
'นทท.'ถูกเตือน!ให้จับตาประท้วงในไทย
14 ม.ค. 2557
'CNN'ชี้'นักท่องเที่ยว'ได้รับคำเตือนให้จับตาสถานการณ์ในไทย หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม แนะนำการเดินทางในช่วงการประท้วงปิดกรุงเทพฯ
14 ม.ค.57 สำนักข่าวCNN รายงานว่า ในขณะที่คลื่นมหาชนหลั่งไหลปิดถนนในจุดสำคัญของเมืองหลวงของประเทศไทย นักท่องเที่ยวต่างได้รับคำแนะนำให้จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมทุกแห่ง
ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่หลวงที่สุดที่นักท่องเที่ยวเผชิญคือ เรื่องของการเดินทาง จากการที่ผู้ประท้วงปิดสี่แยกหลัก 7 แห่งในกรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายที่จะบีบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งอาจจะยาวนานนับเดือน แม้ว่าหลายพื้นที่ในเมืองหลวงจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่จุดที่กลายเป็นสถานที่ชุมนุมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ รวมทั้งสีลม อโศก และสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นย่านช็อปปิ้งที่อยู่ใกล้กับโรงแรมใหญ่ ๆ เช่นโฟร์ ซีซั่นส์ แบงค็อก, แกรนด์ ไฮแอตต์ เอราวัณ และอินเตอร์คอนติเนนทัล แบงค็อก .
CNN ยังระบุว่า เมื่อเช้าวันจันทร์ โรงแรมและห้างสรรพสินค้าทุกแห่งในกรุงเทพฯ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ อีกทั้ง นายนิโคลัส ชิลตัน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์เอเชียแปซิฟิกของโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ บอกว่า ได้จับตาสถานการณ์การประท้วงทางการเมืองอย่างใกล้ชิดโดยคาดว่า การจราจรและการขนส่งทางบกจะถูกรบกวนอย่างหนัก ทำให้ต้องทำงานหนัก เพื่อให้แน่ใจว่า จะมีผลกระทบต่อแขกของโรงแรมน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็มีขั้นตอนฉุกเฉินที่เตรียมไว้แล้วเช่นกัน
อีกทั้ง ก่อนที่จะมีการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา แกนนำได้ประกาศล่วงหน้าแล้วว่า จะไม่มีการเข้าไปปิดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ที่ตอนนี้เป็นจุดที่ให้บริการสายการบินประหยัด เช่น แอร์เอเชีย นกแอร์ และยังเปิดทางให้รถพยาบาลผ่านได้ตลอด โดยไม่ปิดเส้นทางไปยังสนามบินหรือระบบสาธารณะอื่น ๆ ด้วย
บรรดานักท่องเที่ยวที่จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ได้รับคำแนะนำให้เผื่อเวลาการเดินทางไว้ 4 ชั่วโมง แต่เมื่อวันจันทร์ ทางด่วนทุกสายเปิดปกติ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าบีทีเอส, รถใต้ดินเอ็มอาร์ที, เรือโดยสารข้ามฟากและรถไฟทุกสาย
โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้แนะนำนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าหรือออกจากประเทศไทยให้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ เช่น บีทีเอส หรือเอ็มอาร์ที ที่มีแอร์พอร์ตลิงค์เชื่อมกับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งสถานีมักกะสัน ได้เพิ่มบริการเที่ยวด่วนพิเศษเป็น 78 เที่ยว และเที่ยวธรรมดา 161 เที่ยวต่อวัน โดยเที่ยวด่วนใช้เวลา 15 นาที ส่วนเที่ยวปกติใช้เวลา 30 นาที อีกทั้ง ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนบริการจะมีทุก 12 นาที ถ้าชั่วโมงปกติจะบริการทุก 15 นาที
