
'พท.'ซัด'เทือก'คุมไม่อยู่ปิดถนนมั่ว!
'พท.' ซัด 'สุเทพ' คุมไม่อยู่ปิดถนนมั่ว เชื่อเตรียมสร้างสถานการณ์ปลุกปฏิวัติ เล็งฟ้องยุบ 'ปชป.' หนุนม็อบกบฏ จี้ 'สุขุมพันธุ์' แจงกทม.สนับสนุน 'กปปส.'
13 ม.ค. 57 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.และคณะ แจ้งว่าจะปิดกทม. ตั้งเวทีปราศรัย 7 จุด โดยอ้างว่า จะไม่กระทบต่อประชาชน ภาคธุรกิจ ราชการ แต่ปรากฏว่า นายสุเทพ โกหก เพราะนอกจาก 7 เวทีแล้ว ยังขยายการปิดถนนไปทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปปิดสะพานพระราม 8 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อจากฝั่งธนฯ มายังฝั่งพระนคร ทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก อยู่นอกเหนือเงื่อนไขที่ประกาศไว้ สะท้อนให้เห็นว่า นายสุเทพ คุมมวลชนไม่อยู่แล้ว ถามว่าใครจะรับผิดชอบต่อการทำลายความสงบสุข วิถีชีวิต ทำลายเศรษฐกิจที่เกินเลยขอบเขต ทำลายภาพลักษณ์ นานาชาติต้องประกาศเตือนไม่ให้คนของตัวเองเดินทางมายังกรุงเทพฯ นี่คือการสร้างความหายนะครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 2 ให้กับประเทศไทย หลังจากการปิดเมืองปล้นตอนปี 2549 ที่นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตร วันนี้เพียงแค่เปลี่ยนคนนำเป็นนายสุเทพ แต่ผู้สนับสนุนล้วนเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยก่อการมาเมื่อปี 2549
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าลำพังเพียงการปิดถนนตั้งเวทีนั้นทำอะไรรัฐบาลที่ยึดมั่นอยู่บนหลักการ หลักกฎหมายมาตลอดไม่ได้ เชื่อว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง แล้วโยนบาปให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบ หรือสร้างความวุ่นวายให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เรียกร้องให้อำนาจนอกระบบออกมาจัดการ ตนอยากถามว่า นายสุเทพ ใจจริงต้องการความรุนแรงใช่หรือไม่ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งธงเอาไว้ ก็คือให้ทหารออกมายึดอำนาจ เพราะรู้ดีแล้วว่าการปฏิวัติโดยประชาชนมันเกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากความขัดแย้งในตอนนี้เป็นเรื่องของการเมือง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ความขัดแย้งเหมือนรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
"ถ้าเกิดความรุนแรงนายสุเทพ และพวกต้องรับผิดชอบ ในฐานะเป็นแกนนำพามวลชนมา อย่าโยนบาปไปยังชายชุดดำ หรือรัฐบาล เหมือนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ฝากเตือนสติกลุ่มคนที่สนับสนุนนายสุเทพว่า ท่านกำลังทำลายประเทศไทยให้ย่อยยับด้วยน้ำมือของท่าน เพื่อหวังได้อำนาจถึงกับต้องทำลายชาติ ท่านมีความสุขหรืออย่างไร"
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีกปปส. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ก่อนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. จะชัตดาวน์กรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. เป็นการเผยตัวตนให้เห็นธาตุแท้ของนายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเล่นการเมือง 2 หน้า น่าจะเดินแผนสอดคล้องกับนายสุเทพตลอดมา ขณะนี้นายสุเทพถูกดำเนินคดีข้อหากบฏและศาลอาญาออกหมายจับแล้ว ดังนั้นคนที่ไปร่วมเวทีก็คือผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีอาญาด้วย ตนได้รวบรวมหลักฐานการปราศรัย การร่วมกิจกรรมของนายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไว้แล้ว เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครอง ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 โดยจะยื่นเรื่องให้กกต.