
16ส.ว.ถกข้องใจกกต.วินิจฉัยเรื่องหุ้นเร็วผิดสังเกต
ปธ.วุฒิขอเวลา7วันส่งศาลรธน.ชี้ชะตา16ส.ว.เจอพิษหุ้น ระบุหากศาลรธน.ฟัน 16 ส.ว.พ้นสมาชิกสภาพ สภาสูงสูญญากาศออกกฎหมายไม่ได้ จนกว่าจะคัดเลือกตั้งเข้ามาจนครบ ปชป.ยันลูกพรรคไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนถือหุ้นสัมปทานรัฐ "ชวรัตน์"โยนลูกพรรคแก้ต่างเองติดลิสต์กกต. "เลิศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กกต.ชี้มูลความผิดส.ว.บางส่วนที่ถือหุ้นสัมปทานของรัฐ และเตรียมเชือด 60 ส.ส.ที่เข้าข่ายโดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีส.ส.เกือบ 20 คนอยู่ในข่ายด้วย ว่า กกต.ก็ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ผู้ที่ถูกร้องเรียนก็ต้องยอมรับการตัดสินก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เมื่อถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าข่ายด้วยจะส่งผลกระทบอะไรต่อรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายสุเทพก็เป็นหนึ่งในส.ส.ที่ถูกร้อง ส่วนจะส่งผลต่อการปรับครม.หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยขั้นสุดท้ายของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนจะมีใครอยู่ในข่ายความผิดบ้างนั้นตนจำไม่ได้ เพราะเยอะมากมีประมาณ 20 - 30 คน ที่เป็น ส.ส.
เมื่อถามว่าการขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.หมายถึงต้องขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติแต่เป็นข้อห้าม เป็นการกระทำที่ต้องห้าม ซึ่งเข้าใจว่าถ้าห้ามส.ส.ทำอะไรก็ต้องห้ามรัฐมนตรีทำด้วยเช่นกัน
ปธ.วุฒิขอเวลา7วันส่งศาลรธน.ชี้ชะตา16ส.ว.เจอพิษหุ้น
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติให้ส.ว. 16 คนพ้นสมาชิกภาพเนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 48 และ มาตรา 265 ( 2 ) ( 4 ) ว่า กกต.ยังไม่ส่งเรื่องมาที่ตน หาก กกต.ส่งเรื่องมาให้ ตนก็จะพิจารณาความถูกต้องประมาณ 1 สัปดาห์ หากไม่มีอะไรก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม แม้กกต.จะวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ ก็ต้องดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร จะมองว่า หุ้นที่ถืออยู่หรือผูกขาดตัดตอนหรือเปล่า และเจตนารมณ์ของกฎหมายนี้เป็นอย่างไร ที่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรที่จะเอนเอียงได้รับผลประโยชน์จากการสัมปทานหรือเปล่า
นายประสพสุข กล่าวอีกว่า ส่วนส.ว.หลายคนติดใจเรื่องนี้เพราะเคยชี้แจงต่อกกต.ไปแล้วนั้น เป็นเรื่องการชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ที่กกต.วินิจฉัยว่าข้อกฎหมายลักษณะนี้เป็นการถือหุ้นสัมปทานของรัฐ แต่อาจตีความอย่างนั้นอาจจะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์
“หากศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นเช่นเดียวกับกกต.จะกระทบต่อการทำงานของวุฒิแน่นอนเพราะตั้ง 16 ท่าน องค์ประกอบของส.ว.ไม่ถึงร้อยละ 95 และส.ว.ก็ทำงานอะไรไม่ได้ก็จะรอให้หามาจนครบ ร่วมทั้งพิจารณากฎหมายก็ไม่ได้ คล้ายกับเป็นสูญญากาศ แต่เชื่อว่ายังไม่เกิดเร็วๆนี้ต้องใช้เวลา ” นายประสพสุข กล่าว
16ส.ว.ถกข้องใจกกต.วินิจฉัยเรื่องหุ้นเร็วผิดสังเกต
ส.ว.บางส่วนจาก 16 คนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 48 และ 265 (2) กรณีที่ถือหุ้นสัมปทานของรัฐ และการถือหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน นำโดย นายวรวุฒิ โรจนพานิช นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ได้เข้าหารือกับคณะที่ปรึกษากฎหมายของวุฒิสภา อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานกรรมาการที่ปรึกษาฯ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา
นายไพบูลย์ กล่าวว่า การตีความของ กกต.ผิดสังเกต เพราะ ส.ว.จำนวน 30 คนกว่า ซึ่งต้องวินิจฉัยเป็นรายบุคคล แต่กลับเสร็จอย่างรวดเร็วในคราวเดียวกัน เกรงว่าจะไม่รอบคอบ หากวินิจฉัยสถานภาพของ ส.ส. ส.ว.อย่างนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วง ทั้งนี้จะมีการประชุมของ ส.ว.ทั้ง 16 คน เพื่อหารือในเรื่องข้อกฎหมายอีกครั้ง ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมเอกสารและหลักฐานที่จะนำไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 48 ประกอบมาตรา 265 (2) (4) มีมานานแล้ว ซึ่งการบัญญัติไว้ไม่ใช่ปัญหา แต่คนที่ตีความกฎหมายคือปัญหา ที่ผ่านมามีการเรียกร้องให้มีการพิจารณารายละเอียดของรัฐธรรมนูญก่อนที่จะตัดสิน เพราจะทำให้เกิดความยุ่งยากและขยายผลปัญหาระหว่างสถาบันนิติบัญญัติและองค์กรอิสระ
ด้าน นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เรื่องนี้แม้จะมีการวินิจฉัยจาก กกต.แล้วก็ตาม แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัย โดยพิจารณาเป็นรายๆ อยู่ที่การถือหุ้นของแต่ละคนซึ่งแตกต่างกัน ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าแนวทางใดถูกต้อง
ส่วน นายวรวุฒิ หนึ่งใน 16 ส.ว. ที่ถูกกกต.วินิจฉัย กล่าวว่า หลังจากที่นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง กกต. ตนเองได้นำหุ้นบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1 พันหุ้น ขายไปในราคาหุ้น ทั้งสิ้น 400 บาท และเมื่อมีการตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนของ ส.ว. จึงได้ทำเอกสารชี้แจงซึ่งเป็นที่เข้าใจเรียบร้อยแล้ว และรู้สึกสบายใจเพราะบริษัทดังกล่าวไม่ใช่บริษัทที่มีสัมปทาน
ตนเองขอแสดงเจตนารมณ์ว่าไม่ได้ทำการค้ากำไร หรือมีหุ้นในบริษัทสัมปทานแบบผูกขาด แต่เมื่อจะถึงขั้นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตนอยากวิงวอนให้มีการพิจารณาโดยรอบคอบในรายละเอียด ตนจึงจะยอมรับ แต่ ณ ตอนนี้ตนรับไม่ได้ ตนเองเสียใจเพราะมูลค่าหุ้นที่มีตอนนั้นแค่ 400 บาท แต่ต้องถูกขับออกจาก ส.ว. มันตลก ซึ่งเอกสารที่มีคนนำไปยื่นนั้น ไม่รู้ว่า กกต.ตรวจสอบดีแล้วหรือไม่ จึงอยากจะขอความเห็นใจด้วย ตนเองได้รับทราบข้อมูลมาว่า กกต.ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณา 2 ชุด เพื่อพิจารณาสถานะของ ส.ส. 5 คน และของส.ว.5 คน ซึ่งอนุกรรมการพิจารณาแล้วก็ยกคำร้องทั้งหมด แต่ปรากฏว่า กกต.กลับฟังเสียงข้างน้อยแค่ 2 เสียง แล้วมาวินิจฉัยสถานะของพวกเรา
