ข่าว

เวทีจุดเสี่ยง...ลูกปืนปริศนา

เวทีจุดเสี่ยง...ลูกปืนปริศนา

17 ม.ค. 2557

เวทีจุดเสี่ยง...ลูกปืนปริศนา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

            “ปืนจริง ปืนจริง หลบเร็วๆๆ หมอบลงๆๆ” เสียงการ์ดตะโกนบอกผู้คนแถวสะพานหัวช้างให้หมอบตัวลง ดังขึ้นกลางดึกของค่ำคืนวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา หลังเสียงกระสุนชุดแรกจบลง เขาพยายามจะเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมที่กางเต็นท์นอนอยู่บริเวณนั้นออกไป

            “มันไม่ได้ยิงชุดเดียวนะ ไม่กี่นาทีก็มีเสียงปืนชุดที่ 2 ยิงใส่มา คราวนี้รู้แล้วว่าของจริง พยายามตะโกนบอกให้พวกเขาก้มตัวหมอบค่อยๆ วิ่งมาที่หลังรถยนต์” วิทยา เพชรเชนร์ การ์ด กปปส. อดีตทหารจากนครศรีธรรมราช เล่าต่อถึงนาทีระทึกขวัญ

            วันนั้น "วิทยา" ประจำอยู่ที่ด่านทางเข้าเวทีปทุมวัน แถวสะพานหัวช้าง หน้าโรงแรมเอเชีย เข้าเวรตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน แต่ประมาณห้าทุ่มครึ่งกำลังจะออกเวร ได้ยินเสียงปืนยิงเข้ามาหลายนัดซ้อนๆ กัน สำหรับคนไม่มีประสบการณ์อาจคิดว่าเป็นเสียงประทัด แต่อดีตทหารภาคใต้อย่างเขาฟังออกว่า มันเป็นเสียงยิงของลูกกระสุนจากมัจจุราชสีดำ!!

            ระหว่างพยายามส่งเสียงเตือนคนอื่นให้ระวัง "วิทยา" อาศัยจังหวะเสียงปืนเงียบลงวิ่งหมอบหลบเข้าไปนอนอยู่ใต้ท้องรถกระบะคันหนึ่งที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม เพื่อสังเกตว่าเสียงยิงมาจากไหนกันแน่

            “พวกมันอยู่บนตึกแถว น่าจะมาเป็นกลุ่มหลายคน เพราะเสียงปืนยิงออกมามีทั้งปืนยาวเอชเค และปืนสั้น 11 มม. กับ 9 มม. สลับกันไปเหมือนยิงขู่แบบก่อกวน ยิงหนึ่งชุดพัก 5-10 นาที ก่อนยิงใหม่ นานประมาณเกือบชั่วโมงกว่าจะหลบหนีไป"

            เสียงปืนเงียบสงบลง..พวกเขาพบปลอกกระสุนหลายนัด พวกการ์ดแถวหน้าขึ้นไปดูบนตึกแถว แต่ไม่พบกลุ่มคนยิง หลังจากนั้นมีการเพิ่มมาตรการป้องกัน โดยเพิ่มการ์ดแถวนี้จาก 20 กว่าคน เป็น 50 กว่าคน

            “วิทยา” ยอมรับว่า คืนนั้นโชคดีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเอาพระหุ้มผ้าสีขาวมาให้การ์ดหลายคนคล้องคอ บอกว่าไม่ต้องเปิดดู แต่ให้ใส่ติดตัวไว้ ผ่านไปไม่นานก็เกิดเหตุร้ายขึ้นมา

            เหตุการณ์คืนนั้น มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถูกกระสุนยิงฝังที่ข้อเท้า ส่วนอีกรายเป็นผู้หญิงที่บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ตกใจมากจนเป็นลม เจ้าหน้าที่เทศกิจรายหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุยิงข่มขู่ในตอนกลางคืน เขากับทีมงานถูกสั่งให้มาดูแลบริเวณสะพานหัวช้างใกล้ๆ กับเขตพระราชฐาน วังสระปทุม ตอนกลางวันไม่มีปัญหาอะไร แต่พอตกเย็นจะรู้สึกเกร็งๆ อยู่นิดหน่อย เพราะเจ้าหน้าที่เทศกิจไม่มีอาวุธปืนไว้ป้องกันตัวเอง และไม่มีเสื้อเกราะป้องกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริง คงต้องหาวิธีหลบลูกกระสุนแบบตัวใครตัวมัน

            ล่าสุด รุ่งสางประมาณตีสีของวันที่ 16 มกราคม การ์ด กปปส.รายงานว่า มีแก๊งมอเตอร์ไซค์หลายคันซิ่งด้วยความเร็วเข้ามาปาประทัดยักษ์ใส่ช่วงสะพานหัวช้างหนึ่งลูก แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

            ในอดีตการชุมนุมทางการเมืองแต่ละครั้งย่อมสร้างความยั่วยุไม่พอใจให้แก่กลุ่มที่เห็นขัดแย้ง แม้แกนนำจะวางแผนยุทธศาสตร์รับมือรัดกุมเพียงใด แต่สุดท้ายมักนำไปสู่ความรุนแรงจนถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต!!

