ข่าว

'มอยส์'โล่งผีเฮล้างแค้นสวอนซี

'มอยส์'โล่งผีเฮล้างแค้นสวอนซี

12 ม.ค. 2557

'เดวิด มอยส์' โล่งใจลูกทีมคืนฟอร์มกลับมาเก็บชัยได้อีกครั้ง หลังเปิดบ้านล้างแค้น 'หงส์ขาว' 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค.

 

                         หลังจากที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด หยุดสถิติย่ำแย่ที่พบกับความพ่ายแพ้จากการลงเล่นในทุกรายการมาแล้วถึง 3 เกมซ้อน ด้วยการเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะ "หงส์ขาว" สวอนซี 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 11 มกราคม แม้เจ้าถิ่นจะไม่มี เวย์น รูนีย์ กองหน้าตัวเก่งที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่มาได้ทั้ง 2 ประตูในช่วงครึ่งหลังจากฝีเท้าของ หลุยส์ อันโตนิโอ วาเลนเซีย นาที 47 และแดนนี เวลเบ็ค นาที 59 ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" สามารถล้างแค้น สวอนซี คู่ปรับที่เพิ่งบุกมาเขี่ยตกรอบ 3 ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อนได้สำเร็จ แต่ยังคงอยู่อันดับ 7 แข่ง 21 นัด มี 37 แต้ม ส่วน "หงส์ขาว" สะกดคำว่าชนะในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไม่เป็นมาแล้วถึง 7 นัด แต่ยังคงรั้งอันดับ 13 แข่ง 21 นัด มี 21 แต้ม

                         เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด โล่งใจที่ลูกทีมกลับมาเก็บชัยได้สำเร็จ เพราะโชว์ฟอร์มในครึ่งหลังได้ดีมาก แต่ยังคงต้องปรับปรุงในบางจุดเพื่อให้ทีมทำผลงานได้ดีกว่านี้ ก่อนที่จะชื่นชม อัดนัน ยานูซาย กองกลางดาวรุ่งที่โชว์ฝีเท้าในเกมนี้ได้อย่างโดดเด่น

                         "จากผลงานในช่วงครึ่งหลัง ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีมาก และผมก็หวังว่ามันจะช่วยให้เราทำผลงานได้ดีขึ้น แต่คงจะต้องมีการปรับปรุงในบางจุด ผมรู้สึกชื่นชอบ ยานูซาย ตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน ผมได้พูดคุยกับเขาบ่อยๆ และเขาก็เคยบอกกับผมว่า เขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่ง จึงทำให้เขาพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นกว่านี้ได้อย่างแน่นอน" มอยส์ กล่าว

                         ขณะที่ ชูเซ มูรินโญ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ชมลูกทีมที่มีความอดทนสูง แม้จะต้องเป็นฝ่ายเล่นเกมตั้งรับจากการที่โดนคู่แข่งกดดันอย่างหนักในช่วงครึ่งแรก แต่ก็ยังสามารถบุกไปชนะ "เสือลาย" ฮัลล์ ได้ถึงเคซี สเตเดี้ยม 2-0 โดยทีมเยือนได้ทั้ง 2 ประตูในช่วงครึ่งหลังจาก เอเดน อาซาร์ด นาที 56 และ เฟอร์นันโด ตอร์เรส นาที 87 ส่งผลให้เชลซี รักษาสถิติไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 7 นัด แถมยังเป็นการเก็บชัยได้ถึง 4 เกมติดต่อกัน พร้อมกับขยับจากอันดับ 3 ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงได้สำเร็จ แข่ง 21 นัด มี 46 แต้ม แม้จะลงแข่งมากกว่า 2 ทีมหัวแถวอย่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล และ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี อยู่ 1 เกมก็ตาม

                         ส่วน "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน กลับขึ้นอยู่ในกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ได้อีกครั้ง เพราะเปิดรังกูดิสัน ปาร์ค เอาชนะ "นกขมิ้น" นอริช 2-0 โดยได้ประตูจาก แกเรธ แบร์รี นาที 23 และ เควิน มิยาราส นาที 59 จึงทำให้เจ้าบ้านของกุนซือ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ไม่แพ้ใครในศึกพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 3 เกม พร้อมกับขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ได้สำเร็จ แข่ง 21 นัด มี 41 แต้ม ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เก็บชัยในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน หลังเฝ้าถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน เอาชนะ "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ 2-0 จาก คริสเตียน อิริคเซน นาที 50 และเจอร์เมน เดโฟ นาที 73 ส่งผลให้ สเปอร์ส ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 5 แข่ง 21 นัด มี 40 แต้ม ส่วน คริสตัล พาเลซ ร่วงลงไปอยู่ตำแหน่งบ๊วย แข่ง 21 นัด มี 17 แต้ม

                         ด้าน โอเล กุนนาร์ โซลซา อดีตยอดกองหน้าตัวสำรองของ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงกลางทศวรรษ 90 ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่ของคาร์ดิฟฟ์ ประเดิมงานคุมทีมลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกนัดแรกด้วยความพ่ายแพ้ทันที หลังพลาดท่าให้ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม คารังคาร์ดิฟฟ์ ซิตี สเตเดี้ยม 0-2 โดยทีมเยือนได้จาก คาร์ลตัน โคล นาที 42 และมาร์ค โนเบิล นาที 90 ส่งผลให้คาร์ดิฟฟ์ ไม่พบกับชัยชนะมาแล้วถึง 5 เกม พร้อมกับร่วงลงไปอยู่ในโซนตกชั้นอันดับ 18 แข่ง 21 นัด มี 18 แต้ม ส่วนเวสต์แฮม หยุดสถิติไม่ชนะใครมาแล้วถึง 4 เกมได้สำเร็จ พร้อมกับขยับหนีจากโซนตกชั้นขึ้นไปอยู่อันดับ 17 แข่ง 21 นัด มี 18 แต้ม เท่ากับคาร์ดิฟฟ์ แต่มีผลต่างประตูได้เสียมากกว่า 10 ลูก

                         ส่วนผลคู่อื่น เซาแธมป์ตัน ชนะ เวสต์บรอมวิช 1-0 ได้ประตูชัยจาก อดัม ลัลลานา นาที 66, ฟูแลม แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-4 โดยทีมเยือนได้ประตูจาก คี ซุง ยอง นาที 41 และอดัม จอห์นสัน ซัดแฮตทริก นาที 29, 69 และจุดโทษ นาที 85 ขณะที่เจ้าบ้านได้ประตูจาก สตีฟ ซิดเวลล์ นาที 52

 

 

----------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)