ข่าว

'แพทย์อาวุโส'นำคนสธ.ร่วมปิดกรุง

'แพทย์อาวุโส'นำคนสธ.ร่วมปิดกรุง

13 ม.ค. 2557

'แพทย์อาวุโส'นำคนสธ.ร่วมปิดกรุง สมทบเวที 5 แยกลาดพร้าว ออกแถลงการณ์จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ลาออก เฉยจะยกระดับเคลื่อนไหวเข้มข้นยิ่งขึ้น

              เมื่อเวลา 08.30น. วันที่ 13 มกราคม 2557 ที่บริเวณหน้าอาคารสุขภาพแห่งชาติ ภายในกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) บุคลากรทางการแพทย์ 5 เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทย ประกอบด้วย เครือข่ายคนรักประเทศไทย เครือข่ายคนรักสุขภาพ เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติ และเครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง รวมถึง ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ประมาณ 1 พันคน โดยมีแพทย์อาวุโสอดีตข้าราชการสธ. อาทิ นพ.มรกต กรเกษม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) นพ.บรรลุ ศิริพานิช อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต อดีตปลัด สธ. นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล อดีตรองปลัด สธ. นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นต้นเข้าร่วมด้วย

              หลังจากนั้นได้เดินทางไปสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ภายในกระทรวงฯ พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและครม.ลาออก หากยังเพิกเฉยจะยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้นด้วยสันติวิธีทุกวิถีทาง พร้อมทั้งได้ส่งตัวแทนไปวางหรีดดำขับไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล หน้าอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) ก่อนเดินทางออกจาก สธ. ไปตามถนนงามวงศ์วาน ผ่านสี่แยกเกษตรศาสตร์ เลี้ยวขวามุ่งตรงไปทางสี่แยกรัชโยธิน ถึงห้าแยกลาดพร้าว โดยมีรถบรรทุกนำหวีดยักษ์ ขนาดประมาณ 3 เมตรนำหน้าขบวน รวมระยะทาง 9 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีการเป่านกหวีดและตะโกนขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ออกไป

              ขณะเดียวกันที่บริเวณสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ประชาคมสาธารณสุขประมาณ 100 คน ได้ร่วมกันปลดป้ายชื่อ นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดสธ.ออกจากบอร์ดผู้บริหารระดับสูงบริเวณโถงชั้นล่างอาคารสป.สธ. รวมถึง ป้ายชื่อหน้าห้องทำงาน และเป่านกหวีดไล่บริเวณหน้าห้องทำงาน ซึ่งนพ.ชาญวิทย์เดินมาพอดีจึงไม่สามารถเข้าห้องทำงานได้ต้องเดินไปอีกทางหนึ่ง โดยประชาคมสาธารณสุขให้เหตุผลว่า ไม่พอใจ นพ.ชาญวิทย์ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงว่าประชาคมสาธารณสุขออกแถลงการณ์โดยไม่ใช่มติโดยรวม ทั้งๆที่มีการประชุมหารือกันมาตลอด และนพ.ชาญวิทย์ ออกมาต่อว่าประชาคมและไม่อยู่เคียงข้าง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. จึงต้องการขับไล่ให้ออกไป

              อย่างไรก็ตาม ที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้มีลูกจ้างชั่วคราวประจำสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 1 คนออกมาพูดผ่านไมโครโฟนกล่าวโจมตีนายสุเทพ โดยขอให้ข้าราชการอย่าไปร่วมการชุมนุม และซักถามว่าทุกวันนี้ได้เงินเดือนจากใคร เราทำงานให้แผ่นดินไม่ใช่นายสุเทพ และขอให้กำลังใจนพ.ชาญวิทย์ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสธ.ออกมามุงดูบางรายด่าทอกลับจนลูกจ้างชั่วคราวรายดังกล่าวต้องกลับไป

 


"หมอชาญวิทย์”เผยไม่ตอบโต้และโกรธประชาคมสธ.

