ข่าว

ฟันธง!คดีที่เกิดกับ'ปชป.'ไม่คืบ

ฟันธง!คดีที่เกิดกับ'ปชป.'ไม่คืบ

14 ม.ค. 2557

ฟันธงเกือบ 10 คดีที่เกิดกับ 'ปชป.' ไม่คืบ ซัด ตร.ไร้ฝีมือ ทั้งที่มีหลักฐาน-พยาน เหน็บ ถ้าเป็น 'พท.' หาตัวคนร้ายได้ใน 24 ชม. นิมนต์พระทำบุญอ้างล้างซวย

 

                          14 ม.ค. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่คนร้ายลอบวางระเบิดบ้าน น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีตส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่านับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ที่เกิดกับสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ หรือฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล เช่น เกิดเหตุกับนายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ , นายพัชณช เหาตะวานิช เลขานุการส่วนตัว นายกรณ์ จาติกวณิช , น.ส.จิตภัสร์ กฤษดากร ณ อยุธยา , นายธีมะ กาญจนไพริน หรือ จั๊ด ดีเจ , พิธีกรรายการทางบลูสกายแชนแนล , บ้านของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ , บ้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส. และที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

                          โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เกือบ 10 เหตุการณ์ที่สมาชิกพรรคประธิปัตย์ถูกทำร้าย และถูกลอบใช้อาวุธ เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยเข้าใกล้ หรือจับกุมตัวคนร้ายได้เลยแม้แต่กรณีเดียว และตนฟันธงได้ว่า การยิงพรรคประชาธิปัตย์ และการปาระเบิดใส่บ้าน น.ส.รังสิมา ก็คงจะหาใครมารับผิด หรือหามือใครดมไม่ได้อีกเช่นเคย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดไม่ได้เลย ถ้าไม่มีการสมรู้ร่วมคิด หรือรู้เห็นเป็นใจ เป็นไปได้อย่างไรที่เกือบ 10 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยจับมือใครดมได้ การที่กรุงเทพมหานครมีรถยนต์ที่สามารถพกปืนสงคราม กราดยิงใส่พรรคการเมือง แล้วสามารถผ่านด่านตำรวจทั่วกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น

                          นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าเหตุการณ์เช่นนี้ ถ้าเกิดกับพรรคเพื่อไทย ตนกล้าพูดเลยว่าไม่กิน 24 ชม.คนร้ายจะถูกนำตัวมาดำเนินคดีแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยไม่ได้ไร้ความสามารถ คดียากกว่านี้ตำรวจก็สามารถสืบสาว เอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ แต่กรณีของพรรคประชาธิปัตย์มีแม้กระทั่งกล้องวงจรปิด ยี่ห้อและทะเบียนรถยนต์ แต่วันนี้ก็ไม่มีความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม พรรคคงไม่ต้องขอกำลังพิเศษมาดูแล แต่ขอให้ตำรวจทำงานเต็มที่จับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้เห็นกรณีหนึ่งเราก็พอใจแล้ว พรรคจะได้อุ่นใจขึ้นบ้างไม่ต้องถึงขนาด รบกวนให้มาเป็นบอดี้การ์ด

 

 

นิมนต์พระทำบุญอ้างล้างซวย

 

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระบริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม หลังจากที่วันที่13 ม.ค. ถูกคนร้ายกราดยิงร้านกาแฟหน้าพรรคจนได้รับความเสียหายกระจกแตกละเอียด โดยมีการเชิญพระจากวัดเทพศิรินทราวาส 9 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พรรค โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

                          ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เชิญทุกฝ่ายไปหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ในวันที่ 15 ม.ค.ว่า ปัญหาในขณะนี้คือผู้รักษาการตามกฎหมาย คือ นายกรัฐมนตรีกับประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรหารือให้ได้ข้อสรุปก่อนว่า สถานะการจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นอย่างไร มีอุปสรรคจริงหรือไม่ ถ้านายกฯ เห็นว่าไม่มีปัญหาก็ไม่ต้องคุยกับใคร ว่าต่อไปกับกกต. แต่ถ้าเห็นว่ามีปัญหาต้องตั้งหลักว่าจะจัดการเลือกตั้ง ที่คนยอมรับและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญอย่างไร และให้ กกต.เป็นเจ้าภาพในการเริ่มต้นกระบวนการดังกล่าว

                          "ผมไม่เห็นประโยชน์ที่นายกฯ จะนั่งหัวโต๊ะเชิญคน 70 คน มาให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น แต่ขอบอกว่าไม่มีใครยอมให้นายกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอีกแล้ว และนายกฯ ไม่อยู่ในฐานะที่จะเชิญใครมาแล้วจะได้ข้อยุติ ผมขอย้ำว่านายกฯ ต้องคุยกับประธานกกต.ให้ได้ข้อยุติในส่วนของผู้รักษาการตามกฎหมายเสียก่อนว่าเป็นอย่างไร จะโยนความรับผิดชอบให้คนอื่นไม่ได้ ผมบอกตรงๆ ว่าเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปโกหกนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติแล้ว ก็ไม่อยู่ในฐานะที่สามารถคุยกับใครได้ แต่ถ้านายกฯ ยังทำแบบนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับประเทศชาติ การอ้างว่าต้องปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เพราะคนที่เห็นว่าการเลือกตั้งไม่ตอบโจทย์ให้ความเห็นหมดแล้ว เหลือแต่นายกฯ ที่ต้องประเมินว่า จะดำเนินการอย่างไรในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย และคนที่คัดค้านการเลือกตั้งมากที่สุด คือ พรรคเพื่อไทย ต้องไปคุยกับพรรคเพื่อไทยก่อน"

 

 

การันตี 'อภิสิทธิ์' ไม่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

 

                          นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ขู่จะนำภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยกับกลุ่มกปปส.เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณายุบพรรคประชาพิปัตย์ ว่า การขึ้นเวทีดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความเห็นทางการเมือง ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ลงเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

                          รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากนายพร้อมพงศ์ จะยื่นร้องจริงๆ ก็ขอให้นำภาพที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ที่ไปขึ้นเวทีคนเสื้อแดงในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ไปยื่นต่อกกต.ด้วย และตนจะรวบรวมข้อมูลการขึ้นเวทีคนเสื้อแดงของแกนนำพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะนายจารุพงศ์ เพื่อมอบให้นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะทีมกฎหมายพรรค พิจารณายื่นร้องต่อกกต.ต่อไป หากพบว่ามีความผิดก็จะสามารถร้องยุบพรรคเพื่อไทยได้ด้วย