
'พท.'ปูดอดีตพลเอก'ป.-ด.'ช่วยวางแผนปิดกรุง
12 ม.ค. 2557
"พร้อมพงศ์"ปูดอดีตพลเอก"ป.-ด."ช่วยกปปส.วางแผนปิด7จุดสร้างความวุ่นวายเชื่อคนกรุงฯไม่เห็นเตรียมยื่น4เหตุผลที่กกต.ต้องเดินหน้าเลือกตั้ง2กพ.ชี้หากไม่ทำต้องรับผิดชอบ
วันที่ 12 ม.ค.57 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ กปปส.จะปิดกรุงเทพฯ 7 จุดในวันที่ 13 ม.ค.ว่า จากการตรวจสอบแผนการดังกล่าวไม่ใช่ความคิดของ กปปส.เพียงอย่างเดียวแต่มีคำแนะนำจากกลุ่มการเมือง และกลุ่มอดีตนายทหารยศ "พล.อ." 3 คน ซึ่งมีอักษรย่อ "ป." 1 คน และ "ด." 1 คน ช่วยวางแผนด้วย และที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. บอกว่า การปิดกรุงเทพฯจะไม่มีผลกระทบกับประชาชนกรุงเทพฯนั้น เป็นการโกหก เพราะขณะนี้มีมหาวิทยาลัย กว่า 20 แห่ง และ โรงเรียนจำนวนมาก ได้ประกาศปิดการเรียนการสอนในวันดังกล่าวแล้ว และคณะทำงานของพรรคเพื่อไทยที่ติดตามสถานการณ์การชุมนุม ได้วิเคราะห์ว่า การปิดทั้ง 7 จุด นอกจากจะทำให้กรุงเทพฯเป็นอัมพาตแล้ว ยังจะกระทบกับ ปริมณฑลด้วย
ทั้งนี้เชื่อว่าคน กรุงเทพฯ ไม่เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯดังกล่าว เพราะได้รับผลกระทบ และต้องถามนายสุเทพ ว่าการขนคนมาจากภาคใต้เพื่อสร้างความวุ่นวายนั้นถูกต้องแล้วหรือไม่ ขอเรียกร้องให้หยุดได้แล้วพอแล้ว ตอนนี้ประเทศเสียหายไปกว่า 9 หมื่นล้านแล้ว วันที่ 13 ม.ค. จะเป็นการทำลายประชาธิปไตยแช่เข็งประเทศ อ้างปฏิรูปบังหน้าเพื่อไล่นายกรัฐมนตรี จึงเรียกร้องประชาชนที่ไม่เห็นด้วยให้ออกมาแสดงพลังว่าไม่เห็นด้วยกับนายสุเทพ
ส่วนกรณีที่ นายสุเทพ และ นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำ คปท.ออกมาไล่นายกรัฐมนตรีออกจากประเทศว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการลุแก่อำนาจ นายนิติธรเป็นนักกฎหมายต้องอ้างกฎหมายไม่ใช่เอากฎหมู่เหนือกฎหมาย แนวคิดดังกล่าวถึงเป็นเผด็จการ แล้วคนที่มีแนวคิดเป็นเผด็จการจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไร
นอกจากนี้นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการใช้อาวุธยิงผู้ชุมนุมที่ สี่แยกคอกวัวด้วยว่า เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งจากที่ตนได้ข้อมูลมาว่าจะมีการสร้างสถานการณ์จากมือที่ 3 ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ทำร้ายผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชน เพื่อนำไปสู่แผนการปิดเมืองและสร้างความวุ่นวายจน ทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาตามธงที่ กปปส. ตั้งไว้ จึงขอถามนายสุเทพ ว่าการให้อำนาจนอกระบบเข้ามาเป็นธงของ กปปส.ใช่หรือไม่
ส่วนกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุถึงการนัดรวมพลที่กระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 13 ม.ค.นี้ และจะมีการตัดน้ำตัดไฟว่า ถือเป็นการข่มขู่อย่างร้ายแรงและสอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุว่าในวันดังกล่าวจะมีการสร้างความวุ่นวาย และไม่คาดคิดว่าแนวคิดนี้จะเป็นของคนที่เคยเป็นส.ส. อยากให้ผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาห้ามปรามไม่ให้ลูกพรรคออกมาปลุกระดมประชาชนหากไม่ออกมาก็ถือว่ารู้เห็นเป็นใจกับการกระทำดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับ นพ.วรงค์ ต่อไป
โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เปิดเผยว่า กกต. มีหนังสือ เสนอให้ นายกรัฐมนตรี เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปเนื่องจากหากเดินหน้าเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. จะมีปัญหา และเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งเป็นวันที่ 4 พ.ค. ว่ากกต.มีหน้าที่จัดให้มีการเลือกตั้งก็ต้องดำเนินการ และควรรับฟังเสียงของประชาชนที่ออกมาทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้องการให้มีการเลือกตั้ง ส่วนใน 28 เขตเลือกตั้งที่ผู้สมัครไม่สามารถเดินทางเข้าไปสมัครได้ เป็นเรื่องของ กกต.ที่จะต้องแก้ปัญหาให้ได้ และต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไปสมัครได้ แต่ตอนนี้ กกต.พยายามสร้างเงื่อนไขให้เรื่องดังกล่าวยุ่งยาก หากไม่ดำเนินการต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและทางแพ่ง เชื่อว่า ว่าที่ผู้สมัครอาจร้องเอาผิด กกต. หากไม่ดำเนินการให้เรียบร้อย และการที่ออกมาให้ข่าวเช่นนี้ของนายสมชัย น่าจะมีนัยทางการเมืองพิเศษหรือไม่ ดังนั้นในช่วงบ่ายของวันนี้ (12 ม.ค.) ตนจะไปยื่นเหตุผลที่ กกต. ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 4 ข้อ ดังนี้
1. กกต. มีหน้านี้จัดการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง รวมทั้งรัฐบาลให้จัดงบประมาณ 3,885 ล้านบาทแก่กกต. เพื่อจัดการเลือกตั้งแล้ว
2.การไม่ร่วมมือในการเดินหน้าเลือกตั้ง ทั้งการขัดขวางการสมัคร การไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันของพรรคประชาธิปัตย์ การกระทำของ กปปส. ถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพสิทธิเลือกตั้งของประชาชน
3. กกต. โดยเฉพาะ นายสมชัย ได้แสดงท่าทีไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ. ตั้งแต่ต้น ทั้งกดดันให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้ง คล้ายกับไม่อยากทำหน้าที่ กกต. อย่างต่อเนื่อง เสมือนเป็นการตอบสนอง กปปส.เพื่อทำให้เกิดเหตุการณ์บางอย่าง จนถึงขนาดว่าหากมีการเลือกตั้งไปแล้วจะเป็นโมฆะ
และ 4.ยืนยันว่าการกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เกิดจากพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ที่ตราโดยพระมหากษัตริย์ หาก กกต. ไม่ทำหน้าที่จะกลายเป็นผู้สร้างความหายนะให้กับประเทศและต้องรับผิดชอบต่อกลียุคที่อาจเกิดขึ้น



