ข่าว

'สุรพงษ์'ขู่ปิดวิทยุการบินผิดกม.

'สุรพงษ์'ขู่ปิดวิทยุการบินผิดกม.

14 ม.ค. 2557

'สุรพงษ์' แถลงขู่ม็อบ 'กปปส.' ปิดวิทยุการบินผิดกฎหมาย ยันราชการยังเปิดตามปกติ ย้ำยึดสันติคืนสงบ ถามกลับถ้าเลื่อนเลือกตั้ง 'ปชป.' จะลงสมัครหรือไม่

 

                     14 ม.ค.57 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยนาวาอากาศตรีประจักษณ์ สัจจโสภณ กรรมการผู้จัดการอำนวยใหญ่บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และนายเสกสรรค์ นาควงศ์ รองปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แถลงสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง11 ถึงการแก้ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มกปปส.และเครือข่าย

                     โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศนำมวลชนไปปิดสถานที่ราชการ รวมทั้งวิทยุการบินฯ ตนในฐานะ ศอ.รส. เห็นว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งชาวต่างชาติและประชาชนในกทม. ซึ่งรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและมีการกำหนดมาตรการบรรเทาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตามสถานที่ราชการที่ถูกปิดล้อมเป็นการปิดล้อมเพียงตัวอาคารเท่านั้น แต่การให้บริการยังสามารถบริการตามปกติ

                     จากนั้นนายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ล่าสุดที่นายสุเทพ ประกาศผ่านสื่อว่าจะเข้าปิดล้อมสถานที่ราชการอีก 3 แห่ง คือ กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงแรงงานนั้น ยืนยันว่าประชาชนยังสามารถได้รับบริการและทำธุรกรรมตามหน่วยงานตามปกติ และหากประชาชนประสงค์จะติดต่อส่วนราชการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมและขอให้ติดต่อที่สายด่วน 1111 หรือ สายด่วน สถานที่ราชการนั้นๆโดยตรง โดยกรมศุลกากรติดต่อที่สายด่วน 1164 กระทรวงพาณิชย์ติดต่อสายด่วน 1203 และกระทรวงแรงงานติดต่อที่สายด่วน 1546

                     "สุดท้ายขอยืนยันว่ารัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินสามารถดำเนินการได้ตามปกติ และดำเนินการอย่างละมุนละม่อม เพื่อให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด" นายสุรพงษ์ กล่าว

                     นายสุรพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่คปท.จะนำมวลชนไปปิดล้อมตลาดหลักทรัพย์วันที่ 15 ม.ค.ว่า คิดว่าคงไม่มีผลกระทบอะไร เนื่องจากการทำงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นระบบคอมพิวเตอร์ และมีระบบสำรอง(แบคอัพ)รองรับ กลต.มีการสำรองและสวิชข้อมูลไปยังสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งได้ ดังนั้นการที่คปท.จะไปปิดก็ไม่มีผลกระทบอย่างแน่นอน การซื้อขายก็ดำเนินการได้ตามปกติ จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามในส่วนของศอ.รส.มีแผนสำรองในการรับมือและการดูแลประชาชน และตาดว่าการชุมนุมของกปปส.จะไม่เกินหนึ่งสัปดาห์

                     เมื่อถามว่าการนัดหารือกับ 70 องค์กร ในวันที่ 15 ม.ค. ประเด็นคือประชุมเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จะมีการกำหนดท่าทีและดูข้อกฎหมายเป็นหลักว่ารัฐธรรมนูญว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องทำได้หรือไม่ และถ้าหากมีการเลื่อนการเลือกตั้งจริงพรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งหรือไม่ กปปส.เองจะเลิกการชุมนุมหรือไม่ ดังนั้นจะให้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งอย่างเดียวคงไม่ได้ต้องมาดูองค์ประกอบและความร่วมมือจากทุกฝ่าย ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะให้รัฐบาลและนายกฯลาออกจากการรักษาการนั้นยืนยันอีกครั้งว่าเราทำไม่ได้ เพราะถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่กปปส.ประกาศจะไม่มาร่วมหารือด้วยนั้นก็น่าเสียดาย แต่แม้กปปส.จะไม่มาร่วม ก็ต้องเดินหน้าเพื่อหาทางออกให้กับประเทศต่อไป

