ข่าว

'หุ้นไทย-เงินบาท'ขานรับเลื่อนเลือกตั้ง

'หุ้นไทย-เงินบาท'ขานรับเลื่อนเลือกตั้ง

14 ม.ค. 2557

หุ้นพุ่งรับข่าวหารือเลื่อนเลือกตั้ง ดัชนีปิดตลาดเพิ่มขึ้น 28 จุดสวนปิดกรุงเทพฯ นักลงทุนคลายกังวลสบช่องเข้าเก็งกำไร

              ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2557 ซึ่งเป็นวันแรกของปฏิบัติการปิดกรุงเทพมหานคร ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แม้ดัชนีจะเปิดตลาดปรับลดลงในช่วงเช้า แต่ปรากฏว่าช่วงบ่ายกลับมีกระแสข่าวดีเป็นปัจจัยหนุนเข้ามา โดยในวันที่ 15 มกราคมนี้ รัฐบาลเตรียมนัดหารือเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทำให้ดัชนีปรับสูงขึ้น และปิดตลาดที่ระดับ 1,283.56 จุด ปรับขึ้น 28.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 30,254.11 ล้านบาท เป็นแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ 1,882.31 ล้านบาท และบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 1,995.20 ล้านบาท ขณะที่สถาบันขายสุทธิ 2,643.88 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปขายสุทธิ 1,233.63 ล้านบาท

              น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นได้มากในช่วงบ่าย ตามแรงเก็งกำไรกลับ หลังจากที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญทุกฝ่ายเข้าหารือในวันที่ 15 มกราคมนี้ เพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไป อีกทั้งได้รับอานิสงส์จากตลาดหุ้นกลุ่มทิปส์ ที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นถึง 1.7% และอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 3%

              ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 มกราคมนี้ มองว่าหุ้นไทยยังแกว่งตัวผันผวน ซึ่งต้องติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศเป็นหลัก เพราะสิ่งที่กลุ่มกปปส. ต้องการ คือการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ไม่ใช่การเลื่อนการเลือกตั้งออกไป รวมถึงติดตามท่าทีของรัฐบาลว่าเป็นอย่างไรด้วย โดยประเมินแนวรับที่ 1,260 จุด และแนวต้านที่ 1,300 จุด ด้านกลยุทธ์ แนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพราะคาดผลประกอบการไตรมาส 4 จะประกาศออกมาเป็นกลุ่มแรกจะเติบโตดี

              อย่างไรก็ตาม ไดวา ซิเคียวริตี้ส์ กรุ๊ป ได้เผยแพร่งานวิเคราะห์การลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียรวมหุ้นไทย โดยมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้ที่ระดับ 1,450 จุด แม้จะให้น้ำหนักตลาดหุ้นไทยต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย และปัจจุบันมองว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงต่อเนื่อง และความเสี่ยงตลาดระยะสั้นมาจากความวุ่นวายทางการเมือง พร้อมทั้งคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ว่าจะอยู่ที่ 3.2% และปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.8% ซึ่งเป็นการคำนึงถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองไว้แล้ว

              ด้านนักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า เงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐช่วงเย็นวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 32.97-32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากช่วงเช้าอยู่ที่ 33.04-33.09 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแข็งค่าขึ้น หลังได้ปัจจัยบวกจากความคาดหวังทางการเมืองในประเทศจะผ่อนคลายลงได้บ้าง จากการหารือกันเกี่ยวกับการเลื่อนวันเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน เงินบาทยังได้แรงหนุนจากการแข็งค่าของสกุลเงินภูมิภาคด้วย

              ด้าน นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ร้านทองแม่ทองสุก สาขาวงเวียนใหญ่ และดิโอลด์สยาม ปิดทำการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุรุนแรงและความไม่สะดวกในการซื้อขาย หรือการเดินทางของพนักงาน

              เช่นเดียวกับ นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ที่ระบุว่า ร้านทองฮั่วเซ่งเฮง 5 สาขาในย่านเยาวราช และสีลม ปิดทำการ และหากวันที่ 14 มกราคม เหตุการณ์ยังไม่เรียบร้อยจะปิดบริการต่อเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า


