยปลดชนวนปัญหาได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวแต่จะมีปัญหาอื่นตามมา ประเด็นคือไม่ควรที่จะต้องไปถึงจุดนั้น ทำไมคนเป็นนายกฯไม่ไปคุยกับประธานกกต. ทำไมทำแค่นี้ทำไม่ได้ เมื่อถามว่า การรักษาการนายกรัฐมนตรีตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์อ้างว่า เพื่อรักษาประชาธิปไตยกับการลาออกจากตำแหน่ง อย่างไหนเป็นการรักษาประชาธิปไตยมากกว่ากัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นพฤติกกรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์และพี่ชายที่รักษาประชาธิปไตยของประเทศ ถ้าคนคิดรักษาประชาธิปไตยคงไม่พาประเทศมาถึงจุดนี้

 

'มาร์ค' ข้องใจ 'ปู' ดึงต่างชาติแทรกแซงไทย สร้างความชอบธรรม

 

                       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เปิดโอกาสให้นางมาทิลด้า บ็อกเน่อร์ ผู้แทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคณะ ซึ่งได้รับการร้องขอจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้เข้ามาตรวจสอบความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เข้าพบ โดยใช้เวลาหารือร่วมกันนานกว่า 1 ชั่วโมง

                       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้นำนางมาทิลด้า และคณะไปดูสภาพความเสียหายของร้านกาแฟ A Big Seat หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกกราดยิงเมื่อเวลา 02.35 น.ของวันที่ 13 ม.ค.2557 ซึ่งเป็นวันที่กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศชัตดาวน์ กทม.ด้วย

                       จากนั้นนายอภิสิทธิ์เปิดเผยภายหลังการหารือว่า นางมาทิลด้า มีความเป็นห่วงต่อปัญหาความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยได้รับการร้องขอจากรัฐบาลให้เข้ามาสังเกตการณ์ ซึ่งตนได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมว่าทุกฝ่ายเป็นห่วง แต่อยากให้ติดตามข้อเท็จจริงการใช้ความรุนแรง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่การชุมนุมด้วย เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการใช้ปืน ระเบิด ใช้ความรุนแรงกับนักการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง เป็นขบวนการและเป็นระบบ แต่อาจไม่ได้รับความสนใจจากประชาคมระหว่างประเทศ เพราะสนใจเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม จึงให้ภาพรวมและอธิบายปัญหาการข่มขู่และความรุนแรงจากฝ่ายรัฐและผู้สนับสนุนรัฐมีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้การจัดกิจกรรมของพรรคก็จะมีปัญหาความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศให้กับนานาชาติว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของ กปปส. หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนของนางมาทิลด้าและคณะจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือ งแต่จะติดตามเฉพาะปัญหาความรุนแรง

                       นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ เพื่อให้เข้าใจว่าจุดยืนของพรรคเป็นอย่างไรว่า ตนบอกว่าหากอยากช่วยแก้ปัญหาไม่ให้เกิดความรุนแรงต้องระมัดระวัง ไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจนต่อความรุนแรงในทุกรูปแบบจากทุกฝ่าย ถ้าเป็นอย่างนี้จะช่วยได้

