ข่าว

หลบกรุงเปิด“มนต์รักคลองสิบห้า”
ขายของแต่งบ้าน-กาแฟโบราณ

หลบกรุงเปิด“มนต์รักคลองสิบห้า” ขายของแต่งบ้าน-กาแฟโบราณ

20 มิ.ย. 2552

หลังจากประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างในตำแหน่งผู้สื่อข่าว และบริษัทรับทำงานด้านประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) มาหลายปี ในที่สุดอดีตเหยี่ยวข่าวสาว "จุฑารัตน์ บุญเสนา" หรือที่รู้จักของสื่อมวลชนสายเกษตรในนาม "แอน" ตัดสินใจมาประกอบอาชีพส่วนตัว โดยไปเช่าบ้านเรือนไทยชั้นเดียวป

  "ตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี บริษัทหลายที่ต้องปิดตัว หรือปลดพนักงาน มาคิดอีกทีสักวันหนึ่งก็อาจถึงคิวเรา หากเราไม่เตรียมอะไรเลย โดยหวังที่จะรับเงินเดือนอย่างเดียวก็รู้สึกจะสายเกินไป พอดีแอนชอบเปิดร้านแนวนี้อยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้แอนเคยร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายของตกแต่งบ้านมาก่อน แต่ด้วยความที่ไม่มีเวลา เพราะต้องทำงานประจำทำให้ต้องเลิกล้มไป ตอนนี้มีโอกาสจึงเปิดใหม่อีกครั้ง" จุฑารัตน์ เล่าถึงแรงบันดาลใจที่เปิดร้าน "มนต์รักคลองสิบห้า" ขึ้นมา

 ที่มาของร้าน มนต์รักคลองสิบห้านั้น จุฑารัตน์ บอกว่า จากการสังเกตเห็นว่าคนที่ชอบตกแต่งบ้านส่วนใหญ่มักไปหาต้นไม้มาปลูกประดับสวนที่คลองสิบห้า เพราะเป็นแหล่งเพาะและจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งของประเทศไทย จึงคิดว่าเมื่อคนไปซื้อต้นไม้แล้ว อาจเลือกหาของอย่างอื่นไปตกแต่งบ้านด้วย และอาจร้อนหรือเหนื่อยจากการเดินหาต้นไม้ซึ่งทำให้เกิดกระหายน้ำด้วย จึงตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เปิดร้านมนต์รักคลองสิบห้า โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนหนึ่งเป็นมุมขายของตกแต่งบ้านและอีกส่วนหนึ่งเป็นร้านขายกาแฟโบราณ
สินค้าตกแต่งบ้านมีตั้งแต่ใบพัดที่ทำจากใบลาน โมบาย แจกันตุ๊กตาแมวไม้จากอินโดนีเซีย โปสเตอร์ภาพเก่าๆ ที่หายาก ไม้เก่าสำหรับทำบ้านนก ที่ใส่กระถางต้นไม้ ระฆัง เฟอร์นิเจอร์ไม้สักเก่า และกระดิ่งสไตล์น่ารักจากเกาหลี หรือแม้แต่ตู้ไปรษณีย์ ที่สามารถสั่งทำได้ ราคาตั้งแต่ 20-8,000 บาท สินค้าเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากที่เธอเก็บสะสมในระหว่างที่ออกไปทำข่าวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ส่วนหนึ่งรับมาจากกลุ่มแม่บ้านแหล่งผลิตโดยตรง และอีกส่วนหนึ่งสั่งมา ที่ขายดีที่สุดคือโมบายกระดิ่งที่ทำจากใบลาน ขณะที่สินค้าที่แพงที่สุดคือชุดเฟอร์นิเจอร์จากไม้สักนั่นเอง ในส่วนร้านกาแฟโบราณมีตั้งแต่กาแฟเย็นขายแก้วละ 20 บาท กาแฟร้อน และกาแฟดำหรือโอยัวะ แก้วละ 15 บาท นอกจากนั้นยังมีชามะนาว ชาดำเย็น รวมถึงขนมประเภทขบเคี้ยวด้วย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.
เนื่องจากร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นานนัก ประกอบภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก เธอบอกว่า ในวันธรรมดาจะมีลูกค้าไปอุดหนุนไม่ค่อยมากนัก แต่วันเสาร์-อาทิตย์ก็จะมีลูกค้าระดับหนึ่ง เฉลี่ยรายได้ตลอดทั้งเดือนกว่า 3 หมื่นบาท แม้จะไม่มากนักแต่เธอบอกว่า สบายใจ มีอิสระ ที่สำคัญจุดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เธอเดินไปข้างหน้ากับกิจการของตัวเองต่อไป

 "ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่แอนก็สู้นะ ใครก็ตามที่อยากทำธุรกิจในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ หากอยากทำอะไรก็ต้องถามใจตัวเองก่อนว่าสู้หรือไม่ ต้องพยายามหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมหลายๆ ด้าน ทั้งด้านเงินทุน การเลือกทำเล และชนิดสินค้า ไม่ใช่ทำตามกระแสอย่างเดียว แต่ต้องทำในสิ่งที่รักชอบและที่สำคัญต้องอดทน บางทีทุกอย่างที่เราคิดว่าดีแล้ว พร้อมแล้ว มันก็อาจจะไม่เป็นไปตามที่คิด ตามที่ฝัน ดังนั้น ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดก่อน อย่างน้อยสิ่งที่ไม่มีใครได้เหมือนเราคือประสบการณ์ในการใช้ชีวิตเพราะคุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ประสบการณ์จากความกล้าที่ได้ลงมือทำด้วย" จุฑารัตน์ ให้ข้อคิดสำหรับที่จะทำธุรกิจใหม่ๆ ในยุคนี้

 นับเป็นการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ของอดีตนักข่าวสาว ที่กล้าลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ในขณะที่ผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่ปิดกิจการไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มนต์รักคลองสิบห้า นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหาสิ่งของมาตกแต่งบ้าน ซึ่งอาจมีความแตกต่างไปจากที่อื่นก็ได้
 
        
ง่ายๆกับการชงกาแฟโบราณ
กาแฟเย็น
กาแฟ 1 ถุง
1.ผงกาแฟโบราณ 4 ช้อนตวง
2.นมข้น 1 ช้อนชา
3.น้ำตาล 1 ช้อน
4.นมสด   1 ช้อน
5.น้ำ         1 แก้ว
6 ครีม 1 ช้อน
น้ำแข็งพอประมาณ

กาแฟร้อน
กาแฟ 1 แก้ว
1.ผงกาแฟ  3 ช้อนตัก
2.นมข้น        2 ช้อน
3.นมสด        1 ช้อน

กำแฟดำหรือโอยัวะ
 กาแฟ 1 แก้ว
1.ผงกาแฟ 4 ช้อนตัก
2.น้ำตาล    2 ช้อน

วิธีชง
 ตักผงกาแฟโบราณจำนวนตามสูตรต่างๆ ตามที่ลูกค้าสั่งมาลงในถุงชงกาแฟโบราณ แล้วเอาถุงชงกาแฟใส่ในกระบวยทรงกระบอกสำหรับรองน้ำที่ลวกผงกาแฟโบราณ แล้วตักน้ำในหม้อต้มเทลงในถุงชงกาแฟ เมื่อน้ำที่ลวกผงกาแฟไหลเข้ากระบวยจนหมด จึงถุงชงกาแฟยกขึ้น ยกลงในน้ำร้อนราว 5-6 ครั้งจึงเทลงแก้ว ใส่ส่วนตามสูตรต่างๆ ก่อนชงให้ลูกค้า