                     จากนั้นนายเสกสรรค์ นาควงศ์ รองปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า ความพร้อมของกระทรวงท่องเที่ยวฯได้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในการอำนวยความสะดวกในกรณีประสบปัญหาเรื่องการเดินทาง และผลกระทบจากการชุมนุมประท้วง โดยมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือ ณ ที่การกีฬาหัวหมาก ตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง รวมทั้งจัดจุดช่วยนักท่องเที่ยว 4 จุด คือ BTSสยาม BTSพญาไท BTSศาลาแดง และMRTหัวลำโพง

                     รองปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังจัดจุดบริการรับส่งนักท่องเที่ยวไปสนามบินกรณีฉุกเฉินจำนวน 3 จุด ที่ โรงแรมอีสตินแกรนด์สาทร โรงแรมอินเตอร์สวีทสุขุมวิท 18 โรงแรมทวินทาวเวอร์ โดยมีจัดรถบัส 1 คัน ต่อ 1 จุด รถตู้ 2 คัน ต่อ 1 จุด และเรือในแม่น้ำเจ้าพระยารับส่ง 1 ลำ นอกจากนี้เตรียมอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตตามจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ยังไม่มีผลกระทบร้ายแรงต่อนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด มีเพียงนักท่องเที่ยว7รายมาโทรสอบถามเส้นทางเท่านั้น ทั้งนี้หากมีปัญหาใดโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่หมายเลข 02-3141212

                     ขณะที่นาวาอากาศตรีประจักษณ์ สัจจโสภณ กรรมการผู้จัดการอำนวยใหญ่บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการปิดล้อมวิทยุการบิน ว่า ตามที่กระแสข่าวว่าบางกลุ่มจะเข้ามาปิดการทำงานของวิทยุการบินนั้น ตนอยากให้ประชาชนรับทราบว่าวิทยุการบินมีหน้าที่ให้บริการควบคุม การจราจรทางอากาศให้กับสายกานบินในประเทศและสายการบินทั่วโลกที่บินมายังประเทศไทยและเพื่อเดินทางต่อไปประเทศต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานสากล ดังนั้นการให้ความปลอดภัยของวิทยุการบินต้องให้บริการสายการบินต่างชาติ ที่ให้บริการ 2 พันกว่าเที่ยวบินที่เดินทางมาที่ต้องให้ความปลอดภัย

                     กรรมการผู้จัดการวิทยุการบิน กล่าวอีกว่า ในการให้ความปลอดภัยกับสายการบิน เป็นเรื่องของการบริการตามมาตรฐานสากล ที่มีกฎหมายสากลดูแลล ที่มีองค์กรการบินระหว่างประเทศ IKO กำกับดูแลอยู่ จึงเสมือนว่าวิทยุการบินเป็นตัวแทนของหน่วยงานไทยในเวทีสากล และแล้วจากการที่มีข่าวลือและกระแสข่าวดังกล่าว วิทยุการบินได้เชิญตัวแทนสายการบินที่ขึ้น-ลงในไทย ซึ่งมีสายการบินเข้ามาฟังก็ได้รับการผ่อนคลายและเข้าใจในสิ่งที่จะวิทยุการบินจะให้บริการ เพราะเราต้องให้บริการเช่นเดิมเนื่องจากเขาหวั่นวิกตก อย่างไรก็ตามความคิดเห็นการที่ต่างมุมมองทางการเมืองแต่ขอวิงวอนว่าในส่วนวิทยุการบินเป็นตัวแทนประเทศไทยที่สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว จึงหวังว่าจะเข้าใจกิจกรรมและเข้าใจกับสิ่งที่วิทยุการบินดำเนินการ

                     ทั้งนี้ตนไม่อยากกล่าวถึงความผิดทางกฎหมาย แต่อยากให้เกิดความเข้าใจในการทำงานมากกว่าที่พูดถึงเรื่องมุมมองทางกฎหมาย และในฐานะผู้ดูแล จึงอยากให้ช่วยกันสร้างภาพลักษ์ให้ประเทศไทยในที่สิ่งที่ทั่วโลกชื่นชมและช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดีแล้วต่อไป