ยุบพรรคประชาธิปัตย์ และยื่นกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอาผิดข้อหากบฏและเป็นภัยต่อความมั่นคงภายในสัปดาห์นี้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาคปท. กับพวก ออกมาข่มขู่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ลาออกจากนายกฯรักษาการ ภายในวันที่ 15 ม.ค. มิเช่นนั้นจะปิดตลาดหุ้น รวมทั้งวิทยุการบิน นั้น การเคลื่อนไหวลักษณะนี้เป็นการข่มขู่รัฐบาล รวมไปถึงประชาชน เป็นอนาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตย ทำลายเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของประเทศในสายตาประชาคมโลก สุดท้ายก็คือการทำลายชาติ ตนได้รวบรวมหลักฐานการปราศรัยไว้แล้วเพื่อยื่นกรมสอบสวนคดีพิเศษในข้อหากบฏอีกคดีหนึ่งภายในสัปดาห์นี้ และขอฝากเตือนมวลชนที่ไปร่วมเคลื่อนไหวจะมีความผิด อาจถูกดำเนินคดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนที่ทนไม่ได้กับพฤติกรรมเล่นการเมือง 2 หน้า ของผู้บริหารกทม.มีการเผยแพร่ภาพผ่านสื่อออนไลน์ว่า มีการใช้รถของกทม.ขนอุปกรณ์ให้ม็อบกปปส. ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่บริเวณแยกปทุมวัน และที่ผ่านมาก็มีประชาชนเผยแพร่ภาพที่กทม.ไปช่วยขนเครื่องปั่นไฟ กระสอบทราย ให้ม็อบกปปส. ทั้งนี้เมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา ก็ออกมาแก้ตัวโดยทีมโฆษกของกทม. ว่าเป็นการให้บริการช่วยเหลือตามปกติ แก้ตัวน้ำขุ่นๆ เอาสีข้างเข้าถู นี่คือพฤติกรรมซ้ำซากของผู้บริหารกทม.ชุดนี้ อยากถาม รมว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่นายสุเทพกับพวกปิดกรุงเทพฯ 7 จุด พร้อมขู่ปิดตลาดหุ้น วิทยุการบิน อยากถามถึงสโลแกนที่บอกว่าจะดูแลคนกรุงเทพฯ วันนี้คำพูดเหล่านั้นหายไปไหน ขอเรียกร้องให้ออกมาชี้แจงด้วยตนเอง เพราะไม่รู้หายหน้าไปไหน เหตุใดจึงเอารถ เอาหน่วยงานของกทม.ไปสนับสนุนผู้ชุมนุมที่มีข้อหากบฏ และสร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวข้องขอให้ออกมาประณามการกระทำของนายสุเทพและกปปส. รวมทั้งตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดต่อผอ.เขต หรือหัวหน้าส่วนที่ขนรถ ขนอุปกรณ์ไปสนับสนุนผู้ชุมนุม ถ้าไม่ดำเนินการภายใน 7 วัน ตนจะยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีข้อหาสนับสนุนผู้ชุมนุมที่มีข้อหากบฏ ในการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 ขณะเดียวกันจะยื่นต่อกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีข้อหาสนับสนุนผู้ชุมนุม ผิดพ.ร.บ.มั่นคงฯ มีโทษทางอาญา
"ขอเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันประณามการทำหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม. และผู้บริหารของกทม. ว่าสนับสนุนผู้ชุมนุม สร้างความเดือดร้อนให้ชาวกรุงเทพฯหรือไม่ ความเดือดร้อนเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา นอกจากไม่ห้ามปรามแล้วยังมีท่าทีไปสนับสนุนอีก ถือว่านายสุขุมพันธุ์ ทรยศต่อความไว้วางใจของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ล้านกว่าคน"
ปิดทำการพรรคหนีม็อบบุก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ม.ค.) พรรคเพื่อไทยได้ปิดทำการ พร้อมกับนำรั้วเหล็กมาวางเรียงตามแนวถนนอย่างหนาแน่น ในบริเวณด้านหน้าอาคารที่ทำการพรรค และยังวางระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า-ออก แต่จะเปิดให้เจ้าหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยเข้าไปภายในอาคารเท่านั้น
