
'สุเทพ'ลั่นปิดกรุงเทพฯจน'รู้ผลแพ้ชนะ'
'สุเทพ'ยันปิดแยกจนรู้ผลแพ้ชนะ เมินคนกลางไกล่เกลี่ย ไม่มี 'วินวิน' ทั้งสองฝ่าย ปูดรัฐบาลสั่งห้ามฟรีทีวีถ่ายทอดกปปส.ปิดกรุง ปราศรัยสัญญาณบลูสกายทีวีหายเป็นช่วงๆ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 13 ม.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำเดินทางถึงเวทีปราศรัยแยกอโศก พร้อมขึ้นกล่าวทักทายผู้ชุมนุมและปราศรัยว่า ตนออกเดินจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งเวลา 09.00 น. และมาถึงแยกอโศกเวลา 17.00 น.เพราะมีคนจำนวนมากออกมาร่วมปิด กทม. เพื่อให้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ออกไปพ้นจากประเทศไทย และเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.56 ที่มีการปิดแยกครึ่งวัน แต่วันนี้ปิดทั้งวันเพื่อให้รู้ผลแพ้ชนะ สู้จนจบเกมส์ ไม่มีการกลับบ้าน และจะสู้ถึงวันสุดท้าย ถ้าแพ้ก็เดินเข้าคุก และเตรียมใจเป็นขี้ข้าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งชาติ แต่ถ้าชนะจะเดินกลับบ้านอย่างเสรีชน
"วันนี้เป็นยกสุดท้ายต้องทุ่มเทให้ถึงที่สุด ให้โลกจารึกไว้ว่าคือหัวใจของคนไทย สู้ครั้งนี้เพื่อเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพื่อให้วันข้างหน้าไม่มีนักการเมือง พรรคการเมือง และรัฐบาลที่เลว ทั้งนี้รัฐบาลสบประมาทการชุมนุมของประชาชนว่าไม่กี่วันก็กลับบ้านแล้ว ครั้งนี้เราจะสู้ให้ถึงที่สุด ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยคิดถึงเรื่องอุดมการณ์ เห็นประเทศเป็นของเล่น เห็นประชาชนเป็นเครื่องจักรเครื่องมือนับถือเงินเป็นใหญ่ ไม่เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์" นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประชาชนทุกข์มาก แต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ระบุว่าตนนำเงินไปหว่านไว้ก่อน 20 ล้านบาท และเดินไปเก็บวันละ 3-4 ล้านบาท สมองของร.ต.อ.เฉลิม เหมาะสมที่จะเป็นขี้ข้าจริงๆ และวันนี้เดินมากว่าทุกๆ วัน ได้เงินจำนวนเยอะ ไม่ทราบว่าจะเอาเงินไปหว่านไว้จำนวนเท่าไหร่ วันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม คิดไปได้ รวมทั้งศอ.รส. ก็ยังคิดไม่ตกว่าตนนำเงินมาจากไหนที่จ้างคนมาร่วมชุมนุมเป็นล้านคน เป็นการคิดเอาเองเหมือนที่พวกมันชุมนุมจ้างคนมาร่วม ออกค่ารถให้ ซึ่งคนที่มาชุมนุมกับกปปส. นอกจากออกค่ารถเองก็ยังนำอาหารมาให้ด้วย ส่วนการที่มีการระบุว่าจะมีการนำคนกลางมาเจรจากับตน เพื่อให้ยุติการชุมนุม เพราะตนเป็นแกนนำนั้น ต้องบอกว่าเข้าใจผิด หากไม่มีตนก็จะมีคนอื่นมาเป็นแกนนำ แต่ที่ประชาชนออกมาเพราะทนไม่ไหวแล้ว อย่ามาคาดคั้นต่อรองกับตน แต่ขอให้ต่อรองกับประชาชน วันนี้ไม่มีการไกล่เกลี่ย หรือประนีประนอม รวมทั้งการที่ขอให้ตนวินวินนั้น ก็ยืนยันว่าต้องมีวินฝ่ายเดียวไม่มีวินวินสองฝ่าย อย่างไรก็ตามขอปฏิญาณว่าตนและแกนนำกปปส. จะต่อสู้กับพี่น้องจนวันสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสุเทพ ปราศรัยเสร็จกลุ่มประชาคมอโศกได้นำเงินบริจาครอบที่ 2 จำนวน 3 แสนบาท มามอบให้นายสุเทพด้วย