 

              นพ.ชาญ กล่าวถึงกรณีที่ประชาคมสาธารณสุขบางส่วน บุกมายังสำนักปลัดกระทรวงฯ โดยได้เอารูปถ่ายของตนออกจากบอร์ดผู้บริหาร และบุกขึ้นไปห้องทำงานชั้น 3 นำป้ายข้อความโจมตีไปปิดไว้ อีกทั้งยังปลดป้ายชื่อออกด้วยว่า ไม่ได้รู้สึกโกรธเพราะเป็นการแสดงความรู้สึก ซึ่งตนเป็นมืออาชีพ ทำงานให้กับประชาชนและประเทศ รับเงินเดือนจากประเทศนี้ ดังนั้นแม้มีปัญหาอุปสรรคก็จะยังคงทำงาน เพราะข้าราชการมีหน้าที่ต้องมาปฏิบัติงาน แม้ว่าจะได้รับการแจ้งล่วงหน้าแล้วว่ามีม็อบอยู่ที่กระทรวง แต่ในเมื่อเป็นข้าราชการก็ต้องทำตามระเบียบวินัย

              “ตนก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร  ไม่ได้โกรธอะไร  เคารพทุกคน ทุกกลุ่ม เพราะข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง”  นพ.ชาญวิทย์ กล่าว

              เมื่อผู้ถามถึงกรณีที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขออกคำสั่งที่ 34/2557 ลงวันที่ 10 ม.ค. เรื่องการมอบอำนาจให้ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบงานด้าน 12 เขตบริการสุขภาพ นพ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า คำสั่งมอบหมายงานต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  ตนเป็นรองปลัดกลุ่มภารกิจด้านการแพทย์ มีหน้าที่อยู่ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนอยู่แล้ว ถ้าเป็นคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายพร้อมรับปฏิบัติอยู่แล้ว ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไรตรงนี้ไม่เป็นปัญหา พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน

 

แพทย์พยาบาลรพ.แม่สอดปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

              แพทย์ พยาบาล พนักงาน ลูกจ้าง โรงพยาบาลแม่สอด ได้เดินรณรงค์แสดงจุดยืนทางการเมือง โดยถือป้ายต่างๆ ชุมนุมภายในโรงพยาบาลแม่สอดและมีแนวโน้ม อาจจะออกไปชุมนุมเดินรอบเมืองแม่สอด 1 รอบ หลังจากนั้น จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติ การชุมนุมทางการเมืองดังกล่าว เป็นการแสดงจุดยืนเพื่อให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้งเพื่อหาทางออกของประเทศ  ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยก่อนการชุมนุม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลแม่สอด ได้ประกาศเชิญชวนเจ้าหน้าที่ทุกคน ให้ลงไปรวมตัวที่ลานหน้าโรงพยาบาลเพื่อแสดงออก

 


พิษณุโลกกลุ่มแพทย์พยาบาลแสดงจุดยืนปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

 

              ที่บริเวณวงเวียนหอนาฬิกาเทศบาลนครพิษณุโลก อ.เมือง  จ.พิษณุโลก มีการรวมตัวของกลุ่มแพทย์พยาบาลและวิชาชีพของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน  300 คน  ออกมารวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืน พร้อมสนับสนุนให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

              ทั้งนี้กลุ่มบุคลากรสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ขอยืนยันทำตามแถลงการณ์ประชาคมสาธารณสุข ฉบับที่ 3  จำนวน 5 ข้อคือ1.ขอย้ำจุดยืนให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง 2.ให้รัฐบาลลาออกทัน 3.รัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศอีกต่อไป และจะไม่ร่วมทำงานกับรัฐบาลชุดนี้ 4.ยืนยันจะทำงานดูแลประชาชนบนพื้นที่ฐานจริยธรรมวิชาชีพอย่างเต็มที่และไม่เลือกปฏิบัติ 5. พร้อมแสดงออกทุกวิถีทางยืนยันจุดยืนดังกล่าว

              นายแพทย์วิสิทธิ์ เสถียรวันทนีย์  ได้เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์พร้อมขอยกย่องนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่าเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม แสดงออกจุดยืนทางการเมืองโดยไม่หวั่นต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น  และเป็นตัวอย่างให้ข้าราชการทุกกระทรวงได้กล้าออกมาแสดงจุดยืนร่วมกัน