                     เมื่อถามว่าการบินพลเรือนมีการดูแลรักษาความปลอดภัยในวันที่ 15 ม.ค. นาวาอากาศตรีประจักษณ์ กล่าวว่า ก็เป็นสิ่งที่ทหารได้เข้าไปดูแลในเรื่องของการดูแลความเรียบร้อย แต่มาตรการเหล่านี้เป็นเรื่องของมาตรการ อยากจะเรียนว่าประชาชนทุกฝ่ายเรารู้ว่าประชาชนมีความรักประเทศไทย จึงอยากชี้แจงว่าวิทยุการบินเรามีบทบาทให้ประชาชนเข้าใจ เพราะองค์กรของเราทำหน้าที่ในเวทีสากลและเครือข่ายของโลก ไม่ใช่เป็นแค่การทำงานในประเทศไทย จึงอยากให้ผู้ชุมนุมเห็นถึงความสำคัญ

 

'ศอ.รส.' สรุปสถานการณ์การชุมนุม ชี้ 'ชัตดาวน์ กทม.' วันที่ 2 กปปส.ปิดหลายจุด

 

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ทาง ศอ.รส.ได้สรุปสถานการณ์การชุมนุม เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการปิดแยกสำคัญ 7 แห่ง ได้แก่ แยกปทุมวัน แยกราชประสงค์ แยกอโศก แยกศาลาแดง แยกอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้าแยกลาดพร้าว และศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ รวมถึงมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ในต่างจังหวัดอีก 9 จังหวัด ส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ มีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 8,000 คน แต่มีกลุ่มที่มีความเห็นต่างกับกลุ่ม กปปส.โดยมีความเห็นสนับสนุนการเลือกตั้ง มีทั้งหมด 32 จังหวัด มีผู้ร่วมชุมนุมกว่า 50,000 คน ซึ่งทุกพื้นที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

                    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า รัฐบาลมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในเขตกรุงเทพมหานคร ผลจากการตั้งจุดตรวจค้นทั้งหมด 22 จุด ซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 15 ราย ได้แก่ การจับกุมเรื่องการพกพาอาวุธ เช่น มีหนังสติ๊กลูกกระสุนหัวน็อต เหล็กขูดชาร์ฟ และสนับมือ ในพื้นที่บริเวณชุมนุม และเมื่อเวลา 00.30 น.ของวันที่ 14 ม.ค.2557 ได้มีเหตุคนร้ายปาระเบิดปิงปองและใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้ามาในทำเนียบรัฐบาลบริเวณหลังอาคาร 18 ใกล้กับประตู 5 ซึ่งเป็นอาคารที่พักของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ทำให้มีรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน 50408 ได้รับความเสียหายถูกกระสุนปืนกระจกแตก และในช่วงเวลา 00.45 น. บริเวณประตู 5 มีคนร้ายได้โยนระเบิดแก๊สน้ำตาและยิงหนังสติ๊กเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล ทำให้หลอดไฟแตก และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐานแล้ว

                    โฆษก ศอ.รส. กล่าวอีกว่านอกจากนี้ จากกรณีที่นายถาวร เสเนียม ได้แจ้งผ่านสื่อโทรทัศน์ว่าขอกำบังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม ทางผอ.ศอ.รส. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายป้องกันปราบปราม เป็นผู้ประสานงานกับแกนนำ กปปส.

                    สำหรับสถานการณ์การชุมนุมล่าสุดของกลุ่ม กปปส. เมื่อเวลา 11.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสวนลุมพินี ได้เคลื่อนไปปิดกรมศุลกากรเรียบร้อยแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมแจ้งวัฒนะ เคลื่อนไปที่กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการส่งออก กลุ่มผู้ชุมนุมแยกราชประสงค์ เคลื่อนมาที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลุ่มผู้ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กำลังเคลื่อนไปที่สน.พญาไท บางซื่อ และ ดินแดง จุดนี้รอง ผบ.ตร.พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ จะเดินทางไปร่วมพูดคุยด้วย และในช่วงบ่ายจะเดินทางไปที่กรมโยทาธิการ กลุ่มผู้ชุมนุมแยกอโศกฯ เคลื่อนไปที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กลุ่มคปท.จะเคลื่อนไปที่กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้การชุมนุมอาจมีแนวโน้มอยู่ถึง 7 วัน

