
ถอดรหัส'แก๊งป่วนม็อบ'เครือข่ายใหญ่โยงชุดดำ?
ถอดรหัส'แก๊งป่วนม็อบ' เครือข่ายใหญ่โยงชายชุดดำ?
"ในความคิดของผมมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้น และคนกลุ่มนี้ทำให้คนกลุ่มใหญ่เสียหาย...คนกลุ่มนี้ชอบใช้ความรุนแรง เขาอาจจะคิดว่า หากไม่ทำแรงก็ไม่จบ หรือไม่ชนะ ผมก็ไม่รู้ แต่วิธีการเหมือนปี 53 ไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ทำในปี 53 ด้วยหรือไม่ หรืออาจจะสนุกหรือเอามัน" เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่
เป็นการพูดหลังเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม คปท.ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ซึ่งมีการใช้กระสุนจริงจนมีผู้เสียชีวิตจากทั้งสองฝ่าย และปรากฏภาพ "ชายชุดดำ" บนหลังคาตึกกระทรวงแรงงาน ซึ่งภายหลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกมาคลายปมว่าเป็นตำรวจ!
ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ คือ "ชายชุดดำ" มีอยู่จริงในวิกฤติชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 53 และสถานการณ์การชุมนุมของ กปปส.ในปัจจุบันกำลังเกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน รวมถึงเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ต่อเนื่องถึง 1 ธันวาคม 2556 ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วย
สอดรับกับคำกล่าวของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ประกาศบนเวทีเมื่อวันที่ 14-15 มกราคม 2557 ในเชิงฝากเตือนไปถึงบรรดา "ฮาร์ดคอร์" ฝ่ายตรงข้าม พาดพิงไปถึงนายตำรวจระดับสูงบางนาย แกนนำมวลชนสีเสื้อย่านปริมณฑลและกรุงเทพฯ รวมทั้งกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายที่ช่วยสนับสนุนทั้งเงินทุนและนักเลงให้ "ป่วนม็อบ" ในท่วงทำนองที่ว่า "รู้นะทำอะไรกันอยู่"
ขณะที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ก็ได้เอ่ยชื่อ "กลุ่มกาละแม" ขึ้นมาบนเวทีเมื่อวันที่ 13 มกราคม อย่างมีนัยสำคัญ
"กำลังติดตามการเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธที่ใช้ชื่อว่า 'กาละแม' ที่มีอาวุธครบมือ เพราะมีรายงานว่าจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ จะก่อให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมนุม..." ขณะที่ข่าวบางกระแสระบุว่ากลุ่ม "กาละแม" มีผู้หญิงเป็นหัวหน้า
ข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องตรงกันว่า กำลังมีกลุ่มบุคคลเตรียมการก่อเหตุรุนแรงกับผู้ชุมนุม ซึ่งหากพิจารณาจนถึงขณะนี้ ย่อมไม่ใช่การเตรียมการ แต่ได้เริ่มลงมือไปบ้างแล้ว เพราะมีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นทุกคืนบริเวณใกล้สถานที่ชุมนุม บ้างก็กระทำต่อการ์ด หรืออาสาสมัครรักษาความปลอดภัย รวมทั้งสถานที่พักอาศัยของบุคคลสำคัญฝั่งตรงข้ามรัฐบาล
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ จู่ๆ มีการจับกุมบุคคลพร้อมอาวุธสงครามในท้องที่ สน.บางนา ได้ผู้ต้องหา 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1 พร้อมยุทโธปกรณ์ ทั้งระเบิดลูกเกลี้ยง อาวุธปืน และเครื่องกระสุน
ตำรวจท้องที่บอกว่า ไม่ได้จับ จึงไม่มีข้อมูล แต่เป็นตำรวจ 191 ที่ไปตั้งด่านจับกุมบนถนนสุขุมวิท หน้ากรมอุตุนิยมวิทยา แล้วนำส่ง สน.บางนา ในฐานะเจ้าของท้องที่ สอบสวนเบื้องต้นอ้างว่า อาวุธทั้งหมดมีไว้ป้องกันตัว มีระเบิดลูกเกลี้ยง 4 ลูก ปืนพกขนาด 9 มม. เป็นปืนมีทะเบียน
ในคืนที่จับกุมผู้ต้องหาชุดนี้ได้ เพิ่งเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดชนิดขว้าง เอ็ม 26 (ระเบิดลูกเกลี้ยง) เข้าไปในบ้านของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในซอยสุขุมวิท 31 ตำรวจยืนยันหลังจับกุมไม่นานว่า ผู้ต้องหาไม่เกี่ยวอะไรกับเหตุปาระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ แต่แกนนำ กปปส.ที่เคยเป็นอดีต ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์อย่าง นายถาวร เสนเนียม กลับยืนกรานว่า เป็นคนกลุ่มเดียวกัน และมีความสัมพันธ์โยงถึงผู้ใหญ่ในรัฐบาล
อย่างไรก็ดี มีข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงหน่วยอื่นที่ไม่ใช่ "สีกากี" ระบุว่า อาวุธที่ยึดได้จริงๆ อาจมีมากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าว ตัวเลขอยู่ที่หลักสิบ แต่ไม่มีใครรู้ว่ายุทโธปกรณ์ที่เหลือหายไปไหน
จากรายงานของหน่วยงานความมั่นคงดังกล่าว ระบุว่า การเตรียมก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ชุมนุมมีอยู่จริง และยังเชื่อมโยงกับการเตรียมสำหรับต่อต้านการยึดอำนาจโดยการปฏิวัติรัฐประหารด้วย กลุ่มที่เตรียมการมีความพร้อมทั้งกำลังคนที่ผ่านการฝึกปรือ ตลอดจนยุทโธปกรณ์ มีทีม "โลจิสติกส์" ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายอาวุธยุทธภัณฑ์ส่งให้เครือข่าย มีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายบางระดับเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องของ "เซฟเฮ้าส์" จุดพักของ จุดพักคน และมีกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายทั้งบ่อนการพนัน ตู้ม้า คอยสนับสนุนทุนรอน
เครือข่ายนี้ทำงานมาตั้งแต่ปี 52-53 แม้บางรายถูกจับกุม แต่โดยมากคดีไม่คืบหน้า ทำให้กลุ่มเหล่านี้ยังไม่หยุด เพราะมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกับฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง
แต่มุมมองของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้น้ำหนักอีกด้านหนึ่งว่า ความรุนแรงประปรายช่วงชุมนุมของ กปปส.มาจาก "มือที่สาม" ซึ่งบางส่วนแฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุมนั่นเอง ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับพร้อมอาวุธในท้องที่ สน.บางนา อยู่ระหว่างสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงช่วงชุมนุมหรือไม่ อย่างไร
"เราทราบว่ามีมือที่สามแฝงตัวอยู่ พวกนี้พยายามทำให้เกิดความรุนแรง พยายามทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งต้องไปดูว่าเป็นมือที่สามที่ทำงานให้ฝ่ายไหน เพราะผู้ได้รับผลประโยชน์มีหลายฝ่าย" พล.ท.ภราดร ระบุ
ส่วนการดูแลสถานการณ์ชุมนุม เลขาธิการ สมช.บอกว่า ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่ต้องยกระดับมาตรการทางกฎหมายเป็นพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ส่งกำลังเข้าไปดูแลมากขึ้นกว่าเดิม
---------------------------
(หมายเหตุ : ถอดรหัส'แก๊งป่วนม็อบ' เครือข่ายใหญ่โยงชายชุดดำ?)



