
กปปส.จัดชุดไล่ล่า'ยิ่งลักษณ์'500คน
'สาทิตย์'ประกาศจัดชุดไล่ล่า 'ยิ่งลักษณ์' 500 คน 'สุเทพ'โผล่ถกแกนนำกปปส. 17 ม.ค.เดินรณรงค์อีก'สีลม-ตรอกจันทร์' 'ธีรภัทร'แนะ'ปู'ลาออกกลางเวทีถกปฏิรูป
16ม.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ว่า เมื่อเวลา 15.00 น. นายสุเทพเดินทางไปยังเวทีปราศรัยแยกปทุมวันด้วยรถยนตร์กันกระสุนส่วนตัว จากนั้นพร้อมนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เดินไปยังด้านหลังหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมประชุมกับแกนนำ กปปส.อาทิ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ แกนนำกองทัพธรรม นายสาธิต เซกัล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ โดยแกนนำ กปปส. ใช้ห้องประชุมภายในหอศิลป์ฯ เป็นสถานที่ประชุมเป็นครั้งแรกภายหลังชุมนุมซัดดาวน์ กทม. เมื่อวันที่ 13ม.ค.
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางมาเยี่ยมผู้ชุมนุม รวมทั้ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ก็ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยของการบริการผู้ชุนนุมด้วย
ส่วนบรรยากาศการชุมนุมในช่วงเย็นคึกคักมาก มีประชาชนทยอยเข้าร่วมชุมนุมและซื้อสินค้าที่ระลึก อาทิ เสื้อรูปวาดของนักวาดการ์ตูนชื่อดัง "ชัย ราชวัตร" ซื้อเหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และซื้อปฏิทิน2557 บันทึกประวัติศาสตร์มวลมหาประชาชน
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. เปิดเผยผลการประชุมแกนนำว่า แกนนำประเมินสถานการณ์การปิดกรุงเทพฯ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาในมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปิดถนน ปิดส่วนราชการ บ้านรัฐมนตรี ปรากฎว่าได้ผลระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการปิดส่วนราชการทำให้การทำงานของราชการมีปัญหาจึงตรงตามเป้าหมายที่จะทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ต่อไป แม้บางหน่วยงานราชการจะย้ายสถานที่ทำงานไปยังที่อื่น แต่ก็มีข้ารากชารแจ้งมากปปส. ว่าไปทำงานที่สถานที่ใด กปปส.ก็เดินทางไปปิด และหากไม่ไปปิดก็ทำให้การทำงานมีปัญหาได้ เพราะฐานข้อมูลยังอยู่ที่หน่วยงานหลัก
ขณะเดียวกันมีการทำความเข้าใจกับกลุ่มคปท. ว่าสามารถเคลื่อนไหวปิดส่วนราชการบ้านนายกฯ บ้านรัฐมนตรีได้ แต่จะไม่มีการปิดสนามบินและวิทยุการบิน
ส่วนการที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ระบุว่ามีการวางแผนจับกุมตัวนายสุเทพนั้น นายสุเทพพูดกับแกนนำที่ร่วมประชุมว่ารู้แผนเจ้าหน้าที่ตำรวจดี ส่วนแกนนำคนอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่มีหมายจับทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมไม่ได้ และมีการเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยแกนนำอย่างเต็มที่
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้กปปส. จะรับสมัครผู้ชุมนุมเป็นอาสาสมัคร 500 คน โดยต้องร่วมชุมนุมทั้งวันทั้งคืน ถ้าเรียกเมื่อไหร่ต้องมาทัน โดยอาสาสมัครกลุ่มนี้จะมีหน้าที่ไล่ล่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามวันที่ 17ม.ค.เวลา 09.00 น. นายสุเทพจะนำผู้ร่วมชุมนุมเดินรณรงค์ โดยเริ่มจากเวทีปราศรัยสวนลุมพินี ซึ่งแกนนำเวทีดังกล่าวจะกำหนดเส้นทางการเดิน คาดว่าจะเดินผ่านถนนสีลม นราธิวาสราชนครินทร์ และเข้าตรอกจันทร์ และวันที่ 18 ม.ค.นายสุเทพจะมาร่วมเดินกับผู้ชุมุนมเวทีปทุมวัน
จนท.ยูเอ็นเข้าสังเกตการณ์เยี่ยมม็อบคปท.