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 19.00น.นายสุเทพ ปราศรัยที่เวทีแยกปทุมวัน โดยระบุว่า รัฐบาลได้สั่งห้ามฟรีทีวีถ่ายทอดการชุมนุมปิดกรุงของกปปส. หากข้าราชการออกมาแสดงตนไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลนี้เหมือนกับกระทรวงสาธารณสุขแล้วเชื่อแน่ว่ารัฐบาลนี้จะแห้งไปเอง เป็นรัฐบาลง่อย เป็นรัฐบาลล้มเหลว และจะถือว่าเป็นการปฏิวัติโดยประชาชนสำเร็จ ข้าราชการคนใดไม่ต้องการขัดใจประชาชนก็ขอให้นอนอยู่ที่บ้านไม่ต้องไปทำงาน เพราะประชาชนจะตามไปปิดทุกกระทรวง
นายสุเทพกล่าวต่อว่า ไม่เคยมีครั้งไหนที่ประชาชนจำนวนมากลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาลทรราชย์มากขนาดนี้ ต้องจารึกไว้ทั้งในเมืองไทยและในโลก วันนี้มีข่าวว่าศอ.รส.อ้างว่ามีผู้ชุมนุม 7 จุดแค่ 1.8 แสนคน ไม่รู้ตกเลขนับเลขไม่เป็นหรืออย่างไร และไม่ให้ทีวีเสนอข่าวที่ตนพาพี่น้องเดินขบวนไปตามถนนต่างๆ ตนอยากบอกศอ.รส.ว่า ประชาชนเขาไม่สับสนหรอก มีแต่พวกคุณที่สับสนทุกวัน เราจะไม่มีการเจรจาอะไร เพราะวันนี้เป้าหมายของมวลมหาประชาชนคือไม่ให้มีระบอบทักษิณในแผ่นดินอีกต่อไป แล้วเมื่อถึงตอนนั้นค่อยมาเจรจากับประชาชน การชุมนุมหลังจากนี้จะทวีความเข้มข้นทุกวัน เป้าหมายให้รัฐบาลนี้เจ๊งไปเองอยู่ไม่ได้ ไหนๆ ปิดกรุงเทพฯ กันแล้ว ต้องเอาให้รู้เรื่อง ไม่ชนะไม่เลิก
นายสุเทพกล่าวว่า ตอนนปช.ก่อจลาจล มีทั้งฆ่าคน เผาห้างร้าน การค้าขายเสียหายยับเยิน แต่วันนี้พลเมืองดีปิดกรุงเทพฯ พ่อค้าแม่ค้ายังเปิดร้านได้ตามปกติไม่เดือดร้อน แล้วพอเราปิดกรุงเทพฯ วันนี้ หุ้นขึ้นเลย แสดงว่านักลงทุนหัวไว คิดว่ารัฐบาลคงอยู่ไม่ได้แล้ว ดังนั้น ขอถือโอกาสเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า นักลงทุนทั้งหลายออกมาแสดงตัวยืนอยู่ข้างประชาชน เกมจะได้จบเร็วขึ้น
ขณะเดียวสัญญาณการถ่ายทอดการปราศรัยจากบลูสกายทีวีขาดหายเป็นช่วงๆทำให้ไม่สามารถจับใจความได้ว่าปราศรัยเรื่องอะไร
14ม.ค.ปิดก.แรงงาน-ไอซีที-ขนส่งทางบก
ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของ กปปส. ที่แยกลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นต้นไป บรรยากาศยังมีประชาชนเดินทางเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่วนกิจกรรมบนเวทีมีแนวร่วมของ กปปส. อาทิ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายอาคม เอ่งฉ้วน นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ นายแพทย์วัลลภ ตั้งคณานุวัฒ รวมถึงนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ได้ขึ้นเวทีชื่นชมมวลชน กปปส. ที่ออกมาร่วมขับไล่รัฐบาลในวันนี้ และกล่าวโจมตีการทำงานรัฐบาล สลับสับเปลี่ยนกับการแสดงต่างๆ โดยเฉพาะฉ่อยของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่มีเนื้อหาล้อการเมืองแสดงให้กับผู้ชุมนุม
ทั้งนี้เวลา 18.15 น. นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องของการรักษาความปลอดภัยมีความสุ่มเสี่ยงอยู่เพียง 3 จุด คือ 1.สะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งขณะนี้ได้นำการ์ดไปปิดถนนบริเวณดังกล่าวเพื่อป้องกันตั้งแต่ 18.30 น. เป็นต้นไป 2.อาคารสูงบริเวณที่ชุมนุมได้ประสานผู้ดูแลอาคารเพื่อขอการ์ดไปเฝ้าพื้นที่ชั้นล่าง เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีลอบขึ้นไปก่อเหตุ 3.สวนจตุจักรเป็นจุดเสี่ยงเพราะเป็นพื้นที่ราบจะเพิ่มการ์ดไปดูแลจาก 20 คนเป็น 60 คน เพราะอาจมีมิจฉาชีพเข้าไปปะปนก็เป็นได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรุ่งนี้จะมีการยกระดับการชุมนุมในการปิดสถานที่ราชการอีกหรือไม่ นายอิสสระ กล่าวว่า พรุ่งนี้จะเดินทางไปปิดจำนวน 3 จุด 1.กระทรวงแรงงาน 2.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ3.กรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่าจะไม่มีการบุกเข้าไปในสถานที่ราชการอย่างแน่นอน โดยขบวนทั้งหมดจะมีการตั้งแถวในเวลา 07.00 น. แล้วจะเคลื่อนขบวน
