ข่าว

สมชัย:รัฐบาลเลือกสงครามดึงดันเลือกตั้ง

สมชัย:รัฐบาลเลือกสงครามดึงดันเลือกตั้ง

17 ม.ค. 2557

สมชัย:รัฐบาลเลือกสงครามดึงดันเลือกตั้ง

             นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวในการอภิปรายเรื่อง “การเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 กับการปฏิรูปการเมืองไทย” ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา มีใจความเตือนถึงการเดินหน้าเลือกตั้งจะนำไปสู่ความรุนแรงและวิกฤติประเทศถึงขั้นปะทะสูญเสีย 

             นายสมชัย กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ยากที่สุด นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งมา เนื่องจาก กกต.มีจำนวน 4 ชุด แต่ไม่มีชุดใดโดนแจ็กพอตเท่า กกต.ชุดนี้ เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานเพียงหนึ่งเดือนดูเหมือนว่าแต่ละวันช่างยาวนาน ยอมรับเลยว่า เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีความสุขมาก มีความสบายใจกว่า

             สำหรับสถานการณ์การเมืองขณะนี้ มองว่าไม่ปกติ หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไม กกต.ไม่ทำหน้าที่เดินหน้าจัดการเลือกตั้งอย่างเดียว ทำไมต้องวุ่นวายไปเป็นคนกลางในการเจรจากับคู่ขัดแย้ง ซึ่งผมอยากชี้แจงว่า ในภาวะที่สถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ ถ้าดึงดันให้มีการเลือกตั้งต่อไป เราก็จะเห็นนรกอยู่ตรงหน้า เนื่องจากเป็นการจัดการเลือกตั้งภายใต้ความขัดแย้งของสังคม โดยทุกคนพร้อมที่จะทำทุกอย่างที่ถูกและผิดกฎหมายที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ เช่น การไปขัดขวางการเลือกตั้งจนเกิดการปะทะและสูญเสีย

             มีคนถามผมว่า กกต.เห็นคนทำความผิดทำไมไม่แจ้งความ ไม่กลัวถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือ ผมอยากตอบว่า ในขณะนี้เรื่องกฎหมายกลายเป็นเรื่องรองมากกว่าความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ต้องตั้งคำถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่โดนข้อหากบฏมีโทษถึงประหารชีวิต เดินไปมาทั่วกรุงเทพฯ แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่กล้าจับกุม ทั้งที่ข้อกล่าวหาแรงขนาดนั้น ก็เช่นเดียวกับ กกต.ที่ยังไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง

             กกต.ผู้นี้ กล่าวถึงข้อสงสัยว่าทำไม กกต.จึงไม่ย้ายสถานที่ ทั้งที่ถูกขัดขวาง ไม่เข้าไปรับสมัครในพื้นที่ทหารหรือตำรวจ เพราะในพื้นที่เหล่านั้นมีคลังแสงและมีอาวุธ ลองคิดดู ถ้าหากมีการจลาจลจะเกิดอะไรขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไม กกต.จึงไม่ย้ายสถานที่ ส่วนผู้สมัครที่ถูกขัดขวางก็ให้ไปแจ้งความดำเนินคดี

             "กกต.ไม่อยากเห็นฟืนเข้าไปในกองไฟ อะไรก็ตามที่สามารถดึงฟืนออกจากไฟได้ เราพร้อมที่จะทำ แต่ขณะนี้เป็นการจัดการเลือกตั้งภายใต้ความขัดแย้งของคนจำนวนมหึมา คนกลุ่มใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับให้มีการเลือกตั้ง ดังนั้นอารมณ์ของคนที่พร้อมทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมายก็มักจะเกิดขึ้นได้เสมอ" นายสมชัย ระบุ

             และว่า โดยบรรยากาศการหาเสียงขณะนี้ไม่คึกคัก ยังไม่เกิดปรากฏการณ์อะไรมากมาย ยังไม่มีพวกซื้อสิทธิขายเสียงหรือจ่ายเงินเลย อาจเป็นเพราะกลัวจ่ายเงินแล้วไม่มีเลือกตั้ง แต่ถ้ามีการหาเสียงอย่างจริงจังก็จะเกิดกระบวนการคัดค้าน นกหวีดเป่า ตีนตบ มือตบ แน่นอน

             "เรื่องบางเรื่องที่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว มันกลายเป็นจลาจลได้แน่นอน ซึ่งผมเคยถาม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ในกรณีฉีกบัตรเลือกตั้งย่อมมีความผิดกฎหมาย แต่ถ้าเกิดวันเลือกตั้งมีคนฉีกบัตรเลือกตั้ง 5,000 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกล้าจับหรือไม่ ถ้าหากไม่จับเชื่อว่าก็จะมีคนฉีกบัตรเพิ่มขึ้นเป็นแสนคน ซึ่งมันง่ายต่อการเกิดจลาจลมาก"

             เขากล่าวด้วยว่า ลองคิดดูว่า หากไม่สามารถนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้เพียงหน่วยเดียว จะส่งผลให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 125 คน ไม่สามารถประกาศรายชื่อได้ ปัญหาจะหนักยิ่งกว่าไม่มีผู้สมัคร ซึ่งเชื่อว่าหากจัดการเลือกตั้งต่อไป คงไปสำเร็จช่วงเดือนพฤษภาคม แต่จะเป็นการสำเร็จภายใต้ภาวะสงคราม

             "ดังนั้นหากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปช่วงเดือนพฤษภาคม ช่วงเวลา 2-3 เดือนนี้ ก็พอมีเวลาปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมาย และทุกคนจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งโดยทุกคนพร้อมใจกันช่วยอย่างสันติ แต่รัฐบาลกลับเลือกสงครามที่ดึงดันเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งต่อไป" นายสมชัย กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวทิ้งท้าย


------------------

(หมายเหตุ : รัฐบาลเลือกสงครามดึงดันเลือกตั้ง)