รถไฟฟ้า-เรือด่วนมึนลูกค้าหายจ้อย

              นาวาโทปริญญา รักวาทิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมให้บริการเรือด่วนเพิ่มเป็น 240 เที่ยว จากปกติ 170 เที่ยว เพราะมองว่าจะมีประชาชนหันมาใช้บริการมากขึ้น แต่ปรากฏว่าวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ปริมาณผู้โดยสารไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่ลดลง คาดว่าส่วนหนึ่งคงลาหยุดงาน โดยบริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเพิ่มเที่ยวเรือทันทีที่มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นและอาจจัดเรือเสริมในท่าที่มีผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก

              นายชวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ กล่าวว่า ปริมาณผู้โดยสารไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่กลับลดลงและเป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นผู้ใช้บริการประจำ แต่ใช้บริการเรือเพราะสะดวกในการเดินทางไปร่วมชุมนุม ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมโดยจะเพิ่มความถี่ในการให้บริการเป็นลำละ 6 นาที จากปกติ 10 นาทีกรณีที่มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่น

              นายอาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่า ปริมาณผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนลดลงจากปกติ และต่ำกว่าวันที่มีการนัดชุมนุมใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าส่วนหนึ่งไม่สะดวกในการเดินทางและบางส่วนลาหยุดงาน สำหรับสถานีที่มีผู้ใช้บริการมากคือ สถานีบางหว้า และสถานีแบริ่ง ส่วนสถานีจตุจักรมีไม่มากนักเพราะผู้โดยสารหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ปิดการจราจร

              นายรณชิต แย้มสอาด รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีไม่ได้หนาแน่นกว่าปกติ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนเลี่ยงการเดินทางเข้ามาในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในมากกว่า

 

"ส.ค้าปลีก-ราชประสงค์"ห่วงยืดเยื้อ


              น.ส.บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเมืองที่ยังมีความวุ่นวายและไม่ชัดเจนทำให้ภาพรวมของธุรกิจมีผลประกอบการในปี 2556 เติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย โดยเฉพาะบรรยากาศการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่ดีที่สุด ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากนักท่องเที่ยวหายไป ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น ขณะที่ลูกค้ากระเป๋าหนักก็แห่ไปช็อปปิ้งต่างประเทศ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปลายปีก็มีการลดจำนวนลง ทั้งนี้ หากประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ ธุรกิจค้าปลีกในปี 2557 จะมีทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน

              “ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจากันอย่างปราศจากอคติ และด้วยพื้นฐานจิตใจที่โอบอ้อมอารีของคนไทย หากใช้เหตุผลเป็นสิ่งชี้นำไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องเหมาะสม โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักสำคัญ ประเทศของเราก็จะสามารถพัฒนาก้าวไกลและสามารถไปถึงจุดผู้นำของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างภาคภูมิใจ” น.ส.บุษบา กล่าว

              ขณะที่สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ได้ออกแถลงการณ์ โดยเน้นย้ำถึงเรื่องความปลอดภัยและการสัญจร เนื่องจากพื้นที่สี่แยกราชประสงค์เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญใจกลางกรุงเทพฯ ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย ทั้งในด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจการค้า และแหล่งไลฟ์สไตล์สำคัญ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการได้ถึงวันละประมาณ 250,000 คนต่อวัน รวมทั้งยังเป็นพื้นที่สำคัญของชาวต่างชาติหลายประเทศที่เข้ามาดำเนินธุรกิจและติดต่อเจรจาธุรกิจ รวมทั้งเป็นศูนย์การกลางการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ

              ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้เตรียมข้อกำหนดในการจัดการชุมนุมบริเวณย่าน โดยยึดหลักความปลอดภัย เสนอให้ผู้จัดการชุมนุมใช้แผนการจัดงานเคานท์ดาวน์ในย่านราชประสงค์เพื่อความปลอดภัยของผู้มาชุมนุมและสถานที่โดยรอบ แบ่งเป็น ด้านความปลอดภัย เช่น จัดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชุมนุมให้รัดกุม มีช่องทางออกฉุกเฉิน สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เป็นต้น

              "ขอวิงวอนให้ กปปส. จัดการชุมชนตามข้อกำหนดและอย่ายืดเยื้อจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะบริเวณพื้นที่นี้นับว่าเป็นศูนย์กลางของย่านเศรษฐกิจการค้าและแหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญ" แถลงการณ์ระบุ