ขณะที่ พล.ต.อ.โกวิทย์ ภักดีภูมิ ส.ว.อ่างทอง กล่าวว่า ขอฟังคำวินิจฉัยของ กกต.ให้ชัดเจนก่อนว่าจะมีบทสรุปอย่างไร แต่ทั้งนี้ตนเองเคยประชุมร่วมกับนักกฎหมายของวุฒิสภา และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยให้ความเห็นว่าการถือหุ้นของตนนั้นไม่มีเจตนาเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงได้ทำหนังสือชี้แจงทรัพย์สินทั้งหมดไปยัง กกต. รวมทั้งชี้แจงหุ้นสัมปทานที่ถูกกล่าวหาอยู่ด้วย ซึ่งขั้นตอนการไต่สวนของ กกต.ยังอยู่อีกไกล เนื่องจากต้องยื่นเรื่องมายังประธานวุฒิสภา และเป็นหน้าที่ศาลที่ต้องให้ความเป็นธรรม ตนเองรับราชการมา 35 ปี จะทำอะไรก็ต้องคิดถึงส่วนรวมและบ้านเมืองให้รอบคอบกว่าทุกคน ดังนั้นการจะทำอะไรให้เป็นข่าวในขณะที่บ้านเมืองวิกฤต ไม่รู้ว่าคนที่ทำคิดอะไรอยู่
ทั้งนี้ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การตี ไม่ควรตีความโดยใช้กฎหมายเพียงมาตราเดียว แต่ต้องตีความโดยพิจารณาภาพรวมทั้งหมดและดูที่เจตนาของกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งน่าจะถามคนที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ 50 จะได้ชัดเจนมากขึ้น
"เลิศรัตน์"เชื่อ16ส.ว.หลุดชั้นศาลรธน.ยาก
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า เป็น 1 ใน 20 ส.ว. ที่รอดจากคำตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีถือหุ้นในกิจการสื่อสาร และกิจการของรัฐ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 และ 265 เนื่องจากถือหุ้นกู้ ซึ่งลักษณะคล้ายกับพันธบัตร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหาร
พล.อ.เลิศรัตน์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่า อนุกรรมการฯ มองเห็นปัญหานี้ แต่ไม่ขอแตะต้องทุกเรื่องที่กระทบต่อการดำเนินคดี เพราะเกรงจะมีข้อครหา จึงนำเสนอเฉพาะประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะหน้า 6 ประเด็น เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น
“อนุกรรมการฯ เห็นว่า หากจะมีการแก้ไขในเรื่องอื่น นอกเหนือจากเรื่องที่ได้เสนอไป ก็ต้องการให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมคิดด้วย” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2550 เขียนตกคำว่า “หุ้นสามัญ” และไม่ได้ระบุจำนวนหุ้นที่ถือด้วย เป็นการเขียนรัฐธรรมนูญด้วยความรู้สึก แต่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการลงทุน ซึ่งทำให้กระทบต่อตลาดหุ้นไทยพอสมควร เนื่องจากมีคนจำนวนมาก ที่ถือหุ้นในลักษณะที่ 16 ส.ว.ถืออยู่
“ผมมองว่า เรื่องนี้กระทบต่อการลงทุนมาก และทำให้ประเทศต้องเสียเงิน เพื่อเลือกตั้งซ่อม ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท จากผลพวงของมาตรานี้” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ส.ว.ที่ถูก กกต.วินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพทุกคน พร้อมรับสภาพ และต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล หากแพ้ก็ต้องดำเนินการไปตามกติกา ซึ่ง ส.ว.ที่ถูกวินิจฉัย 8 คน เป็น ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง หากต้องเลือกตั้งซ่อม ก็ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าจังหวัดละ 50 ล้านบาท
“ผมเชื่อว่า ส.ว.ทั้ง 16 คน จะหลุดในชั้นศาลรัฐธรรมนูญค่อนข้างยาก เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมมั่นใจว่า ทุกคนยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินหนิ้สินด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพียงแต่ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ไม่ใช่การแก้เผ็ดของ กกต. หลังคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองมีแนวคิดที่จะยุบ กกต.” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