                    พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศอ.รส.กล่าวว่า การจราจรล่าสุดหลังจากมีการเคลื่อนตัวของผู้ชุมนุม ทำให้มีการปิดจราจร 10 เส้นทาง ได้แก่ ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปิดหน้าโรงพยาบาบราชวิถี ระหว่างถนนพญาไทจึงไม่สามารถผ่านวงเวียนได้ แต่ถนนราชวิถีสามารถผ่านไปพหลโยธินและดินแดงได้ แจ้งวัฒนะมุ่งหน้าปากเกร็ด ปิดที่แยกหลักสี่ และสะพานลอยข้ามแยกหลักสี่ไม่สามารถใช้การได้ ทางลงโทรลเวย์ที่ลงแจ้งวัฒนะสามารถใช้การได้ ถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าหบักสี่ปิดที่ปากซอยแจ้งวัฒนะ 14 แยกปทุมวัน ถนนพญาไทปิดตั้งแต่สะพานหัวข้าง ปากซอยจุฬา 12 ถนนพระราม1 ปิดตั้งแต่แยกเจริญผลถึงแยกราชประสงค์ ส่วนแยกราชประสงค์ปิดการจราจรถนนเพลินจิต ตั้งแต่แยกชิดลมถึงแยกเจริญเผ่า ถนนราชดำริตั้งแต่แยกราชดำริถึงแยกประตูน้ำ ถนนอังรีดูนังสามารถกลับรถได้ที่แยกเฉลิมเผ่า

                    ทั้งนี้ แยกศาลาแดงปิดการจราจรถนนพระราม4 แยกวิทยุถึงแยกอังรีดูนัง ถนนราชดำริปิดตั้งแต่แยกชิดลมถึงแยกราชดำริ สะพานไทย -ญี่ปุ่น /ไทย-เบลเยี่ยม ขาเข้าถนนพระราม4 ใช้การได้

                    สำหรับ แยกอโศกปิดการจราจรตั้งแต่แยกอโศกเพชรถึงแยกอโศกมนตรี ถนนสุขุมวิท ตั้งแต่ปากซอย 20 ถึงแยกอโศก และห้าแยกลาดพร้าว ปิดการจราจรห้าแยกลาดพร้าวยกเว้นทางด่วนสามารถใช้ถนนวิภาวดีทั้งขาเข้าและออกได้ตามปกติ ส่วนสะพานพระราม8 มีรถจำนวนมากจอดกีดขวางอยู่บนทางยกระดับให้ใช้ทางเบี่ยงสะพานพระราม8 ขาเข้าแทน และแยกผ่านฟ้า ปิดการจราจร และบริเวณหน้ากรมศุลกากรไม่สามารถใช้ทางด่วนขึ้นลงได้ โดยประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางจราจรได้ที่เบอร์ 1197 และหากได้รับความเดือดร้อนสามารถโทรแจ้งได้ที่ 191 และ 1599

                    ด้าน พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รอง โฆษก ศอ.รส.กล่าวว่า จุดบริการประชาชนมีทั้งหมด 7 แห่ง โดยจุดแรกที่แยกปทุมวัน จัดตั้งจุดบริการประชาชนที่บริเวณปากซอยจุฬา 12แยกราชประสงค์ ตั้งจุดบริการที่บริเวณแยกชิดลม แยกอโศก จัดตั้งจุดบริการที่หน้าอุทยานเบญจสิริ แยกศาลาแดง ตั้งจุดที่แยกวิทยุ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จัดตั้งที่บริเวณปั๊ม ปตท.พหลโยธิน ห้าแยกลาดพร้าว ตั้งจุดบริการที่แยกรัชโยธิน และศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ จัดตั้งที่แยกหลักสี่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและบริการประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดเส้นทางจราจร

                    นอกจากนี้ รองโฆษก ศอ.รส. ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนว่า "จะดูแลการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อคลีคลายสถานะการณ์ทางการเมือง โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาไว้ ถึงแม้นว่าประชาชนจะชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธแต่ต้องไม่ละเมิดต่อบุคคลอื่นและต่อกฎหมายของบ้านเมือง เพราะกฎหมายตราขึ้นมาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง "โดยนิด้าโพลได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนกว่า 3,000 คน ร้อยละ 69.36 วางตัวเป็นกลางไม่สนับสนุนฝ่ายใด และ 79.92 อยากให้ข้าราชการพลเรือนตำรวจวางตัวเป็นกลาง