
หนุ่มสาวชวนเก็บเงินสานฝันปีมะเมีย
ไลฟ์สไตล์ : หนุ่มสาวชวนเก็บเงิน สานฝันปีมะเมีย
"แทนที่เราจะบอกว่ารายได้ลบรายจ่าย =เงินเก็บ ความจริงคือรายได้ลบเงินเก็บ = รายจ่าย ดังนั้นควรเก็บก่อนที่เหลือก็เอามาใช้จ่ายเต็มที่"
หลายๆ คนมีความตั้งใจในช่วงปีใหม่ทั้ง อยากสวยขึ้น อยากรวย อยากมีคู่ อยากมีธุรกิจ อยากไปเที่ยว แม้กระทั้งอยากให้ครอบครัวและตัวเองมีสุขภาพดี ทุกอย่างที่คิดไว้จะเป็นจริงได้ยังไงก็ต้องใช้ "เงิน" เป็นส่วนประกอบด้วยใช่ไหมล่ะคะ วันนนี้เลยนำวิธีเก็บเงินสานฝันของหนุ่มสาวยุคใหม่มาฝากกันไว้ตั้งเป้าและลงมือทำให้สำเร็จไปพร้อมๆ กันได้เลย
เริ่มจากสาวนักบริหาร ภรณี เพ็ชรจอม ผู้จัดการอาวุโสผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย บริษัทยูนิลิเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ตระหนักดีว่าเพราะเป็นพนักงานออฟฟิศจะไม่มีเงินบำนานหรือบำเหน็ดเมือถึงวัยเกษียณ จึงต้องรีบเก็บเงินตั้งแต่ต้น เพื่อเป็นหลักประกันความสบายในช่วงอายุเกิน 50 ปี
"ตอนแรกจะเริ่มเปิดบัญชีแบบฝากประจำ 24 เดือน หรือ 36 เดือน ให้ธนาคารหักจากบัญชีเราไปเลยค่ะ เงินเราก็โดนหักไปเรื่อยๆ เอาออกไปใช้ฟุ่มเฟือยอะไรไม่ได้ แทนที่เราจะบอกว่ารายได้ลบรายจ่าย =เงินเก็บ ความจริงคือรายได้ลบเงินเก็บ = รายจ่าย ดังนั้นควรเก็บก่อนที่เหลือก็เอามาใช้จ่ายเต็มที่ ในกรณีอยากได้บ้าน ได้รถ หรืออยากเก็บเงินเป็นก้อนเฉยๆ ก็เก็บประมาณ 2 ปี ก็มีเงิน 2-3 แสนแบบไม่รู้ตัวได้ หรือเริ่มจัดสรรเงินง่ายๆ จากการทำบัญชีรายจ่าย พอสิ้นเดือนเราก็มาดูว่าจ่ายไปกับอะไรบ้าง เราจะประมาณได้คร่าวๆ ว่าเดือนต่อไปค่าอาหาร ค่าความสวยความงาม ค่าช็อปปิ้งเท่าไหร่ ที่จำเป็นจริงๆ มีอะไรบ้าง แยกเงินท่องเที่ยวกับลงทุนเก็บไว้ด้วยส่วนตัวด้วย" ผู้จัดการสาวให้เทคนิคการออม
ทางด้านหนุ่มที่มักหมดเงินไปกับการตกแต่งรถยนต์อย่าง "แบรนด์" ปรกฤษฎ์ หงษ์โสภา บอกว่าก่อนอายุ 28 ก็มีลักษณะการใช้เงินแบบวัยรุ่นซื้อเสื้อผ้า ของใช้ทั่วๆ ไป เงินส่วนตัวก็หมดไปกับเรื่องของรถยนต์ที่ชื่นชอบไม่ได้สนใจว่าเราใช้เงินไปเท่าไหร่ จนมามีธุรกิจล้างรถด้วยระบบไอน้ำ (โปรสตรีม) เป็นของตัวเองจึงเริ่มหัดจัดสรรการใช้เงินให้คุ้มค่าที่สุด
"ตอนนี้เงินใช้จ่ายส่วนตัวกับธุรกิจเราเป็นคนหามาเอง ก็รู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้น ต้องเก็บเพื่ออนาคตเสมอ ผมเป็นคนไม่คิดแล้วคิดอีกเวลาจะใช้เงินสักก้อนมีหลักว่า ถ้าเราจะจ่ายเยอะก็ต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ อยากจะใช้จ่ายอะไรเราต้องหาเงินจนเราได้ใช้ ผมจะแยกบัญชีไว้ 2 บัญชี อันแรกคือสำหรับหักบัตรเดบิต เครดิต ที่เราใช้ทั่วไปและโอนเงินในเรื่องงาน อีกบัญชีคือเงินเก็บ สมมติผมหาได้ 100 จะแบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ไปให้อนาคต 30 เปอร์เซ็นต์เอาไว้ใช้ และอีก 20 เปอร์เซ็นต์เก็บไว้เติมถ้าส่วน 30 เปอร์เซ็นต์เราใช้หมด แต่ถ้าใช้ไม่หมดก็เอาส่วนนี้เข้าบัญชีเพื่ออนาคตไปเลย บัญชีนี้จะไม่ถอนออกเลยจยถึงสิ้นปี ก็จะมาดูว่าเราเก็บได้เท่าไหร่ อยากได้อะไรก็เอาออกมา ยังไงการเก็บออมแบบนี้ก็ได้กับตัวอยู่แล้ว เราปีนี้ผมตั้งใจขยายธุรกิจโปรสตรีมให้ได้ 30 สาขาทั่วประเทศ คงต้องใช้เงินลงทุนอีกมาก" นักธุรกิจรุ่นใหม่กล่าว