 


ชุมพรชุมนุมคู่ขนานเมืองกรุงแพทย์-พยาบาลรวมตัวเป่านกหวีด

 

              ที่บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร เขาสามแก้ว ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร มีกลุ่มประชาชนชาวชุมพรที่ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ได้มาร่วมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร กว่า 600 คน โดยมีการกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างต่อเนื่อง

              ขณะที่บรรดาข้าราชการที่ทำงานอยู่ภายในศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร พบว่ามาทำงานบางตากว่าทุกวันที่ผ่านมา ส่วนทางด้านโรงเรียนต่างๆในเขตเทศบาลนั้น ส่วนใหญ่จะหยุดทำการเรียนการสอน

              ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้มีกลุ่มแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลประมาณ 300 คน ออกมารวมตัวกันยืนชูป้าย โบกธงชาติไทย พร้อมกับเป่านกหวีด เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ที่มีคำสั่งสอบสวนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ประกาศให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุน กปปส. ร่วมต่อต้านรัฐบาล 

              ขณะเดียวกันที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีได้มีบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่รวมทั้งญาติผู้ป่วย ผู้ป่วยนับพันคนนำโดยนายแพทย์อดิเกียรติ เอี่ยมวรนิรันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ออกมารวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลเพื่อให้กำลังใจนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หลังร่วมออกแถลงการณ์ประชาคม สนับสนุนเดินหน้าปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จนถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้งสอบทางวินัย พร้อมกับขึ้นป้ายเรียกร้องให้มีการปฎิรูปก่อนการเลือกตั้ง
ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานก็ทำงานบริการผู้ป่วยตามปกติ โดยใช้เวลาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์นานประมาณ 5 นาที จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานปกติ

 

กปปส.ยะลาตั้งเวทีคู่ขนานหมอร่วมให้กำลังใจปลัดสธ.

 

              กปปส.ส่วนกลางมีกำหนดการ "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" นั้นในส่วนของพื้นที่จ.ยะลา พบว่า ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มมีเครือข่าย กปปส.ทั้ง ในเขตอ.เบตง อ.ธารโต จ.ยะลา กว่า1,000 คน ทยอยไปรวมตัวที่หน้าศาลาประชาคมเทศบาลเมืองเบตง พร้อมกับเปิดเวทีปราศรัยชุมนุมคู่ขนานไปกับส่วนกลาง ที่บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง โดยบรรยากาศการชุมนุมทั่วไปยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

              ส่วนที่โรงพยาบาลเบตงได้มีบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ จำนวนมาก ออกมารวมตัวกันที่ด้านหน้าโรงพยาบาลเพื่อให้กำลังใจ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หลังร่วมออกแถลงการณ์ประชาคม สนับสนุนเดินหน้าปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จนถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้งกรรมการสอบทางวินัย พร้อมกับขึ้นป้ายเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

              รายงานข่าวว่า บรรยากาศตามสถานที่ราชการ และโรงเรียนในพื้นที่อำเภอเบตง ของ จ.ยะลา พบว่า ยังคงเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเบตง ทั้งที่ว่าการอำเภอเบตง และส่วนราชการทุกหน่วย ข้าราชการทุกหน่วยยังคงทำงานตามปกติแต่มีการวางกำลัง อส.ตรวจเข้มบริเวณประตูเข้าออก เช่นเดียวกับโรงเรียนทั้งของภาครัฐ และเอกชนทุกแห่งในพื้นที่ อ.เบตง ก็ยังคงเปิดเรียนตามปกติเช่นเดียวกัน

              ด้านรักษาความปลอดภัยในพื้นทื่มีกำลังตำรวจ และ อส.คอยเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด โดยนอกจากจะชุมนุมหน้าศาลาประชาคมแล้ว กลุ่ม กปปส.เบตง จะออกดาวกระจายไปยังสถานที่ต่างๆในตัวเมืองเบตงด้วย เพื่อขอความร่วมมือให้ข้าราชการ เอกชน หยุดงาน