นอกจากนี้ พล.อ.เลิศรัตน์ ยังกล่าวถึง กรณีของ ส.ส. ที่ถูกร้องในเรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะกรณีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มีหุ้นบริษัท ทรู คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,000 หุ้น ว่า กกต.คงตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เชื่อว่าสุดท้าย นายสุเทพต้องหลุดจากสมาชิกภาพไปโดยปริยาย และว่า กกต. อาจวินิจฉัยเรื่องสมาชิกภาพของ ส.ส. ประมาณ 30-40 คน ซึ่งจะต้องเสียค่าเลือกตั้งซ่อมเขตละ 30 ล้านบาท แต่หากมากไปกว่านี้ ถึง 60-70 คน อาจมีปัญหาต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
ปชป.ยันลูกพรรคไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนถือหุ้นสัมปทานรัฐ
นพ.บุรณัชย์ สมุทธรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติ ส.ว.16 คนที่ถือหุ้นบริษัทที่เป็นคู่สัมปทานของรัฐ และมีกระแสข่าวว่ามีส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติด้วย ว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์จะยังไม่มีการดำเนินการใดๆจนกว่าจะมีมติจาก กกต. ว่า ส.ส.ที่มีเงื่อนไขดังกล่าวมีอยู่จำนวนเท่าใด และมีข้อเท็จจริงอย่างไร
"พรรคประชาธิปัตย์จะให้การสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระอย่างเต็มที่ และจะเปิดเผยการให้การของพรรคหากมีการยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญจริงต่อสาธารณะชน ทั้งนี้ ส.ส.ของพรรคยึดบรรทัดฐานการที่จะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางด้านการเมืองกับทางธุรกิจ เพราะถือเป็นแนวทางที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรควางไว้ "นพ.บุรณัชย์ ยืนยัน
เมื่อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ขัดคุณสมบัติผิดจริง จะให้มีการยุติการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ขั้นตอนยังไม่ผ่าน กกต.คงต้องรอความชัดเจนก่อนว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับส.ส.เป็นอย่างไรบ้าง เชื่อว่าอีกไม่นานจะมีความชัดเจน ส่วนจะมีการตั้งทีมกฎหมายขึ้นมาดูหรือไม่นั้น ต้องดูการดำเนินการของกกต.ก่อน ทางกลุ่ม ส.ส.ที่เข้าข่ายว่าจะถูกร้องได้มีการติดตามว่า หลังจากนี้สภาบนจะดำเนินการต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร ในส่วนของพรรคแค่เพียงติดตามข่าวที่ปรากฎ
เมื่อถามว่า จะมีปัญหาหรือไม่เพราะ ส.ส.มีหน้าที่นิติบัญญัติ จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ อาจมีเสียงเรียกร้องให้รับผิดชอบ นพ.บุรณัชย์ กล่าว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญคือป้องกันการถือครองหุ้นสามัญ ว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ส่งผลต่อราคาหรือมูลค่ากิจการที่ตนเองถือ พรรคยืนยันว่าตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ไม่มี ส.ส.ของพรรคใช้อำนาจสร้างประโยชน์หุ้นที่ถืออยู่ ส่วนการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทั้ง กกต.และศาล รธน.นั้น เป็นครั้งแรกที่จะวางบรรทัดฐานไว้ พรรคคงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้
"ชวรัตน์"โยนลูกพรรคแก้ต่างเองติดลิสต์กกต.
