
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ไทยเข้มแข็ง
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ไทยเข้มแข็ง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
มีคำกล่าวว่าสังคมไทยเป็นสังคมของ “คนร้องขอ และ รอโชค” หมายถึงขอความช่วยเหลือและรอให้โชควาสนา หรือสิ่งที่ไม่มีตัวตนออกมาให้ความช่วยเหลือ หรือแม้กระทั่งดลบันดาลให้ในสิ่งของที่จับต้องได้เช่นทรัพย์สินเงินทองเป็นต้น ในความเชื่อที่ตนเองได้ร้องขอเหล่านั้นยังผสมผสานไปด้วยความเชื่อใน “วาสนา” ถึงขั้นที่มีคำพูดว่า “แข่งเรือแข่งพายพอแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้”
ทั้งนี้และทั้งนั้น การนั่งรอคอยความช่วยเหลือจากสิ่งที่ไม่มีตัวตน หรือมองไม่เห็นของคนไทยนั้น จะว่าไปแล้วมันแทรกซึมอยู่ในสังคมไทยหรือในตัวคนไทยตั้งแต่ยังเด็ก จนเมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาคนที่ร้องขอจึงไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องแต่อย่างใด แม้แต่สวดมนต์ไหว้พระก็ยังขอสิ่งต่างๆ ที่ตนเองอยากได้ แทนที่จะหมายเพียงแค่สวดมนต์เพื่อให้ใจของตนเองสงบเท่านั้น
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนในสังคมไทยส่วนหนึ่งยังเชื่อว่า ทรัพย์สินเงินทองความมั่งคั่งร่ำรวยนั้น อาจจะมาถึงตนเองได้โดยที่ไม่ต้องทำงานก็คือ ละครหรือนิยายต่างๆ ที่คนไทยนิยมเสพกันและถูกเรียกว่าละครน้ำเน่า ทั้งในรูปแบบของนิยายที่บันทึกไว้เป็นหนังสือ และที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์จนผู้คนติดกันงอมแงมทั้งประเทศ
ตัวละครในละครไทยเหล่านั้น มักจะไม่มีการนำเสนอให้เห็นว่าประกอบอาชีพอะไร หรืออาชีพของตัวละครในนิยายเหล่านั้น วันหนึ่งๆ ต้องทำมาหากินอย่างไร ต้องประสบกับปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้างในอาชีพของตนเอง และมีวิธีการแก้ไขหรือรับมือกับอุปสรรคนั้นๆ อย่างไร นอกจากจะเดินลอยชายไปมา หรือมีการเรียกขานตำแหน่งทางอาชีพบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีบทเกี่ยวกับการดำรงชีพเยี่ยงคนในชีวิตจริงออกมาให้เห็น
ความร่ำรวยของตัวละครมักมีที่มาจากทรัพย์สินกองมรดก จึงไม่น่าแปลกใจที่ลูกหลานคนไทยหลายตระกูลต้องฟ้องร้องแย่งชิงมรดก หรือหนักหน่อยก็ถึงขั้นลงมือฆ่าฟันประหัตประหารกันเลยก็มี บางเรื่องความร่ำรวยของตัวเองเพศหญิงก็ได้มาจากการได้ครองคู่กับผู้ชายร่ำรวย หญิงไทยสมัยใหม่จึงใฝ่ฝันที่จะต้องเป็นคนสวยเผื่อว่าจะได้ชายร่ำรวยมาเป็นสามี
ที่ร้ายกว่านั้นคือความบังเอิญที่มีคนมาพบว่า บนร่างกายของตัวเอกในละครมีตำหนิ เช่น ไฝ หรือปาน ที่ลับ จึงได้รู้ว่าเป็นทายาทที่มีมรดกมหาศาลเอาไว้ให้ ฯลฯ นิยายและละครเหล่านี้เองที่ทำให้คนจำวนหนึ่งเพ้อฝันนั่งรอคอยโชควาสนา แม้จะมีอาชีพทำมาหากินบ้างก็ทำไปแกนๆ ท่ามกลางความเพ้อฝัน
มิฉะนั้นก็หวังรวยทางลัดด้วยการเอาทรัพย์ที่มีอยู่ ไปเป็นทุนในการเล่นการพนันมันเสียเลย เรื่องอย่างนี้หากสังคมไทยไม่พยายามปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรับรู้ว่า ทุกอย่างในชีวิตต้องลงมือทำด้วยตนเองจึงจะได้มา และเมื่อมีปัญหาก็ต้องเดินหน้าหาวิธีแก้ปัญหานั้นไปให้ได้ ถ้าไม่เร่งสอนเด็กไทยในวันนี้ให้รู้จักการต่อสู้ และเตรียมพร้อมจิตใจให้เข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลว เพื่อกลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง อนาคตข้างหน้าของสังคมไทยเรา ก็คงจะต้องเดินตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นอนครับ
----------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ไทยเข้มแข็ง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