                       “ที่ผมเป็นห่วงคือ หลังจากได้พบทูตานุทูตและหลายๆ คน ยังไม่เข้าใจกระแสที่ผู้ชุมนุมต่อต้านต่างชาติ จึงอธิบายว่ามาจากตัวนายสุรพงษ์ (โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ) ที่มักบิดเบือนคำแถลงของประเทศต่างๆ ให้คนเข้าใจว่าต่างประเทศเลือกข้าง เพื่อเป็นประโยชน์ในทางการเมือง แต่ทั้งนี้ผมคงตอบไม่ได้ว่านางมาทิลด้าและคณะ จะเข้าใจสถานการณ์ที่ถูกต้องในประเทศไทยหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็จะได้ข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น เพราะจะมีการไปพบรัฐบาล รวมทั้งส่งทีมงานลงพื้นที่ชุมนุมด้วย ซึ่งนางมาทิลด้าและคณะไม่ได้มาในนามของสหประชาชาติ แต่ได้รับการติดต่อจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้เข้ามาติดตามการชุมนุม” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อรัฐบาลเป็นคนเชิญจะมั่นใจได้หรือไม่ว่า รายงานนี้จะสรุปตรงกับความจริง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้เตือนไปแล้วว่าต้องค้นหาข้อมูลรอบด้าน อย่างน้อยการมาพบตนก็แสดงให้เห็นว่า เขาพยายามแสวงหาข้อมูลรอบด้าน การที่รัฐบาลพยายามดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ ทำกันอย่างเป็นกระบวนการ มีการล็อบบี้ด้วย แม้แต่สื่อต่างประเทศ สภาของสหรัฐก็มีกระบวนการล็อบบี้ด้วย แต่ตนเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเพราะรัฐบาลหวังผลว่าหากสถานการณ์บานปลายออกไป จนรัฐบาลต้องพึ่งพาต่างประเทศเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง แต่คนไทยเข้าใจดีว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรและในที่สุดต่างชาติก็จะเข้าใจมากขึ้น

                       เมื่อถามว่า มีความพยายามดึงต่างชาติเข้ามา เพราะรัฐบาลเตรียมแผนสำรองในการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น หากไม่รักษาอำนาจไว้ได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงตอบไม่ได้เรื่องแผน แต่กระบวนการที่พยายามส่งข้อมูลเท็จ ให้กับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ เห็นได้ชัดเจนว่าต้องการให้ประชาคมโลกเข้าใจข้อมูลที่เป็นเท็จ เพื่อเพิ่มความชอบธรรมให้กับตัวเอง

 

จี้ 'ปู-ผบ.ตร.' รับผิดชอบเหตุรุนแรงที่เกิดกับสมาชิกปชป.

 

                       นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ และการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่ล่าสุดเกิดขึ้นกับขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ถูกคนร้ายโยนระเบิดเข้าใส่ ในระหว่างการเดินขบวนเชิญชวนประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุม บริเวณ ถ.บรรทัดทอง เขตปทุมวันว่า ตนขอตั้งขอสังเกตว่า คดีความรุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทางตำรวจจะไม่สามารถและไม่ดำเนินการหาคนผิดมาลงโทษ

                       รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เช่น กรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่สนามกีฬา ไทยญี่ปุ่นดินแดง ซึ่งมีการใส่ร้ายว่าเป็นคนขับรถของตน แต่สุดท้ายก็ทราบว่าไม่ใช่ แต่มีภาพปรากฏชัดในกล้องวงจรปิด ก็ไม่ได้จับกุมผู้กระทำความผิด และกรณีที่บ้านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งวังสวนผักกาด ของมรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม. และยังเกิดกับที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ก็พบผู้กระทำความผิดในกล้องวงจร ในหลาย ๆ กรณีคนใช้รถโตโยต้า คัมรี่ ขอสังเกตว่า เป็นรถที่ใช้ในงานของตำรวจเอง ทั้งหมด ควรที่จะมีการสืบสวนสอบสวน และหาคนผิดมาลงโทษเช่นเดียวกับการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล คนของพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ที่มีการจับกุมได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะได้ตัวผู้ต้องหาจริงหรือไม่ ก็ควรที่จะต้องมีการแถลง ส่วนกรณีที่ความผิดหรือความรุนแรงที่มีคนคาดเดาว่าอาจจะเกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เอง ไม่ใช่มือที่ 3 เราก็จะพบว่า ไม่มีการดำเนินการที่จะสืบสวนสอบสวน เพื่อหาคนรับผิดชอบ

                       “ผมเห็นว่า ควรจะเป็น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนอาจจะต้องไปพบ ผบ.ตร. เพื่อสอบถามว่าพยานหลักฐานของตำรวจกับที่พรรคนั้น วิชาชีพตำรวจในการสืบสวนสอบสวนขยายผลตำรวจได้ทำอะไรบ้าง และหากไม่กระตือรือร้น หรือไม่ดำเนินการหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หากพบหลักฐานที่ชัดเจนว่า มีหลักฐานแล้วไม่ยอมตั้งข้อหา ไม่ขยายผลหรือพยายามสกัดกั้น ในการสรุปว่าเป็นการกระทำของใคร” นายสาธิต กล่าว

