
ภาษาฟีเวอร์...เห่อรับเออีซี
ภาษาฟีเวอร์...เห่อรับเออีซี : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน
นับถอยหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 สร้างกระแสความตื่นตัวการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศอย่างคึกคัก โดยเฉพาะหัวเมืองเศรษฐกิจหลักอย่าง "สงขลา" เมืองหน้าด่านที่มีชายขอบติดกับมาเลเซีย
ไม่แปลกเลยที่เวลานี้กระแสการเรียนรู้ทักษะด้านภาษาต่างประเทศ จะได้รับความนิยมจากหน่วยงานและองค์กรทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับโรงเรียน สถาบันอุดมศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนต่างพาเหรดเข้าคอร์สอบรมภาษาและจัดทริปศึกษาดูงาน หวังฝึกภาษาเพิ่มขีดความสามารถกันอย่างถ้วนหน้า
"มาเลเซีย" จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในการฝึกประสบการณ์ที่สามารถฝึกได้ทั้งภาษา "อังกฤษ" และ "บาฮาซา" ซึ่งเป็นภาษาหลักของมาเลเซียที่สร้างกระแสมาแรงแซงทางโค้ง จนสถาบันสอนภาษาหลายแห่งรับอานิสงส์แห่ผุดสาขารองรับความต้องการทุกหัวระแหง สอดรับข้อมูลที่ระบุว่ามีประชากรไทยไปใช้แรงงานในประเทศมาเลเซียไม่ต่ำกว่า 150,000 คน/ปี และนำรายได้กลับประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท
ผู้บริหารสถาบันสอนภาษารายหนึ่งที่ อ.หาดใหญ่ บอกว่า กระแสเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ภาษามากขึ้นและที่สำคัญภาคใต้ยังเกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่มีผู้สนใจเรียนภาษาบาฮาซา ซึ่งเป็นภาษาที่กลุ่มประเทศมุสลิม เช่น มาเลเซีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไนใช้ติดต่อสื่อสารมากขึ้น ทำให้ต้องเปิดคอร์สเพิ่มจากเดิมที่เน้นภาษาอังกฤษ เกาหลี จีน และ ญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากทั้งกลุ่มเยาวชนและวัยทำงาน
"ภาคใต้มีเขตติดต่อกับมาเลเซียทำให้ภาษาบาฮาซาเป็นภาษาที่สองในการสื่อสารจึงมีผู้สนใจเรียนมากเป็นพิเศษ โดยกลุ่มเยาวชนจะเข้ามาเรียนตามคอร์สกำหนด ส่วนกลุ่มวัยทำงานส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มองค์กรที่จัดคอร์สพิเศษ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไปสอนตามสถานที่กำหนด"
ขณะที่โรงเรียนรัฐหลายแห่งก็ปรับกระบวนทัพเช่นกัน "โรงเรียนบ้านน้ำกระจาย" ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ถูกพูดถึงในเวลานี้ หลังจากที่ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับมูลนิธิร่มฉัตร ให้ดำเนินโครงการขยายผลชุมชนต้นแบบศึกษาอาเซียน จากวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยทางโรงเรียนได้จัดตั้งศูนย์ศึกษาอาเซียนต้นแบบ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้าสำหรับเยาวชน และผู้สนใจทั่วไปในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะภาษา "มลายู" หรือ "บาฮาซา"
ประทีป เพ็ชรจำรัส ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำกระจาย บอกว่า "ได้เปิดหลักสูตรภาษามลายูเพื่อการสื่อสารให้แก่เยาวชน และหลักสูตรมลายูสำหรับผู้ประกอบการมีเจ้าของกิจการตัวแทนบริษัทห้างร้านต่างๆ มาเรียนอย่างคึกคัก โดยหลักสูตรดังกล่าวจะมีครูผู้เชี่ยวชาญด้านภาษามาสอนเทคนิคการเรียนรู้แบบง่ายๆ เช่น สามารถสื่อสารในชีวิตประจำวัน สามารถออกเสียงที่ถูกต้อง เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เรียนได้ฝึกพูดจริงก่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58"
