
ไฟไหม้บ้านไม้เก่าแก่อดีตส.ส.บุรีรัมย์วอด20ล.
เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือนแถวไม้เก่าแก่บ้านประจำตระกูลอดีต ส.ส.ดังบุรีรัมย์ วอดกว่า 20 ล้าน
วันที่ 16 ม.ค.57 เมื่อเวลา 05.45 น. ร.ต.ท.สำเร็จ รักษาวัฒนะ ร้อยเวร สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือนแถวบ้านไม้เก่าแก่ 2 สองชั้น ตั้งอยู่เลขที่ 22-26 บ.ตลาด ม.3 ต.ห้วยราช อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.บุญสินธุ์ ผดุงสุข ผกก. สภ.ห้วยราช ทราบพร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาล และ อบต. ทั้งใน อ.ห้วยราช และ พื้นที่ใกล้เคียงกว่า 20 คัน ไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุลักษณะเรือนแถวบ้านไม้ 2 ชั้น10 คูหา เพลิงได้โหมลุกไหม้บริเวณคูหาสุดท้ายของเรือนแถวอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำสกัด แต่เนื่องจากเรือนแถวบ้านไม้ดังกล่าว ก่อสร้างจากไม้มะค่าโมง และไม้พะยูงเก่าแก่ทั้งหลัง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาฉีดน้ำดับเพลิงนานกว่า 4 ชั่วโมง แต่ก็ไม่สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ ทำให้เรือนแถวไม้ดังกล่าวซึ่งมีอยู่จำนวน 10 คูหา รวมทั้งทรัพย์สินภายในบ้านวอดเสียหายทั้งหมด
จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท โดยเรือนแถวไม้ที่เกิดเหตุเป็นบ้านประจำตระกูลของนายสมาน มณีราชกิจ อดีต ส.ส.ชื่อดังของ จ.บุรีรัมย์ ปัจจุบันมีลูกหลานอาศัยอยู่ 5 ครอบครัว แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
สอบสวน นางธีรยา มณีราชกิจ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงชาวบ้านร้องตะโกนไฟไหม้ที่ห้องเลขที่ 23 ซึ่งเป็นห้องว่างไม่มีคนพักอาศัย โดยใช้สำหรับต้อนรับแขกและญาติพี่น้องมาพักอาศัยเท่านั้น ทุกคนที่นอนอยู่ภายในบ้านต่างพากันวิ่งออกมาช่วยกันใช้น้ำดับ แต่เปลวไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระแสลมกรรโชกแรง ประกอบกับบ้านไม้ทั้งหลังเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เรือนแถวทั้ง 10 คูหา รวมทั้งทรัพย์สินภายในบ้านวอดเสียหายทั้งหมด
แต่ปรากฏว่า พบพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ติดอยู่ภายในบ้านไม่ถูกไฟไหม้ เชื่อเว่าป็นเพราะพระบารมีล้นเกล้าฯ ของสองพระองค์ท่าน ทำให้ไฟไม่ไหม้เสียหายเพียงกรอบเท่านั้น อีกทั้ง เรือนแถวบ้านไม้ดังกล่าว ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2518 เคยมีคนมาขอซื้อในราคาสูงถึงหลักพันล้านบาท แต่ครอบครัวไม่ขาย เพราะว่าต้องการเก็บรักษาเอาไว้ให้อนุชนลูกหลานรุ่นหลังไว้ดูแล เนื่องจากทั้งหลังสร้างจากไม้มะค่าโมง และไม้พะยูงเก่าแก่
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ต้นเพลิงเกิดจากห้องเลขที่ 23 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้สำหรับต้อนรับแขก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง