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และกระบี่ ไม่ได้รับผลกระทบ กระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า มี 45 ประเทศ ที่ประกาศเตือนประชาชนเรื่องสถานการณ์การประท้วงในกรุงเทพฯ หลายประเทศเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงกรุงเทพฯ ที่เหลือแนะนำให้อยู่ห่างจากสถานที่ชุมนุม แม้บรรยากาศจะสงบและมักจะเป็นการเคลื่อนไหวในเวลากลางวันก็ตาม
ด้านสถานทูตสหรัฐ ได้เตือนว่า แม้ว่าจะเป็นการประท้วงอย่างสันติ แต่ก็อาจจะมีการเผชิญหน้าและสถานการณ์ลุกลามกลายเป็นความรุนแรงได้โดยไม่ทันระวังตัว จึงขอให้วางแผนล่วงหน้าเอาไว้ต้องแน่ใจว่า มีเงินสดสำรองไว้ใช้จ่ายตลอดหนึ่งสัปดาห์ และพยายามชาร์จแบตมือถือเอาไว้รวมถึงกักตุนสิ่งจำเป็น เช่น อาหาร น้ำ และยาเอาไว้
ขณะที่ รัฐบาลอังกฤษ ได้ให้คำแนะนำพลเมืองว่า การประท้วงทางการเมืองในกรุงเทพฯ และที่อื่นยังคงดำเนินอยู่ บางแห่งก็มีความรุนแรง รวมทั้งการใช้อาวุธปืน และมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งสถานการณ์ยังไม่อาจคาดเดาได้ โดยคาดว่า การประท้วงจะดำเนินต่อไป ที่อาจรบกวนการเดินทางตามถนนสายหลักในกรุงเทพฯ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการประท้วง การชุมนุมทางการเมืองทุกชนิด
สื่อนอกรายงานความเห็น"นักวิเคราะห์"หวั่นการเมืองชะงักงันและเจอปัญหาเศรษฐกิจ
เว็บไซต์ วอยซ์ ออฟ อเมริกา หรือ VOA รายงานว่า นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ให้ความสนใจต่อสถานการณ์ในประเทศไทย และเรียกร้องให้มีการเจรจา ส่วนผู้นำทางธุรกิจและนักเศรษฐศาสตร์ ได้มีคำเตือนออกมาว่า ถ้ามีการปิดกั้นยืดเยื้อ ก็อาจก่อผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศได้มากถึง 1.3 พันล้านดอลล่าร์ หรือราว 39,000 ล้านบาท เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงอย่างมาก รวมทั้งความวิตกกังวลในเรื่องการลงทุนและการท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันคนหนึ่ง บอกว่า เขาเปลี่ยนแผนเที่ยวเมืองไทย โดยออกไปชายหาดแทนการเที่ยวในเมือง เพราะเชื่อว่าจะเรียบร้อยปลอดภัยดี
ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างคำกล่าวของรองศาสตรจารย์ไมเคิล คอนเนอร์ส ของมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม วิทยาเขตมาเลเซียว่า ประเทศไทยขาดศูนย์กลางที่เป็นที่เชื่อถือได้ จึงไม่สามารถประนีประนอม ทำความตกลงที่จะยอมรับส่วนประกอบที่เป็นความยุติธรรมของแต่ละฝ่ายได้ ซึ่งบลูมเบิร์ก ยังอ้างคำกล่าวของนายไมเคิล มอนเทสซาโน่ นักวิจัยของสถาบัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ในสิงคโปร์ด้วยว่า ถ้ามองตามความเป็นจริงแล้ว การประท้วงไม่มีพลังพอที่จะกดดันให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลาออกจากตำแหน่งได้ และมองว่า การประท้วงมุ่งจะยั่วยุให้เกิดเหตุวิกฤติขึ้น
ด้านสำนักข่าว อัล จาซีร่า อ้างคำกล่าวของรองศาสตราจารย์ธงชัย วินิจจะกูล ของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน วิทยาเขตเมดิสันว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะ ประเทศก็จะเผชิญความสูญเสีย และประชาธิปไตยก็เผชิญการสูญเสียด้วย
สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ และคาเธ่ย์ แปซิฟิก ได้ประกาศลดเที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯ ขณะที่ นายซาช่า ทิฮันยี่ ของสโคเทียแบงค์ในฮ่องกง ระบุว่า ค่าเงินบาทอาจอ่อนตัวลง และถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้น อาจกระตุ้นให้นักลงทุนขายหลักทรัพย์ไทยเพิ่มขึ้นอีก ทำให้อัตราการเติบโตลดลง และเพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย จะต้องผ่อนผันการควบคุมทางการเงินมากขึ้นอีกด้วย
"นิวยอร์ค ไทม์ส"ชี้การประท้วงปิดกรุงเทพฯ เหมือนงานเทศกาลปลอดรถยนต์
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ส ออนไลน์ รายงานว่า ย่านการค้าใจกลางกรุงเทพฯ คราคร่ำไปด้วยผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล อันเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ และเป็นการประท้วงโดยสงบที่ตัดขาดการจราจรส่วนใหญ่ ที่เข้าไปยังย่านอสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย
โดยการประท้วงครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เด่นชัดที่สุดในรอบ 2 เดือน พวกเขาไม่พอใจในสิ่งที่เรียกว่า ระบบการเมืองที่ผิดปกติ ทำให้ต้องออกมาเรียกร้องทางการเมืองที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในเอเชียในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งพยายามขัดขวางการเลือกตั้งที่กำหนดจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ และเรียกร้องให้จัดตั้งรัฐบาลโดยสภาประชาชนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร
ผู้ประท้วงคนหนึ่ง บอกว่า จำเป็นต้องปิดกรุงเทพฯ เพื่อบอกให้ประชาชนรู้ว่า รัฐบาลได้สูญเสียความชอบธรรมไปแล้ว และตอนนี้รัฐบาลกำลังทำลายตัวเอง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานความรุนแรงจากพื้นที่การชุมนุมประท้วง และผู้สังเกตการณ์บางคน บอกว่า การประท้วงครั้งนี้ราวกับเทศกาลปลอดรถยนต์มากกว่าการข่มขู่รัฐบาล แต่กลุ่มคปท. ซึ่งเป็นพันธมิตรของกลุ่มกปปส.ซึ่งเป็นแกนนำในการประท้วงได้ขู่ว่า จะปิดตลาดหลักทรัพย์และวิทยุการบิน ถ้ารัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ยอมลาออกภายในวันที่ 15 ม.ค.นี้
ด้านองค์กรวิจัย อินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ระบุว่า ขอบเขตของการประท้วงโดยสันติกำลังแคบลงเรื่อย ๆ และการรณรงค์เพื่อต่อต้านการเลือกตั้งยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงทางการเมือง และอาจยั่วยุงให้ทหารออกมาปฏิวัติ
อีกทั้ง หลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากการประท้วง แต่โรงเรียน มหาวิทยาลัย สำนักงาน และร้านทองพากันปิดตัว ส่วนบริเวณราชประสงค์ที่ปกติจะเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวพากันงุนงง ขณะพยายามหาทางเข้าห้างสรรพสินค้า เนื่้องจากผู้ประท้วงเอาแบร์ริเออร์ไปกีดขวางไว้
ขณะที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ และบรรดาโรงแรม ร้านอาหาร สปา ศูนย์การค้า และโรงพยาบาล รวมถึงสถานที่อื่น ๆ ล้วนเปิดให้บริการตามปกติ เพียงแต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับชั่วโมงทำการ
ผู้ประท้วงบางคน มองว่า เป็นเรื่องดีที่ได้มีโอกาสขี่จักรยานในกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย โดยบอกว่า ถนนในกรุงเทพฯ ไม่เคยว่างเว้นแบบนี้ ปกติต้องรอถึงเที่ยงคืนถึงจะออกมาขี่จักรยานบนถนนได้ โดยการจราจรไม่ติดขัด ส่วนการปิดกรุงเทพฯ เป็นเพียงการแช่แข็งรัฐบาล และบอกให้โลกรู้ว่า ที่นี่ไม่มีความรุนแรง แต่เหมือนงานเทศกาลมากกว่า