เมื่อเวลา 15.00น. คณะเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์การสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) 3 คน นำโดย นายปกป้อง เลาวัลย์ศิริ ได้เดินทางมาสอบตรวจข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์การชุมนุมของ คปท.ที่บริเวณเวทีชมัยมรุเชฐ โดยเจ้าหน้าที่โอเอชซีเอชอาร์ ได้มีการสัมภาษณ์พูดคุยอย่างละเอียดกับคณะแกนนำ คปท. ทีมทนายความ คปท. ทีมการ์ด คปท. ตลอดจนผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน เพื่อเก็บข้อมูลด้านความเป็นอยู่ อาหารการกิน รวมถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตามระหว่างการตรวจสอบข้อมเท็จจริงเจ้าหน้าที่โอเอชซีเอชอาร์ ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษถึงเหตุการณ์ที่มีการลอบโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุม คปท. เมื่อช่วงเที่ยงและช่วงกลางดึกที่ผ่านมาด้วย
"ธีรภัทร"แนะนายกฯลาออกรักษาการ-กปปส.ยุติชุมนุม
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวในเวทีถกปฏิรูปการเมืองว่า ข้อเสนอของสภาพัฒนาการเมืองมี 2 แนวทางดังนี้ แนวทางทั่วไป 1.มีการเจรจาเพื่อหาทางออกระหว่างรัฐบาลกับกปปส. โดยอาศัยคนกลาง ซึ่งเป็นที่ยอมรับมาไกล่เกลี่ย 2.ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งของรัฐบาลกับประชาชน อย่ามองเป็นพรรคการเมือง ไม่เช่นนั้นไม่มีคนออกมาเป็นล้าน 3.การเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่น่าเป็นหนทางแก้ปัญหา ซึ่งกกต.ก็ได้ชี้ประเด็นต่าง ๆ โดยมีมติให้เลื่อนเลือกตั้งออกไป
4.นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาไม่ว่ารัฐบาลจะสร้างขึ้นหรือไม่ เพราะวันนี้เป็นความแตกแยกของคนในประเทศ ในฐานะผู้นำที่ดีต้องรักษาความสามัคคีของคนในชาติ 5.ขณะนี้มีการประสานงานให้สภาพัฒนาการเมืองเป็นตัวกลาง ระหว่างรัฐบาลกับกปปส. ซึ่งขึ้นอยู่ทั้ง 2 ฝ่ายว่าจะยอมให้สภาพัฒนาการเมืองเป็นตัวกลางหรือไม่
“6.รัฐบาลต้องลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ และกปปส.ต้องหยุดการชุมนุมทันที เพื่อให้เกิดความชัดเจน และหากลไกกลางกำหนดให้มีสภาประชาชน และจะปฏิรูปอย่างไร 7.นำข้อเสนอจากหลากหลายเวทีมาพิจารณา 8.ควรจัดหารรัฐบาลเฉพาะกาล เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขสงครามกลางเมือง” นายธีรภัทร์ กล่าว
นายธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางเร่งด่วน 1.นายกฯและครม.รักษาการต้องลาออก เพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งครม.ชุดใหม่มาทำงานแทน นายกฯต้องเสียสละ เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน ซึ่งมีการถกเถียงว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ให้เปิดช่องให้ลาออก ตรงนั้นพูดกันเยอะ แต่การลาออกถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่สามารถมาบังคับชีวิตส่วนตัวของนายกฯได้ จากนั้นก็ออกเป็นพ.ร.ก.ให้เลื่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ออกไป แล้วกลุ่มกปปส.ยุติการชุมนุมทันที
2.รัฐบาลรักษาการชุดใหม่ ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ตามาตรา 165 (1) เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ลงมติว่าจะให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง หรือจะให้มีการปฏิรูปการเมืองหลังเลือกตั้ง เพราะประชามติถือเป็นสัญญาประชาคม ซึ่งประเทศประชาธิปไตยก็ทำแบบนี้ ถ้าผลออกมาประชาชนไม่เห็นด้วย เราก็กลับมาสู่การเลือกตั้งตามเดิม โดยตรงนี้จะทำให้ประชาชนกำหนดทิศทาง และกปปส.ก็ไม่สามารถมาอ้างมวลมหาประชาชนได้