ฝากสาวเสียงดีช่างฝัน "บี" ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ที่กำลังใช้ชีวิตตามฝันการเป็นนักร้องนักแสดงอยู่ในลอนดอนก็บอกว่า ปกติจะแบ่งเงินฝากไว้จำนวนหนึ่ง ทุกเดือนเพื่อการเดินทางในแบบที่ตัวเองชอบ
"ปีนี้วีซ่าที่ยุโรปของบีกำลังจะหมด ก่อนกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยเลยอย่างท่องเที่ยวไปตามมิวเซียม ดูงานศิลป์ให้ทั่วยุโรปเป็นหลัก ถือเป็นการเรียนรู้ พักผ่อน และพัฒนาตัวเองไปด้วย แน่นอนว่าบีต้องเก็บเงินเพื่อเป้าหมายนี้ไว้เสมอทุกๆ เดือน เทคนิคการเก็บเงินไม่ได้เป็นคนเคร่งครัดว่าจะต้องเก็บให้ได้จำนวนนี้ประจำ แต่จะเซฟรายจ่ายในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด เพราะเราอยู่ต่างประเทศตัวคนเดียว ของกิน ของใช้ ต่างๆ เราหาเงินซื้อเอง ค่าครองชีพก็แพงต้องพิจารณาให้ละเอียดใช้จ่ายกับสิ่งที่เป็นประโยชน์เท่านั้น และต้องใช้ของทุกชิ้นที่ซื้อมาให้คุ้มค่าไม่ทิ้งขว้างๆ ดังนั้นเรื่องเที่ยวกลางคืนหรืออกไปเที่ยวดื่มฟุ่มเฟือยเราจะตัดออกไปเลย ก็สามารถประหยัดเงินได้เหลือเงินเก็บเยอะเลย" สาวบีบอกถึงการเก็บเงินให้เข้ากับไลฟสไตล์ตัวเอง
อีกหนึ่งหนุ่มนักออมรุ่นใหม่ "เป๋า" วฤธ ลีสวรรค์ ที่เริ่มทำงานในธุรกิจนำเข้ารถบรรทุกสิบล้อของครอบครัวเป็นปีแรก เผยถึงการเก็บเงินว่าต้องแบ่งเก็บให้เท่ากันทุกเดือนไม่ขาดหาย และตั้งใจลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยแล้วเพิ่มจำนวนเงินออมให้มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
"ตอนนี้ผมแบ่งเก็บ 75 เปอร์เซ็นต์จากรายรับ เพราะตัวเองไม่ค่อยได้ใช้เงินเยอะสิ่งที่อยากได้เราก็ซื้อมาหมดแล้ว ที่จริงผมเป็นคนชอบช็อปปิ้งเสื้อผ้าสวยๆ แถมเป็นแบบที่ใช้ได้ไม่บ่อยแต่เราก็ชอบจะต้องซื้อให้ได้ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเรามีพอแล้วสิ่งที่ซื้อมาบางชิ้นก็ไม่ค่อยได้ใช้ เลยเลิกซื้อใช้ที่มีอยู่จนพังก่อนแล้วค่อยซื้อใหม่ก็ได้ แล้วจะพยายามไม่พกเงินสดในกระเป๋าเยอะรู้สึกว่าพอมีแบงค์ในกระเป๋าเราก็จะใช้กิน ใช้ช็อปปิ้งเรื่อยๆ จนมันหมดไปแบบเปล่าประโยชน์ ตอนนี้ถ้าได้เงินสดมาก็จะรีบเอาเข้าธนาคารมีเงินติดตัวไว้ไม่กี่พันก็พอ บางเดือนผมใช้เงินสดไม่ถึง 5,000 บาทก็มีครับ พยายามไม่ใช้อะไรมาก ทานข้าวกับครอบครัวเราก็ไม่เสียเงินแล้ว นอกจากไปเที่ยวกับเพื่อนเราจะออกเองซึ่งก็ไปไม่บ่อยเพราะงานผมต้องเดินทางเกือบทุกอาทิตย์ ปีนี้ผมอาจใช้เงินก้อนโตไปเที่ยวประเทศอังกฤษ คือผมเรียนที่นั้นตั้งแต่เด็กไปอยู่ในฐานะนักเรียนรู้สึกไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เรียนจบมีงานทำแล้วก็คิดถึงอยากจะกลับไปแต่ไปในฐานะนักท่องเที่ยวบ้าง ใช้เงิน 75 เปอร์เซ็นต์ที่ผมเก็บมาตลอดปีนี้ไปท่องเที่ยวทริปนี้ก็น่าจะพอครับ" หนุ่มอารมณ์ดีแนะวิธีออมเงินทิ้งท้าย
มั้ยล่ะ.... ถ้าตั้งใจเก็บออมซะอย่าง อยากจะมีเงินสานฝันสักกี่หลักก็สามารถทำได้แน่นอน