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ รมว.มหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่ กกต. วินิจฉัย ส.ส.- ส.ว. พ้นสภาพ ซึ่งมี รมต.ของพรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ด้วยว่า ถ้าผิดระเบียบต้องไปแก้ต่างกันเอง ต้องไปดูว่าผิดกฎหมายข้อไหน เพราะมีบทลงโทษอยู่แล้ว ถึงแม้ส.ส.จะพ้นสภาพ แต่ไม่พ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรี ถึงแม้ทำให้ส.ส.พ้นจากเก้าอี้หลายตำแหน่ง ก็ไม่สามารถช่วยได้เพราะเป็นความผิดทางกฎหมาย
เมื่อถามว่า มีส.ส.ในพรรคภูมิใจไทยบางคนเข้าข่ายผิดกฎหมายถือหุ้นดังกล่าวด้วย จะมีการหารือในพรรคหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนยังไม่รู้ว่าใครมีหุ้นที่ไหนบ้าง ตนไม่อยากไปปรักปรำ หรือใส่ความ แต่ต้องให้เจ้าตัวไปแก้ต่างกับกกต.เอง เมื่อถามว่าการที่นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นผู้ยื่นร้องเรียนจะทำให้เกิดความบาดหมางกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนก็ไม่รู้ว่านายศุภชัยทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
"ชวรัตน์ "นำทีมช่วยหาเสียงเลือกซ่อม ส.ส.สกล
เหลือเวลาอีกเพียง 2 วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้งซ่อม สส.สกลนคร เขต 3 แทนนายพงษ์ศักดิ์ บุญศล อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง โดยในเขตนี้มีผู้สมัครเพียง 2 ราย คือเบอร์ 1 นายพิทักษ์ จันทศรี จากพรรคภูมิใจไทย และเบอร์ 2 นางอนุรักษ์ บุญศล จากพรรคเพื่อไทย โดยที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้งัดกลยุทธ์ในการหาเสียงแตกต่างกันไป
โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมรัฐมนตรีและ สส.ของพรรค ไปจัดสัมมนาที่จังหวัดสกลนคร และทำการดำนาโชว์จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาแล้ว และในครั้งนั้น นายเนวิน ชิดชอบ เดินทางไปรับหน้าที่กำกับอย่างใกล้ชิด ส่วนพรรคเพื่อไทยก็มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย นำขุนพลของพรรค ทั้งอดีตรัฐมนตรี และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ลงพื้นที่ตระเวนปราศรัย ใน 5 อำเภออย่างคึกคัก โดยต่างฝ่ายต่างก็เร่งทำคะแนนและแย่งชิงมวลชนกันอย่างหนัก
ล่าสุดวันที่ 19 มิถุนายน 2552 ซึ่งเหลืออีก 2 วันจะถึงวันเลือกตั้ง นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำขุนพลของพรรค เช่น นายบุญจง วงษ์ไตรรัตน์ มท.2 นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค และ สส.พรรคภูมิใจไทยอีกกว่า 10 คน เดินทางไปหาเสียงช่วย นายพิทักษ์ จันทศรี โดยในช่วงเช้า ได้เปิดปราศรัยและพบปะกับประชาชน ในเขตเทศบาลตำบลส่องดาว อำเภอส่องดาว มีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยประมาณ 2-300 คน
โดยได้นำเสนอนโยบายของพรรคตามสโลแกน ประชานิยม สังคมเป็นสุข พร้อมประกาศนโยบาย 1 อบต. 1 ธนาคารข้าว 1 โรงสีเป็นนโยบายสำคัญหวังครองใจคนอีสาน โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย มีความต้องการที่จะเห็นประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และจะพยายามช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร ราคายางพาราและราคาข้าว เป็นต้น
นายบุญจง กล่าวว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มุ่งหวังที่จะแก้ปัญหาในด้านต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยทำงานแบบจับต้องได้และเป็นรูปธรรม เช่น เรื่องเบี้ยผู้สูงอายุ เงินค่าตอบแทน อสม. ตลอดจนการใช้บัตรประชาชนในการรักษาพยาบาล ซึ่งในช่วงนี้โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังแพร่ระบาด จึงมีความเป็นห่วง ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สามารถให้ สส.ของพรรคของบประมาณในการพัฒนาได้ ดังนั้น จึงขอโอกาสจากประชาชน เลือก สส.ของพรรคภูมิใจไทย ให้ได้มี สส.เพิ่มขึ้นอีก 1 เสียง และเป็นคนแรกของพรรคภูมิใจไทย ที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อจะได้มีพลังในการทำงานต่อไป
