
มท.1ดูรปภ.บ้านนายกฯย้ำไม่หนีม็อบ
12 ม.ค. 2557
"มท.1" เยี่ยมตำรวจดูแลบ้าน "นายกฯ" ย้ำไม่หนีม็อบปิดกรุงฯ ระบุ ไม่กังวลข่าวปฏิวัติ เหน็บ "กกต.ไส้เลื่อน" จี้.ตอบเหตุผล หาช่อง กม.เลื่อนเลือกตั้ง
วันที่ 12 ม.ค.57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ น่าน ลำพูน และลำปาง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยนำอาหารและผลไม้ น้ำดื่ม มามอบเพื่อเป็นกำลังใจ
โดยนายจารุพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลคิดว่าทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน พูดภาษาไทยกันรู้เรื่อง ฉะนั้นรัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรง เพราะรู้ดีว่าการใช้ความรุนแรงจะทำให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบและเกิดความเสียหายขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้น ใช้การพูดคุยด้วยเหตุและผลซึ่งเรารับฟังทุกฝ่าย จึงขอให้เข้าใจนโยบายของรัฐบาล ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีสติใช้และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีและตนยืนยันว่ารัฐบาลนี้เข้ามาโดยชอบธรรมจจากประชาชนเลือกเข้ามา และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอะไรจะเกิดก็ให้เกิดไป ขอย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะไม่หนีไปไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรรยากาศบริเวณบ้านพักนายกรัฐมนตรี ยังมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มงวดทุกเส้นทางผ่านเข้าออกบ้านพัก
นายจารุพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมและหารือกันอยู่ตลอดเวลา มีการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ แต่ไม่ขอเปิดเผยสถานที่ อีกทั้งยังสามารถใช้โทรศัพท์ และการสื่อสารในแบบต่างๆ ติดต่อกันได้ ยืนยันว่าจะอยู่ในกทม.ไม่ไปไหน และในวันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละส่วนไปประชุมพูดคุยกันเพื่อเตรียมพร้อมในการทำงานต่อไป
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรี จะเฝ้าติดตาม สถานการณ์และร่วมประชุมกับวอร์รูมด้วยตัวเองหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ แต่การพูดคุยสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นตัวก็ได้เพราะการสื่อสารสามารถทำหลายทาง
"มท.1" ระบุ ไม่กังวลข่าวปฏิวัติ
นายจารุพงศ์ กล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับกระแสข่าวการปฏิวัติว่า ไม่มีใครไม่กังวล และนอนหลับสบายในสถานการณ์แบบนี้บ้าง แต่ความกังวลต้องไม่ทำลายกติกาที่ต้องให้มีการเลือกตั้งบ้าง ตอนนี้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่รับผิดชอบการเลือกตั้งกลับนำเรื่องนี้มาเป็นตัวตั้ง
"มท.1" เหน็บ "กกต.ไส้เลื่อน" จี้.ตอบเหตุผล หาช่อง กม.เลื่อนเลือกตั้ง
นายจารุพงศ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ว่า เรารับฟังความเห็นของทุกฝ่ายที่อยู่บนเหตุผลและฐานกฎหมายรองรับ ตนขอถาม กกต.ใน 2 เรื่องคือ 1.หากจะให้เลื่อนวันเลืกตั้งออกไป จะใช้กฎหมายข้อใดมารองรับ และ2.เหตุผลของการเลื่อนคืออะไร ถ้าบอกว่าเลื่อนเพราะกลัวว่าจะเกิดความไม่สงบเรียบร้อยแล้ว กกต.จะแน่ใจได้อย่างไรว่าหากเลื่อนไปวันที่ 4 พ.ค.แล้ว สถานการณ์จะเรียบร้อย หรือ กกต.ไปดูดวงจากหมออีทีมาแล้วหรืออย่างไร
