ข่าว

'ศอ.รส.'ห่วง3จุดหวั่นปะทะ!

'ศอ.รส.'ห่วง3จุดหวั่นปะทะ!

13 ม.ค. 2557

'ศอ.รส.' คาดชุมนุมยืดเยื้อไปอีก 4-5 วัน ห่วง 3 จุดหวั่นปะทะ

 

                         13 ม.ค. 57  เมื่อเวลา 11.15 น.  พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือ และสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงคืนที่ผ่านมา รวมถึงการประเมินสถานการณ์จราจร ตามจุดต่างๆ ว่า ภายหลังจากการตั้งจุดตรวจทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเวที กปปส. ทั้ง 7 จุด ซึ่งใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารร่วมกัน มีผลการจับกุมผู้กระทำความผิดหลายคดี ดังนี้

                         เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 57 เวลา 22.15 น. หน้ากระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา มีการจับตัวนายพันธุ์ทิพ บุญคง อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดตรัง นำใบกระท่อมติดตัวมา จำนวน 10 ใบ และนายธวัฒน์ เสียงอุ่น อายุ 50 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต มีใบกระท่อม 95 ใบ ซึ่งจากการสอบถาม ทราบว่า จะนำมาเสพ และเข้าร่วมชุมนุมในวันนี้ (13 ม.ค. 57)

                         ทั้งนี้ จุดตรวจถนนรามคำแหง 76 ในเวลาใกล้เที่ยงคืน มีการจับกุมตัวนายประสงค์ เกดเพชร อายุ 50 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมใบกระท่อมจำนวน 183 ใบ โดยให้การรับสารภาพว่า จะนำไปเสพ และเมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้เข้าไปตรวจค้น ที่ห้องพักซอยรามคำแหง 53 พบบุคคลจำนวน 8 คน คือ นายวิชัย หม้องพร้า อายุ 24 ปี , นายพงศกร ล้ำเหลือหลาย อายุ 22 ปี , นายฮาริส หนูชูสุข อายุ 24 ปี , นายฮานีฟ หนูชูสุข อายุ 24 ปี , นายอาหมีน ยังนิ่ง อายุ 25 ปี , นายอะห์นัฟ ตาหมาด อายุ 19 ปี , นายบรรพต แดงชู อายุ 31 ปี , นายบุญเลิศ เจริญวาที อายุ 29 ปี

                         โดยนายบรรพต มีหมายจับที่ศาลจังหวัดตรัง ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ทั้งหมดเป็นการ์ดของกลุ่ม กปปส. พบกัญชาแห้ง น้ำมันพืช ใบกระท่อม ยาแก้ไอ น้ำอัดลม หม้อต้ม กระติกน้ำดื่ม ให้การรับสารภาพ

                         พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการ์ด กปปส. ทะเลาะกับวัยรุ่น และเกิดปืนลั่นได้รับบาดเจ็บ บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 14 ผู้บาดเจ็บ อาการปลอดภัยแล้ว

                         เวลา 02.15 น. ได้เกิดเหตุการณ์มีคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงเข้าไปในพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเหตุให้กระจกร้านกาแฟหน้าพรรคประชาธิปัตย์แตกเสียหาย โดยคนร้ายขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หลบหนีไปทางถนนพระราม6 เลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนไป

                         อย่างไรก็ตาม คาดว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อไปอีก 4-5 วัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ ที่มาชุมนุมเดินทางมาจากต่างจังหวัด และมี 3 จุดที่น่าเป็นห่วง ว่าจะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม กับผู้ใช้ถนน คือ แจ้งวัฒนะ บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ห้าแยกลาดพร้าว และอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

                         ด้าน พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส กล่าวถึงสภาพการจราจรทั้ง 7 แยก ว่า บริเวณที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สามารถใช้เส้นทางได้ครึ่งหนึ่ง โดยสามารถผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปทางถนนดินแดง ยังใช้การได้อยู่ ถนนพญาไทมีประชาชนเดินทางมาชุมนุมจำนวนหนึ่ง ถนนแจ้งวัฒนะปิดถนนตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลมงกุฎิวัฒนะ บริเวณบิ๊กซีจนถึงจุดกลับรถหน้าไปรษณีย์ไทย แยกปทุมวัน การจราจรตั้งแต่ถนนพญาไทสะพานหัวช้าง จนถึงซอยจุฬา 12 ปิด ถนนพระราม1 ตั้งแต่แยกเจริญผลถึงแยกเฉลิมเผ่า ใช้เส้นทางเลี่ยงถนนพระราม 1 ขาออก ลงจากสะพานกษัตริย์ศึกให้เลี้ยวซ้าย เข้าถนนพระราม 6 ซึ่งสามารถอ้อมเข้าแยกพระราม 4 ได้

                         สำหรับถนนพญาไท ขาเข้าให้เลี้ยวซ้ายแยกราชเทวี เข้าถนนเพชรบุรีมุ่งหน้าเข้าแยกนานาจะสามารถเข้าถนนสุขุมวิทได้ ส่วนถนนพญาไท ขาออกให้เลี้ยวซ้ายเข้าแยกจุฬา 12 เข้าแยกบรรทัดทองและสามารถเข้าถนนเพชรบุรี และ พระราม 4 ได้เช่นกัน ขณะที่ห้าแยกลาดพร้าว มีการปิดการจราจร ถนนพหลโยธินไม่กระทบถนนวิภาวดีรังสิตด้านล่าง ถนนพหลโยธินขาออกยังวิ่งได้ 1 ช่องทาง สามารถเข้าทางถนนพหลโยธิน 18 ได้ส่วนถนนพหลโยธินขาเข้าปิดการจราจร แยกราชประสงค์ ปิดการจราจรถนนเพลินจิต ตั้งแต่แยกชิดลมถึงแยกราชประสงค์ ปิดไปจนถึงแยกปทุมวัน และถนนราชดำริปิดตั้งแต่แยกราชประสงค์จนถึงแยกประตูน้ำ เส้นทางเลี่ยงให้ใช้เส้นทางทางถนนราชดำริให้เข้าถนนสารสินเข้าถนนวิทยุและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี และถนนพระราม 4 ได้ ส่วนเพลินจิตสามารถใช้ถนนเส้นวิทยุ และถนนเพชรบุรีได้ แยกอโศกปิดทั้งเส้น แยกศาลาแดงปิดบริเวณถนนพระราม 4 ตรงถนนวิทยุจนถึงแยกถนนอังรีดูนัง นอกนั้นสามารถใช้เส้นทางบริเวณโดยรอบได้ ดังกล่าว