 

'ปชป.' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ลาออก หลัง 'ป.ป.ช.' ไต่สวนปม 'จำนำข้าว'

 

                       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ พบว่าไม่มีการซื้อขายข้าวแบบจีทูจี เพราะไม่พบการส่งข้าวออกนอกราชอาณาจักร เเละให้แจ้งข้อหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์อดีตรมว.พาณิชย์และนายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์กับพวก 15 ราย และมีมติให้ไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าว เพราะทราบข้อเท็จจริงแต่ละเลยเเละสร้างความเสียหายว่า มติดังกล่าวถือเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นและยืนยันชัดเจนว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาช่วยเหลือเกษตรกร และเปิดโอกาสให้นักการเมือง พ่อค้า ทุจริตในงบประมาณซึ่งเป็นภาษีของประชาชน และถือเป็นการตอกย้ำความคิดของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการใช้นโยบายประชานิยมมาหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นไม่ได้ปฏิบัติตาม อีกทั้งสร้างความเสียหายกับระบบการคลังของประเทศ และผลจากการทุจริตครั้งนี้ส่งผลต่อเกษตรกรค่อนประเทศ ที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าวประจำปี 2556/2557 สะท้อนให้เห็นว่านอกจากนโยบายจำนำข้าว จะเป็นนโยบายที่ผิดพลาดแล้ว ยังเป็นนโยบายที่จงใจเปิดโอกาสให้มีการทุจริต

                       นายชวนนท์ กล่าวว่า อยากถามว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไร แม้ว่าป.ป.ช.จะยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา แต่จะมีการไต่สวนเพิ่ม จึงขอเรียกร้องให้ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้ชัดเจน เพราะคิดว่าพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องนั้นชัดเจนอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะดึงเรื่องนี้ไว้ ขณะเดียวกันเห็นว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรีหมดความชอบธรรมที่จะพูดเรื่องปฏิรูปประเทศแล้ว เพราะถือว่าขาดความน่าเชื่อถือ

                       “วันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเอาความชอบธรรมอะไร มาพูดเรื่องการปฏิรูป และใครจะไปฟัง ดังนั้นหากมีความจริงใจ ไม่ต้องรอการปฏิรูป ผมขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาแสดงความรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี และรับผิดชอบด้านนโยบาย เมื่อป.ป.ช.มีมติกล่าวหารัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของท่าน คุณยิ่งลักษณ์จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ถ้าคุณยิ่งลักษณ์จริงใจ ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะลาออก และมีเหตุผลที่จะอ้างกับพี่ชายของตัวเอง ว่าไม่ควรที่จะรักษาการต่อไป หากไม่ทำก็จะถือว่าครั้งนี้เป็นบาดแผลที่จะตอกย้ำว่าไม่มีความชอบธรรมในการรักษาการและเป็นผู้นำประเทศต่อไป” นายชวนนท์ กล่าว

                       ด้านน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. เรียกร้องป.ป.ช.ให้เร่งดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรีตามกฎหมาย ซึ่งมติป.ป.ช.ในครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับข้าราชการที่รับใช้นักการเมือง จนนำไปสู่การทุจริต เพราะสุดท้ายจะต้องถูกดำเนินคดี ส่วนที่รัฐบาลยังไม่ชำระเงินให้กับเกษตรกร โดยอ้างว่าธกส.ไม่ยอมจ่ายเงินนั้น ในเท็จจริงแล้วกรอบวงเงินตามมติครม.เดิม ที่ให้ธกส.จ่ายเงินนั้นเต็มจำนวนแล้ว ดังนั้นรัฐบาลควรจะต้องมีมติครม.ออกมาใหม่ แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่กล้าออกมติครม.เพราะเกรงว่าจะผิดข้อกฎหมาย