นายจารุพงศ์ กล่าวต่อว่า ถ้า กกต.ทั้ง 5 คน ตอบคำถามสองประเด็นนี้ได้ ครม.พร้อมที่จะรับพิจารณา ทั้งนี้หากตามรัฐธรรมนูญระบุชัดว่าเมื่อประกาศยุบสภาฯต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน ไม่เกิน 60 วัน และเป็นหน้าที่ กตต.ที่ต้องจัดการเลืกตั้งให้เรียบร้อยด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และวันที่ 2 ก.พ.ก็เป็นเวลา 56 วันแล้ว หากจะเลื่อนก็ทำได้อีก 4 วัน คือวันที่ 6 ก.พ. อีกทั้งรัฐธรรมนูญกำหนดเหตุที่จะเลื่อนไว้เพียงประเด็นเดียว ตามมาตรา 78 กรณีที่ในวันเลือกตั้งมีเหตุภัยพิบัติเกิดขึ้น เช่น เหตุสึนามิ หรือมีการก่อการจลาจล และเลื่อนเพียงเฉพาะพื้นที่ที่ประสบเหตุเท่านั้น ไม่ใช่เลื่อนทั่วประเทศเพียงเพราะว่าคาดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงหรือตีกัน หากยกนี้เรื่องเป็นประเด็นก็จะเป็นบรรทัดฐานในการจัดเลือกตั้งต่อไปได้ และในอนาคตคนจะออกมาเป็นแสนคนแล้วมาทำแบบนี้อีก ก็ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปอีกใช่หรือไม่แล้วบ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองเจตนาของ กกต.ที่ต้องการให้เลื่อนวันเลือกตั้งอย่างไร รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตนไม่อยากเป็นศัตรูกับ กกต.เพราะเขาจะมายุบพรรคพวกเราได้ แต่ กกต.ชุดนี้เข้ามาทำงานไม่กี่วันก็บอกจะเลื่อนวันเลือกตั้ง ไม่รู้ว่า กกต.เป็นไส้เลื่อนหรือไม่ ทั้งที่กฎหมายกำหนดว่า กกต.จะต้องจัดเลือกตั้งให้สำเร็จและขอความร่วมมือทุกกระทรวง ทบวง กรมได้หมด และทุกหน่วยต้องให้ความร่วมมือ รัฐบาลแนะนำให้ใช้พื้นที่ค่ายทหารและตำรวจ เป็นสถานที่ในการรับสมัครแต่กลับไม่ทำ
เมื่อถามถึง ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะหารือเพื่อเลื่อนวันเลือกตั้ง นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ถ้าจะหารือต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย และกติกากำหนดไว้
"สิ่งที่ กกต.กำลังจะทำ จะกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับกติกาเลือกตั้งวันข้างหน้า ถ้ากกต.ไม่คิดว่าจะรักษาระบอบประชาธิปไตยให้ยั่งยืน คงทน จะทำอะไรก็เชิญ กกต.ไม่ควรคิดคาดการณ์ไปว่าจะมีเรื่องก็ก็ถอยดีกว่า ทั้งที่เรื่องยังไม่เกิด"นายจารุพงศ์
"มท.1" ขอบคุณ เลขาฯยูเอ็น ห่วงประเทศไทย
รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ระบุว่าได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแสดงความห่วงใยต่อการชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ว่า ขอบคุณเลขาฯยูเอ็น จะเห็นว่าทุกฝ่ายเฝ้ามองประเทศไทยด้วยความกังวล ดังนั้นทุกฝ่ายควรรู้ว่าไม่ควรทำอะไรตามใจเพราะโลกเขาจับตามองอยู่ เราไม่ควรตะแบงเพราะจะทำให้ประเทศเสียเกียรติภูมิ
นายจารุงพศ์ กล่าวว่า เมื่อนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจคืนอำนาจโดยการยุบสภาให้ประชาชน ตั้งแต่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหว เพราะไม่ต้องการให้มีการปะทะกันและให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ และเคารพมติของประชาชนทั้งประเทศที่จะเลือกว่าต้องการให้ใครมาบริหารประเทศ ตามวิถีประชาธิปไตยซึ่งทุกประเทศเขาทำเช่นนี้ ต่างกับรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่มีคนเสียชีวิตตั้งแต่เริ่มชุมนุมเมื่อปี 2552 และ 2553 เสียชีวิตเพิ่มอีก 99 ราย แต่รัฐบาลชุดดังกล่าวยังไม่ยอมยุบสภา จนเมื่อไม่มีทางเดินต่อไปแล้วจึงยุบสภา อย่างไรก็ตามทฤษฎีสมคิดยังคงมีอยู่ ท่ามกลางประชาชนส่วนใหญ่เกือบ 95 เปอร์เซ็นต์อยากเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาธิปไตยไม่ถูกละเมิด ดังนั้นทางเดียวที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองคือยึดหลักเสียงข้างมาก ตอนนี้กลับผิดเพี้ยนให้คนกลุ่มเดียวที่มีศักยภาพสูงกุมอำนาจไว้