“โดยสรุปถ้าเราไปทำประชามติ มันจะเป็นทางออกสำหรับทุกฝ่าย ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตขณะนี้ได้ เราอยู่ในทางสองแพร่งว่าจะเลือกแก้ไขปัญหา หรือเป็นตัวสร้างปัญหา” นายธีรภัทร์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากทำเหมือนนายธีรภัทร์ พูดได้ถือเป็นสิ่งที่ดี หลายภาคส่วนเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ รัฐบาลเรามีทางเลือก 2 ทาง 1.ลาออก 2.ยุบสภา ตนจึงแสดงความรับผิดชอบโดยการยุบสภาแล้ว ดังนั้นวันนี้ไม่มีนายกรัฐมนตรีแล้ว มีเพียงนายกรัฐมนตรีที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกฏหมาย ตนไม่สามารถบอกว่าตนท้อ ไม่อยากทำ และจะทิ้งไว้เฉย ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนพี่น้องประชาชนที่เลือกตนมากล่าวว่าไม่รับผิดชอบหรือไม่
"ดิฉันไม่ต้องการอยากให้ตัวเองอยู่เพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่ที่อยู่เพื่อส่งมอบกติกานี้ ประชาธิปไตยนี้ให้กับคนใหม่ ใครก็ได้ที่เข้ามาโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญที่จะมารับตำแหน่งนี้ไปหลังการเลือกตั้ง นี่เพียงแค่การประคอง แต่ในวันนี้เราไม่รู้ว่าเราประคองแล้วมันจะไปได้อย่างไร เพราะหลายคนบอกว่าการประคองนี้ นำไปสู่การเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่ถ้าเราไม่เลือกตั้งวันนี้ เราจะเลื่อนก็ต้องศึกษา แต่ขณะเดียวกัน ถ้าเรายังเดินต่อแบบนี้ ดิฉันเชื่อว่าวันนี้ ทั้งสายการเมือง ตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงนักลงทุนสิ่งที่กลัวที่สุดคือการที่ไม่รู้ว่าทิศทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เขากลัวการเปลี่ยนระบบ เพราะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าเขาจะลงทุนอย่างไร สิ่งนี้ต่างหากที่ดิฉันคิดว่าความขัดแย้งหากเราจะแก้เราสามารถแก้ได้ เราไม่เคยปิดกั้นหากใครที่จะเป็นตัวกลาง" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าไม่มีรัฐบาลไหนอยากเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน แต่รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบแล้วดดยการลาออก เพื่อให้มีการเลือกตั้ง และให้ประชาชนมีสิทธิ์ในการเลือก รัฐบาลยินดีให้ความร่วมมือในทุกมิติถ้าตนสามารถปฏิบัติได้ แต่วันนี้ช่วยบอกด้วยว่าตนจะใช้อำนาจอะไรในการทำระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ขณะนี้ เพราะแม้กระทั่งอำนาจที่จะจ่ายเงินให้พี่น้องชาวบ้านยังไม่มีเลย เนื่องจากต้องถามคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนทุกครั้ง แล้วตนจะเอาอำนาจอะไรมาให้ วันนี้สถานะนายกรัฐมนตรีรักษาการไม่เหมือนนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจที่ปฏบิตัหน้าที่เติมอีกต่อไป สำหรับสิ่งที่ตนได้รับฟังประเด็นในทางบวกในเรื่องของการปฏิรูปประเทศว่าซึ่งหลายคนบอกว่าตนจัดเวทีนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ตนขอบอกว่าเวทีลักษณะนี้ยากจริง ๆ เพราะหลายคนกำลังบอกว่าเราพูดกว้างจนเกินไป แล้วเราจะจัดลำดับความสำคัญอย่างไรเพื่อให้มันเกิดขึ้นได้จริง ตนก็คิดว่าสิ่งสำคัญคือรับฟังทุกเวที เพราะวันนี้เราไม่ได้พูดกันอยู่เพียงแค่ 30-40 คนเท่านั้น แต่เราจะเปิดเวทีนี้อย่างไรให้ประชาชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วม
"ดิฉันขอตั้งคำถามคืนสู่เวทีว่าเราจะสร้างกลไกนี้อย่างไร และทำอย่างไรให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อให้เราเห็นทางออกในการแก้ไขปัญหา อะไรที่ขัดแย้งหรือเห็นต่างเราก็นำมาร่วมกันแก้ไข ระบายในเวทีปฏิรูปได้หรือไม่ ตนขออย่างเดียวคือกลไกดังกล่าวต้องทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ"
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด ตัวแทนมูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า การเมืองคือการจัดสรรทรัพยากร และฝ่ายการเมืองมีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรเป็นส่วนใหญ่ และตนคุยกับนักการเมือง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทย รวมทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้เห็นว่าช่องทางของประชาชนเข้าถึงเรื่องการปฏิรูปนั้นทำได้น้อย
"เราเคยปฏิรูปรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 ที่เป็นการขับเคลื่อนที่มีพลัง มีกลุ่มนักวิชาการ เอ็นจีโอ มาหารือ โดยที่ไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้มีพลังขับเคลื่อนสังคม แต่เราจะนำโมเดลนั้นมาทำในช่วงนี้ที่มีความขัดแย้ง ถามว่าจะมีพลังหรือไม่ ตนจึงเสนอว่าถ้าจะทำต้องให้เป็นประชาชนปฎิรูป และเปิดให้คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเสนอหัวข้อมาและจัดวงประชุมให้เขา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ อย่าเอาคนกลุ่มเดิมมาทำ"
ตอนท้ายน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวสรุปการประชุมว่า เราขอรับข้อเสนอของที่ประชุมแต่สิ่งที่จะต้องทำให้เร็วที่สุด คือการที่ภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วม สามารถนำไปใช้ได้จริง และต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับประชาชน เช่น การเปิดเว็บไซต์แสดงความคิดเห็นหรือแม้กระทั่งการส่งไปรษณีย์บัตรในการส่งข้อมูล จึงขอนำข้อสรุปในวันนี้มาให้ฝ่ายเลขานุการจัดเก็บ ส่วนผู้ใดที่คิดว่าถึงเวลาเหมาะสมที่จะคุยกันอีกครั้งก็ใช้เวทีนี้ในการเปิดเวทีพูดอีกครั้ง เพราะส่วนตัวตนคงไม่อยู่ด้วยในเวทีนี้ตลอด เพราะที่มาวันนี้เพียงเพื่อขอความคิดเห็นหลาย ๆ ฝ่ายถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากเวทีลักษณะนี้จุดติดแล้วก็จะเป็นเวทีกลางของทุกคนเพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมด และสื่อสารต่อไปยังสาธารณชนให้ประชาชนได้ฟังและแสดงความคิดเห็นและหวังว่าพรรคการเมืองที่จะหาเสียงต่อไปจะเอาข้อคิดเห็นของเวทีต่างๆ หรือเวทีที่ผ่านมานำไปบรรจุในนโยบายซึ่งตนขอยืนยันว่าจะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน พร้อมให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี สื่อสารไปกับพรรคการเมืองต่าง ๆ นำสิ่งที่ทุกคนเสนอไปเป็นนโยบายในการหาเสียง ทั้งนี้ตนขอขอบคุณทุกท่านถึงแม้เวทีนี้จะไม่ได้ข้อสรุป แต่ตนเชื่อว่าสิ่งที่ได้เห็นควรที่จะเปิดทุกเวทีแม้เปอร์เซ็นต์จะน้อย ในการพูดคุยกันเพื่อหาแนวทางสันติและรัฐบาลขอยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย ๆ
ตำรวจบางนาฝากขังแก๊งปาบึ้มบ้านมาร์ค
ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุธ เวลา 10.30 น.พนักงานสอบสวน สน.บางนา ได้ควบคุมตัว นายอนุสรณ์ พินิจคุณ อายุ 45 ปี ,นายสุนา ถิ่นแก้ว อายุ 53 ปี นายคำไพร แซงแสวง อายุ 45 ปี และ นส.ชนาภา เดนมาตย์ อายุ 35 ปี 4 ผู้ต้องหาคดีมีเครื่องกระสุนและระเบิด มาขออำนาจศาลฝากขัง เป็นครั้งแรก
โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 57 เวลากลางคืน ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์กระบะสีดำยี่ห้อมาสด้า ทะเบียน ตพ 969 กรุงเทพมหานคร แล้วปาระเบิดเข้าไปในบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 32 ซ.สุขุมวิท 3 1 กทม. เป็นเหตุหลังคาบ้านได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนาออกสืบสวนและตั้งด่านสกัดจับหน้ากรมอุตุนิยม ถ.สุขุมวิท พบรถที่ใช้ก่อเหตุแล่นมา พร้อมผู้ต้องหานั่งโดยสารมา เมื่อตรวจค้นพบระเบิดชนิดลูกเกลี้ยงเอ็ม26 จำนวน 4 ลูก,อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่งที่ซุกซ่อน เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหามีเครื่องกระสุนปืนและระเบิดที่เจ้าพนักงานไม่อาจออกใบอนุญาตได้ มีอาวุธและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
พนักงานสอบสวนได้สอบสวนมาโดยตลอด แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นคงต้องสอบพยานอีก12 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ รอผลการตรวจสอบประวัติ และอื่น ๆ จึงขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 - 27 ม.ค.นี้
ทั้งนี้ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์อุกฉกรรจ์ และเกรง จะหลบหนี
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้