จากนั้น นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล และคณะพร้อมด้วยประชาชน ร่วมกันเดินไปตามถนนสายกลางในเขตเทศบาลตำบลส่องดาว เพื่อขอคะแนนให้กับนายพิทักษ์ จันทศรี
ส่วนที่วัดป่าโนนสะอาด ในเขตเทศบาลตำบลส่องดาวเช่นกัน พรรคเพื่อไทย นำทีมโดย นายหาญ หิมะทองคำ ได้เปิดปราศรัยเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีคนเสื้อแดงร่วมฟังการปราศรัยกว่า 100 คน จากนั้นได้เดินขอคะแนนไปตามถนน เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย โดยทั้งสองพรรคเกือบสวนทางกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกันพรรคเพื่อไทย ให้เข้าไปรวมกันในวัด เกรงว่าจะเกิดการโต้คารมหรือปะทะกัน แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรง
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม พร้อมด้วย นายพายัพ ชินวัตร นางเยาวเรศ ชินวัตร และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ออกเดินตลาดที่อำเภอบ้านม่วง และอำเภอคำตากล้า โดยมีจุดหมายเดินตลาดที่อำเภอสว่างแดนดิน ในเวลาบ่าย 4 โมง และปราศรัยใหญ่อีกครั้ง โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวสั้นๆว่า ลงพื้นที่วันนี้มีความมั่นใจเกินร้อย ว่าจะได้ ส.ส.อย่างแน่นอนหลังลงมาพบประชาชนอีกครั้ง ชี้หาก ภท.ไม่เล่นตุกติกในการเลือกตั้ง วันที่ 21 มิย.นี้
เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ที่มีกำหนดให้ นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล นำคณะขอคะแนนในตลาดสดเทศบาลตำบลสว่างแดนดิน
ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้นำนายพิทักษ์ จันทศรี ผู้สมัครของพรรค ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า กรีที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมสภาเพื่อพิจารณางบประมาณ เมื่อวานนี้ ( 18 มิย.52 ) และนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายพาดพิงถึงการเลือกตั้ง และกล่าวให้ร้ายว่า ตนถูกผู้มีอำนาจ ทำร้ายร่างกายจนหน้าฉีกเย็บ 7-8 เข็ม เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่สามารถทำคะแนนในการเลือกตั้งล่วงหน้าได้ถึง 5 หมื่นคะแนนนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นเรื่องจริง นายจตุพรพูดโกหกทำให้ตนเกิดความเสียหาย รวมถึงพรรคเสียหายด้วย นอกจากนี้ยังกล่าวปราศรัยที่อำเภอคำตากล้าด้วยว่า ตนเป็นคนทรยศต่อทักษิณ และประชาชนนั้น เรื่องนี้ขอชี้แจงว่าไม่ได้ทรยศใคร และไม่ได้ถูกทำร้ายดังที่ถูกกล่าวหา ซึ่งได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สว่างแดนดิน ไว้แล้ว
"จรัญ"หนุนป.ป.ท.สอบกบข.แนะกระตุ้นสำนึกเลิกโกง
ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษเรื่อง ทุจริตคอร์รัปชั่นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ว่า บทบาทที่สร้างผลงานให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คือการเข้าไปดูแลปัญหาในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่กระทบกระเทือนความเชื่อมั่นของข้าราชการทั้งประเทศ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคม จึงควรนำไปเป็นแนวปฏิบัติในเรื่องอื่นๆ แม้ป.ป.ท.จะมีอำนาจตรวจสอบเพียงแค่ข้าราชการระดับ 7 ลงมา แต่การทุจริตทุกเรื่องย่อมต้องมีข้าราชการตั้งแต่ระดับ 1 - 7 ไปเกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบของป.ป.ท.ทำให้สังคมตื่นตัว ผู้บริหารในหน่วยงานต่างๆเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น 0