แกนนำพรรค สั่งจับตา 'กปปส.' ปิดกรุง 7 จุด
นายพร้อมพงศ์ เปิดเผยว่า พรรคได้กำชับสมาชิก และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ให้แจ้งไปยังมวลชนผู้สนับสนุน ว่า อย่าเข้าไปในพื้นที่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ตามจุดต่างๆ เพราะไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้า และสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย และอาจเข้าทางของผู้ชุมนุม ที่ต้องการเปิดทางให้อำนาจนอกระบบเข้ามาล้มระบอบประชาธิปไตยได้
ทั้งนี้แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า ทางแกนนำพรรค ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์การชุมนุมปิด กทม. 7 จุดของกลุ่ม กปปส.อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าการชุมนุมจะมีผลกระทบต่อประชาชนชาว กทม.อย่างไรบ้าง และจะมีการกล่าวหาพรรคเพื่อไทยรวมทั้งรัฐบาลอย่างไรบ้าง หากมีการพาดพิงกระทบมายังรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดความเสียหาย ก็จะมีการจัดทีมแก้ข้อกล่าวหาทันที เพื่อป้องกันกลุ่ม กปปส.นำข้อมูลที่บิดเบือนไปปลุกระดม สร้างความเสียหาย และทำให้ประชาชนสับสน โดยแกนนำแต่ละคนอยู่ในที่ตั้งของตัวเอง ไม่ได้เข้าไปยังที่ทำการพรรคแต่อย่างใด
ทีมก.ม.พท. อัด 'กกต.' ศรีธนญชัย
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเสนอให้รัฐบาลเลื่อนาการเลือกตั้งว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ เพื่อขอคำแนะนำเรื่องการเลื่อนวันเลือกตั้งอีก เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นว่าไม่สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งได้ หากจะให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้ง กกต.ต้องบอกเหตุผลมาว่า จะให้เทียบเคียงกับกฎหมายฉบับใดมาเป็นเหตุผล จะมาโยนให้รัฐบาลไปถามคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ไม่ได้ กกต.ชุดนี้มีผู้พิพากษาจากศาลฎีกา 3 คน ขอให้แนะนำรัฐบาลว่า จะให้ใช้กฎหมายฉบับใดมาเลื่อนเลือกตั้ง ตนเปิดกฎหมายดูหมดแล้ว ไม่เห็นช่องทางใดจะเลื่อนเลือกตั้งได้เลย ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ก็จะตกเป็นจำเลยมีความผิดอีก
ขณะที่นายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า การที่กกต.แนะนำให้รัฐบาลไปหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาเลื่อนวันเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่า ทำไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ระบุชัดเจนว่า ต้องมีการเลือกตั้งหลังยุบสภา ภายใน 60 วัน จึงไม่มีทางออกอื่นให้เลื่อนวันเลือกตั้งได้ การเลื่อนวันเลือกตั้งจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการเลือกตั้งใหญ่ไปแล้ว แต่มีบางหน่วยไม่สามารถเลือกตั้งได้ จึงออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนการเลือกตั้งในเขตที่มีปัญหาได้ แต่ถ้าจะให้เลื่อนเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดไม่สามารถทำได้
"การที่กกต.อ้างว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่การเลื่อนเลือกตั้ง แต่เป็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ซึ่งสามารถทำได้เพราะยังอยู่ในกรอบ 180 วันนั้น เป็นการพูดแบบศรีธนญชัย เล่นการเมืองมากไป เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หลังจากมีการยุบสภา ไม่ต้องการให้ประเทศถูกแช่แข็งนานเกินไป จึงให้เลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน"