            ครั้งนี้เช่นกัน หลัง "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ลั่นกลองรบ สั่งเดินหน้า "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" 8 จุด เพียงไม่กี่ชั่วโมง.. เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นบริเวณเวทีแจ้งวัฒนะ ซึ่งมี "หลวงปู่พุทธะอิสระ", "สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์" และ "ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์" เป็นแกนนำ

            ดึกสงัดรอยต่อของเช้าวันที่ 13 มกราคม "หนุ่มนครศรีฯ" วัย 36 ปี ถูกยิงเข้าที่ลำคอด้านซ้าย บริเวณแนวบังเกอร์ ซอยแจ้งวัฒนะ 14 นอกจากนี้ไม่นับรวม "หัวนอต" ที่ถูกยิงเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมอยู่บ่อยครั้ง

            ความรุนแรงก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ราวบ่าย 2 โมงของวันที่ 14 มกราคม เกิดก่อเหตุทะเลาะกันเองของผู้ชุมนุม บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ต่อมาเวลา 2 ทุ่ม มีรายงานตำรวจบาดเจ็บ 4 ราย บริเวณสวนลุมพินี และช่วงเที่ยงคืนวันเดียวกัน มีเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้าไปในรั้วบ้านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริเวณถนนสุขุมวิท และปิดท้ายด้วยเสียงยิงปืนนานเกือบชั่วโมงที่สะพานหัวช้าง

            กลุ่มผู้ไม่หวังดี นอกจากจะส่งสัญญาณเตือนความรุนแรงมายังเวทีประทุมวันใจกลางเมืองแล้ว “เวทีแจ้งวัฒนะ” ซึ่งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลมด้านนอก ถือเป็นจุดเสี่ยงเช่นกัน เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเสื้อแดงนนทบุรี และเสื้อแดงดอนเมือง ทำให้ต้องเสริมแนวป้องกันแน่นหนา เช่น ยางรถยนต์ กระสอบบรรจุทราย กำแพงแบร์ริเออร์ ฯลฯ

            "ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์" หนึ่งในแกนนำ กปปส.ยอมรับว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นถิ่นเสื้อแดง มีฐานเสียงนักการเมืองฝั่งดอนเมือง หลักสี่ นนทบุรี และปทุมธานี ดังนั้นจึงต้องวางมาตรการป้องกันเข้มงวดเป็นพิเศษ มีการเพิ่มแสงสว่างบริเวณผู้ชุมนุมเข้าออกทั้งหมด, วางแนวป้องกันสูง 1.20 เมตร, ตรวจอาวุธ, จัดชุดการ์ดลาดตระเวน, จัดหาเสื้อเกาะให้การ์ดตามจุดเสี่ยง และเพิ่มการ์ด 200 คนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง

            "สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์" เสริมว่า ตอนนี้กำลังขอแรงคนทำกระสอบทรายเป็นด่านบังเกอร์เพิ่ม และมีข่าวสะพัดว่า ผู้มีอิทธิพลย่านนี้จะบุกทำร้าย พร้อมขออาสาการ์ดดูแลเพิ่มเติม ขณะนี้มีอดีตนายทหาร ยศ พล.อ. ส่งกำลังทหาร 5 นาย มาคอยดูแลความปลอดภัย และทำการฝึกการ์ดอาสา ตรวจพื้นที่ชุมนุม ตั้งแนวป้องกันและช่วยดูแลแกนนำสำคัญ มีการตรวจสอบตึกสูงรอบๆ เพื่อให้การชุมนุมปลอดภัยมากขึ้น โดยการ์ดเวทีแจ้งวัฒนะส่วนใหญ่มาจาก นครสวรรค์ สมุทรสาคร ราชบุรี นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี เป็นหลัก
 
            ด้าน "อาทิตย์ สกุลกันย์" การ์ด กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ เล่าว่า ต้องเฝ้าดูแลพื้นที่จุดเสี่ยง ป้องปรามพวกก่อกวนส่วนใหญ่มากลางคืน ขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาป่วน ชอบเร่งเครื่องให้เสียงดัง และยิงหนังสติ๊ก โดยใช้กระสุนหัวนอต ก้อนหิน เข้ามาในพื้นที่ชุมนุม

            “พวกนี้ชอบใส่เสื้อกักคล้ายเสื้อวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ไม่มีตัวเลขหรือตัวอักษรบอก พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับวินคนอื่นๆ เพื่อให้หลบหนีได้ง่ายขึ้น” การ์ดข้างต้นกล่าววิเคราะห์ทิ้งท้าย

.............

(หมายเหตุ : เวทีจุดเสี่ยง...ลูกปืนปริศนา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)