นายจรัญ กล่าวด้วยว่า วิกฤต 6 ด้านที่ส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทย ได้แก่ 1. การทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงทั้งการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น เมื่ออำนาจสูงสุดได้มาด้วยการซื้อ จึงต้องมีการสะสมกระสุนดินดำสำหรับซื้อเสียงครั้งต่อไป โดยการทุจริตเลือกตั้งถือเป็นรากเหง้าของการทุจริตทุกด้านในสังคมไทย 2. การประมูลซื้อขายตำแหน่งหน้าที่ราชการในระบบงานของรัฐ การเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงกว่าใหญ่กว่าก็ต้องจ่ายแพงกว่า 3. การสมยอมคบคิดกันในการประกวดราคาก่อสร้างและจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ของหน่วยงานของรัฐ เป็นที่มาของเงินเถื่อนเงินสกปรกที่ใหญ่ที่สุด เราจึงไม่ไว้ใจเมกกะโปรเจ็คส์หมื่นล้าน เพราะเศษเงินของโครงการ 3 - 5% เป็นการรั่วไหลอย่างมหาศาลของงบประมาณชาติ 4. การยักยอกเงินราชการลับ และเงินนอกงบประมาณ 5. การหลบเลี่ยงการเสียภาษีอากร 6.เจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจใช้อำนาจไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ลุแก่อำนาจ มะเร็งร้ายเหล่านี้ถูกมองเป็นเรื่องธรรมดาในสายตาของคนไทย จำเป็นต้องปลูกฝังให้ผู้คนในทุกองค์กร มีอุดมการณ์ต่อสู้กับการทุจริต
นายจรัญ กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้บริหารทุกหน่วยงานพึงระวัง 4 ประการ 1. อย่าหลงผิดว่า ใครๆก็เป็นผู้บริหารได้ จึงเลือกตั้งคนที่เราพอใจมาเป็นผู้รับผิดชอบองค์กร เพราะคนที่ขาดอุดมการณ์จะทำลายองค์กร การคัดคนขึ้นสู่สำตำแหน่งบริหารต้องพิถีพิถัน 2. อย่าหลงผิดว่าคนโกงที่ทำกำไรทำผลประโยชน์ให้ มีคุณค่ากว่าคนที่ทำผลประโยชน์ได้น้อย ซึ่งความคิดนี้แพร่หลายในสังคมไทยทั้งภาครัฐและเอกชน ขอให้ตะหนักว่าคนโกงเมื่อมีโอกาสเขาพร้อมจะโกงทุกคน 3. อย่ามุ่งหมายทำกำไรสูงสุด หรือผลงานโดดเด่นจนลืมคนรอบข้าง สังคมและประเทศชาติ และ 4. อย่าคิดว่าทุจริตคอรัปชั่นเป็นเพียงสินน้ำใจ
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวว่า นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตกบข. ได้ทำหนังสือตอบกลับมายังป.ป.ท.ว่า ไม่สามารถส่งมอบเอกสารข้อมูลที่ป.ป.ท.ร้องขอได้ เนื่องจากได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการกบข.แล้ว โดยแจ้งว่าเอกสารทั้งหมดอยู่ที่กบข.อย่างไรก็ตาม นายวิสิฐไม่ได้แจ้งว่าจะชี้แจงข้อมูลต่อป.ป.ท.เมื่อใด ทั้งที่ก่อนหน้านี้นายวิสิฐเป็นฝ่ายทำหนังสือแจ้งความจำนงจะขอเข้าชี้แจงความบริสุทธิ์ของตัวเอง ส่วนกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังตีความอำนาจหน้าที่ของป.ป.ท.นั้น จะไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อการทำงานตรวจสอบกบข. เนื่องจากเป็นการทำหน้าที่ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ป.ป.ท. ดังนั้นตนจะเร่งสรุปรายงานการตรวจสอบทั้งหมดเสนอต่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีมติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของป.ป.ท.ในการตรวจสอบกบข.ในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่า อาจมีการชี้ว่าป.ป.ท.ไม่มีอำนาจตรวจสอบ เนื่องจากไม่มีคณะกรรมการป.ป.ท. ดังนั้นนายวิสิฐจึงมีท่าทีเปลี่ยนไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการกบข. พบว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และอธิบดีกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความประเด็นอำนาจหน้าที่ของป.ป.ท. ก็ร่วมเป็นบอร์ดกบข.เช่นกัน