เช่นเดียวกับ กุล สุนทรวิจิตร นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การพูดภาษาต่างประเทศได้เป็นความได้เปรียบของธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีพรมแดนติดประเทศมาเลเซียที่ประชากรร้อยละ 90 เป็นมุสลิม ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงไม่ใช่ภาษาหลักที่สื่อสารกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ มัคคุเทศก์หรือไกด์ส่วนใหญ่จึงต้องพูดได้อย่างน้อย 3 ภาษา เช่น อังกฤษ จีน และบาฮาซา หรือยาวี ซึ่งเป็นภาษาถิ่นของมลายูในพื้นที่
"ภาษามีความสำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ล่าสุดสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยว จ.สงขลา ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 12 สงขลา จัดฝึกอบรมภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาจีนและบาฮาซา โดยมีไกด์และผู้ประกอบการเข้าร่วมอบรมเพิ่มความรู้"
ขณะที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นิพนธ์ บุญญามณี มองว่า เมื่อเปิดประตูอาเซียนมีการคาดการณ์ว่าจะมีกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น อินโดนีเซียเข้ามามากขึ้นซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันสูงด้วยเช่นกัน ดังนั้น ภาษาบาฮาซาจึงสำคัญมาก ล่าสุดจึงต้องเพิ่มทักษะด้านภาษาบาฮาซาควบคู่ภาษาอังกฤษให้แก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ทุกรูปแบบ ทั้งการฝึกอบรมระยะสั้นขั้นพื้นฐาน การเปิดคอร์สอบรมอย่างเป็นทางการ พร้อมกับมีการศึกษาดูงานและอบรมต่างประเทศ
รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า กระแสการเรียนรู้ภาษาที่สองเป็นเรื่องที่สำคัญในยุคปัจจุบัน ล่าสุดมหาวิทยาลัยได้จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาต่างประเทศในหลายรายวิชา มีการจัดทำหลักสูตรหลายรูปแบบที่มีความเป็นนานาชาติทั้งแบบ 2+2 และ double degree และมีเนื้อหาหลักสูตรเป็นความต้องการของผู้ศึกษา มีการจัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา (student mobility) กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะมาเลเซีย อินโดนีเซียและจีนมากขึ้น
"นักศึกษาของวิทยาเขตปัตตานีส่วนใหญ่มีทักษะภาษามลายูซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในประเทศแถบอาเซียนจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบที่สังคมภายนอกเริ่มให้ความสนใจส่งบุตรหลานเรียนเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลักสูตรที่กำหนดจะมีกิจกรรมเสริมองค์ความรู้ที่ครบทุกมิติ เช่น นำนักศึกษาไปเข้าค่ายร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาต่างประเทศ การส่งนักศึกษาไปอบรม ดูงาน และฝึกงาน ณ ต่างประเทศ ทำให้นักศึกษามีความมั่นใจในการสื่อสารและการใช้ภาษาทั้งอังกฤษและบาฮาซามากขึ้น"
ด้วยกระแสภาษาอาเซียนฟีเวอร์ดังกล่าวจึงถือได้ว่าเข้ามาสร้างปรากฏการณ์และช่วยกระตุ้นศักยภาพของการเรียนรู้ให้แก่องค์กรในระดับภูมิภาคหลายๆ แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ที่แม้จะอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมากระแสความรุนแรงอาจกลบความโดดเด่นด้านภาษา
ทว่าปัจจุบันสังคมเริ่มมองเห็นจุดต่างที่สร้างจุดแข็งของภาษาทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นกลายเป็นความได้เปรียบที่มาพร้อมกับภาษาอาเซียน...!!!
--------------------
(หมายเหตุ : ภาษาฟีเวอร์...เห่อรับเออีซี : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน)