หลวงปู่พุทธะอิสระนัดมวลชนเตรียมตัวเช้ามีภารกิจสำคัญ
ที่เวที กปปส. ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 17.30 น. หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ซึ่งรับผิดชอบดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.เวทีด้านหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ขึ้นเวทีสวดมนต์ทำวัตรเย็น แผ่เมตตาให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับผู้ชุมนุม จากนั้นได้อ่านแถลงการณ์ส่วนตัวสรุปว่า ขอให้ผู้ชุมนุมเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญ หากกำลังคนน้อยก็อาจไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายหลวงปู่พุทธะอิสระได้เปิดเผยถึงเหตุผลที่นายสุเทพมอบหมายให้เป็นแกนนำบนเวทีแจ้งวัฒนะ เพราะเป็นจุดที่อยู่ท่ามกลางพื้นที่สีแดงทั้งแดงปทุม แดงนนทบุรี และแดงดอนเมือง โดยนายสุเทพให้เหตุผลว่าหลวงปู่เคยมาปักหลักชุมนุมที่ศูนย์ราชการมาแล้ว ถือว่ามีประสบการณ์ นอกจากนี้สุเทพยังบอกว่าหลวงปู่ฯหนังเหนียว โดนแก๊สน้ำตา 2 รอบยังไม่เป็นอะไร และไวเป็นปรอท จากเหตุการณ์ในจ.ปทุมธานี มีคนโดนยิงจนเสียชีวิตแต่หลวงปู่ฯรอดมาได้
ผู้ชุมนุมลุกฮือเปิดประตูสตช.
บรรยากาศหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 16.40 น. โดยการ์ดผู้ชุมนุม ประมาณ 50 คน ได้เปิดประตูรั้วด้านหน้า เพื่อเข้ามาล้มแท่นแบบริเออร์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาปิดกั้นบริเวณทางเข้า 6 แท่น โดยมีนายชุมพล จุลใส และ นายพุทธิพงษ์ ปุณกันต์ แกนนำกลุ่ม กปปส. ได้ปราศัยอยู่บนรถขยายเสียง 6 ล้อ พร้อมกับบอกการ์ด ที่กำลังรื้อแท่นแบบริเออว่า ห้ามเข้าไปด้านในพื้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
หลังจากที่แกนนำได้ประกาศ ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดประตูทั้ง 3 ด้าน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ตำรวจอยู่เคียงข้างประชาชน ไม่ได้เป็นขี้ข้าของระบอบทักษิณ และแกนนำยังกำชับด้วยว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูแล้วจะไม่มีผู้ชุมนุมเข้าไปใน สตช. แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง ทำให้ผู้ชุมนุมหมดความอดทน กับท่าทีที่เมินเฉยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อขอเรียกร้องของแกนนำ
ภายหลังจากการล้มแท่นแบริเออร์ ด้านหน้าประตูทางเข้า หน้า สตช. แล้ว นายชุมพล จุลใส ได้ประกาศว่า ในวันพรุ่งนี้ (14 ม.ค.) จะนำมวลชนมาล้มแท่นแบริเออประตูถัดไปอีก หากตำรวจยังเพิกเฉยต่อขอเรียกร้องของแกนนำ ภายใน 7 วัน พร้อมกับจะนำมวลชนมารื้อลวดหนามรอบรั้ว สตช. ทั้งนี้ยังได้ทวงถามถึงความคืบหน้าของนักศึกษารามฯ นายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว รวมถึงคดีของนายวสุ สุฉันทบุตร ด้วย นอกจากนี้ยังวอนให้ตำรวจเห็นใจและแสดงจุดยืนว่าอยู่เคียงข้างประชาชนด้วยการเปิดประตูทั้ง 3 ด้าน ตามขอเรียกร้องของแกนนำด้วย



