
ส่งออกพ.ค.สาหัสติดลบ26%พาณิชย์ทำใจยอมปรับเป้าใหม่ทั้งปีทรุด15-19%
ส่งออกเดือนพฤษภาคมยังย่ำแย่ติดลบ 26.6% พาณิชย์ยอมรับความจริง ปรับเป้าส่งออกปีนี้ใหม่คาดติดลบ 15-19% ชง 3 มาตรการเร่งด่วนช่วยกระตุ้น ระบุหากไม่ช่วยเหลือ อาจทรุดต่ำกว่า 20% จี้ดูค่าเงินบาทให้เหมาะสม
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2552 มีมูลค่า 11,656.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 26.6% จากเดือนพฤษภาคม 2551 ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 26.9% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญลดลง 25.2% และสินค้าอื่นๆ ลดลง 31.6% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 9,251.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 34.7% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 2,405 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่า 55,872.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 22.9% และการนำเข้ามีมูลค่า 45817.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 63.8% ส่งผลให้ระยะ 5 เดือนไทยเกินดุลการค้า 10,054.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเกินดุลในรูปเงินบาท 333,825 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเกินดุลสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า สาเหตุที่การส่งออกในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปรับลดลงเนื่องจากความต้องการซื้อในตลาดโลกยังไม่กระเตื้อง การส่งออกสินค้าไปทุกตลาดปรับลดลง ยกเว้นแอฟริกาที่เป็นบวกแห่งเดียว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการรับคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ และเป็นผลมาจากการที่ราคาสินค้าทั้งเกษตรและอุตสาหกรรมลดลงจากปี 2551
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอมาตรการกระตุ้นการส่งออกให้แก่รัฐบาลเพื่อพิจารณาใน 3 มาตรการเร่งด่วนแล้ว คือ 1.เรื่องภาษีมุมน้ำเงิน 2.ให้ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออก (เอ็กซิมแบงก์) ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้สั่งซื้อที่จะนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง 3% จากอัตราปกติ และ 3.เสนอให้ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในส่วนของการเปิดแอลซี สำหรับผู้ส่งออกที่ไปเปิดตลาดใหม่ 25 ประเทศ
นายศิริพลกล่าวด้วยว่า จากตัวเลขการส่งออกที่ทรุดตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องปรับประมาณการการส่งออกทั้งปีใหม่จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 0-3% เป็นติดลบ 15-19% ซึ่งตัวเลขนี้ได้รวมมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอต่อรัฐบาลไปด้วยแล้ว แต่หากไม่ได้คาดว่าการส่งออกจะติดลบมากกว่า 20% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การส่งออกติดลบได้น้อยหรือเป็นไปตามเป้านั้น คือการดูแลค่าเงินบาทให้อ่อนค่าในเกณฑ์เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม แม้จะมองว่าการส่งออกในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้จะติดลบ แต่ไตรมาส 4 เชื่อว่าจะเป็นบวกได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่รับประกันได้ โดยทุกประเทศเร่งอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบในช่วงปลายปี ประกอบกับกระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการเชิงรุกด้านการตลาดมากขึ้น



