ข่าว

ประชาธิปไตยไทยหลังสุเทพก่อการใหญ่

ประชาธิปไตยไทยหลังสุเทพก่อการใหญ่

13 ม.ค. 2557

ประชาธิปไตยไทยหลังสุเทพก่อการใหญ่ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook :Ruarob Joe Muangman

             วันนี้เป็นวันที่สำคัญของการเมืองไทย เมื่อม็อบขนาดใหญ่กล้าปิดแยกกรุงเทพฯ หลายจุด โดยตั้งใจว่าจะหลายวันเพื่อกดดันให้รัฐบาลให้ทำตามที่ต้องการ แม้ว่าดูตามความเป็นจริงแล้ว เป้าประสงค์หลายอย่างคงไม่เป็นไปตามที่คิด แต่น่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่ประชาธิปไตยไทยในอนาคตได้บ้าง ไม่ว่าจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ

             ประชาธิปไตยในประเทศโลกที่สามส่วนใหญ่นั้นไม่ไปไหน เพราะผู้มีอำนาจขับเคลื่อนไม่นำบทเรียนในอดีตมาใช้ แต่มักแก้ปัญหาวิกฤติโดยสร้างวิกฤติใหม่ขึ้นมา เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องปกติที่คนในสังคมต้องเรียนรู้และอยู่กับมันให้ได้ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมักดับปัญหานั้นชั่วคราว แต่ก็จะมีเหตุที่มาจากการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกไม่ควรนั้นให้กลายเป็นเรื่องที่ต้องแก้ปัญหาซ้ำเล่า ซึ่งถ้าไม่ยกระดับกระบวนทัศน์ของการสร้างประชาธิปไตยใหม่ ประชาธิปไตยก็จะเหมือนเพิ่งผลิใบอยู่ตลอดเวลา

             หลังเหตุการณ์ออกมาคราวนี้ เราอาจยังเห็นสิ่งเดิมหลายสิ่งที่ตอบโจทย์หลายคนยังไม่ได้ แต่เราจะได้เห็นกระบวนการแสดงออกตามสิทธิของตนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิทธิของการต่อต้านการคอร์รัปชั่น สิทธิของความต้องการเลือกตั้ง หรือแม้แต่สิทธิของการเรียกร้องอำนาจนอกระบบ กล่าวได้ว่า น่าจะเป็นเฟื่องฟูของการเรียกร้องสิทธิในที่สาธารณะจริงๆ อย่างไม่กลัวเกรงใคร แม้ว่าสิทธินั้นจะฉิวเฉียดต่อการละเมิดสิทธิผู้อื่นหรืออาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อเจ้าตัว แต่เชื่อแน่ว่า นักการเมืองและผู้จ้องกินเมืองในอนาคตไม่ว่าฝ่ายไหนต้องตระหนักถึงความโปร่งใสและกฎกติกามากขึ้น ประชาชนธรรมดาก็เช่นกัน ไม่ว่าสีไหนก็จะรู้สึกละอายถ้าเราเป็นคนโกงคนเลวเสียเอง พลังนั้นอาจล้มใครไม่ได้เลย แต่น่าจะล้มความคิดชั่วในตัวเราได้ และหลายล้านปัจเจกจะทำให้สังคมเดินหน้าเป็นประชาธิปไตยบริสุทธิ์ขึ้น

             เราได้เห็นพลังที่ผสานกันของสื่อกับประชาชน จึงน่าจะมีผู้แสวงประโยชน์จากโซเชียลเน็ตเวิร์กและสื่อเฉพาะกลุ่มมากขึ้น แม้ว่าสังคมจะระส่ำไปกับข่าวลือและเรื่องจงใจโกหกไม่น้อย อย่างไรก็ตาม เสรีภาพในการใช้สื่อน่าจะเป็นพลังในการถ่วงดุลผู้คิดมิชอบอยากทำอะไรเผด็จการ เพราะโลกสมัยนี้ไม่พ้นการจ้องมองของประชาชนและต่างประเทศไปได้ ถึงกล้าทำก็ไม่รอด

             เราจะได้เห็นอะไรหลายอย่างหลังสถานการณ์นี้ เช่น ทหารเป็นมืออาชีพในการรับมือกับปัญหาอย่างมีสติ องค์กรธุรกิจที่สนับสนุนการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยต้องทบทวนกลยุทธ์ของตนให้เป็นไปตามเจตจำนงประชาชน ขณะที่ข้าราชการจะตระหนักถึงประชาธิปไตยอย่างเต็มที่กว่าเดิม ทั้งนี้ประเทศชาติอาจเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านที่เขม็งเครียด แตกแยกและอาจเกิดสิ่งที่น่าเศร้าบ้าง แต่ก็ยังเชื่อว่า ประชาธิไตยที่ฝังรากในประเทศเราแล้วนั้นจะเจริญอยู่ต่อไปครับ