
'สุเทพ'ไม่เอาทหาร...ต้องปฏิวัติโดยประชาชน
'สุเทพ' ไม่เอาทหาร...ต้องปฏิวัติโดยประชาชน : สัมภาษณ์พิเศษ โดย...เสถียร วิริยะพรรณพงศา / สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น
"สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เปิดใจ "เครือเนชั่น" ถึงการต่อสู้ของ กปปส.ที่วันนี้ถือว่าการต่อสู้ของประชาชนสำเร็จแล้ว เพราะประชาชนตื่นตัวแล้ว พร้อมย้ำว่า จะต่อสู้อย่างสันติ อหิงสา ต้องรักษาชีวิตประชาชนเป็นสำคัญ หากมีสถานการณ์ที่อาจจะบานปลายเป็นสงครามกลางเมือง เขาจะยอมแพ้ และบอกให้ประชาชนกลับบ้านทันที
คิดหรือไม่ว่าการต่อสู้จะยาวขนาดนี้
ทั้งคิดและไม่ได้คิด คือ ผมเห็นเหตุการณ์มา 2-3 ปีแล้วว่า ถ้าประเทศไทยยังอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณจะวิบัติ หายนะแน่นอน จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกเตรียมสู้กับระบอบทักษิณ ด้วยการทำทีวีดาวเทียม (บลูสกาย แชนแนล) และเปิดเวทีผ่าความจริงไปทั่วประเทศทุกวันเสาร์ เพื่อจะบอกเล่าความจริงปูพื้นฐานให้ประชาชนทราบ รวมไปถึงการทุจริตซื้อเสียงที่เป็นต้นเหตุของอันตรายทั้งปวง
ตอนนั้นก็คิดว่าสถานการณ์ที่ประชาชนทนไม่ไหวคงจะอยู่ประมาณกลางปี 2557 โดยเฉพาะเรื่องทุจริตโครงการจำนำข้าว ประชาชนตื่นตัว พ่อค้านักธุรกิจก็ทนไม่ไหว แต่ปรากฏว่าเรื่องข้าวยังไม่ทันระเบิด ก็มีเรื่องการใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติโดยไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพหลักนิติธรรม คือรัฐบาลเหิมเกริมมาก เชื่อมั่นในอิทธิฤทธิ์อิทธิพลของตัวเองที่ครอบงำไว้แล้วทุกวงการ คิดว่าทำอะไรก็ได้ จึงมีขบวนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อล้างผิดให้แก่ทักษิณ
เคยมีความสัมพันธ์กับคุณทักษิณระดับไหน
ตอนคุณทักษิณตั้งพรรคใหม่ๆ ก็พยายามชวนผมไปอยู่ด้วย ตอนเป็นนายกฯ ก็พยายามแวะเวียนมาชวนผม ซึ่งตอนนั้นผมก็บอกว่า เรามีอุดมการณ์คนละอย่าง ผมรู้จักทักษิณพอสมควร และรู้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่รวยเพราะการผูกขาด และเขาเชื่อในการผูกขาด พอมาทำการเมืองเขาก็อยากทำการเมืองแบบผูกขาด เขาเคยยกตัวอย่างให้ผมฟังว่า อยากเห็นประเทศไทยอย่างน้อยก็เป็นแบบสิงคโปร์ คือ มีฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากเด็ดขาด มีฝ่ายค้านเหลือเป็นไม้ประดับสัก 2-3 คน และสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือ ทฤษฎีในการพัฒนาที่ให้คนเป็นหนี้มากๆ อ้างว่าถ้าคนเป็นหนี้มากจะมีแรงผลักดันให้ทำงานหนักช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งมองว่าอย่างนี้ไม่มีคุณธรรม
ก่อนเคลื่อนไหวมีการต่อสายคุยกับคุณทักษิณ
มีครับ ตอนพวกเราเริ่มเคลื่อนไหว คุณทักษิณก็ใช้วิธีการเดิม คือ การเจรจา ซึ่งเรื่องคุณทักษิณเจรจากับผม ผมเข็ดไปนานแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 ตอนที่คุณทักษิณยุบสภากรณีที่ไปขายหุ้นให้เทมาเส็กแล้วไม่จ่ายภาษี พอฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายและประชาชนออกมาต่อต้าน คุณทักษิณก็ยุบสภา และเอาเปรียบคนอื่นด้วยการให้มีเลือกตั้งภายใน 28 วัน ปรากฏว่าฝ่ายค้านก็ประกาศไม่ลงเลือกตั้ง ตอนแรกคุณทักษิณก็ดีใจ แต่ตอนหลังรู้ว่ามีปัญหา จึงขอนัดเจรจากับผม ผมก็บอกว่าได้ แต่ขอคุยสองคน คุณทักษิณก็นัดให้ไปที่บ้านพิษณุโลก ผมก็อธิบายให้ฟังว่า การเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรหากฝ่ายค้านไม่ลง เขาก็ตกใจ และขอให้ผมช่วยคิด ผมบอกว่ามีอย่างเดียวทักษิณต้องยอมปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ ต้องให้สัตยาบันร่วมกับฝ่ายค้าน คุณทักษิณก็เชื่อ ให้ผมไปทำหนังสือมาฉบับหนึ่ง ผมก็ทำหนังสือให้ผู้แทนไปยื่นตอนค่ำ แต่พอรุ่งขึ้นคุณทักษิณก็เบี้ยว หลังจากกลับไปคุยกับคนรอบข้าง ไม่มีการนัดหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านไปคุย แต่ไปเรียกพรรคเล็กๆ มาคุยและออกแถลงการณ์ร่วมกันเดินหน้าการเลือกตั้ง
หลังจากนั้นพอเจอทางตันก็มาขอผมอีกให้ช่วย ครั้งสุดท้ายคุณทักษิณได้ทำสิ่งที่ผมไม่สามารถจะรับได้อีกต่อไป คือ นัดกันว่าจะเข้าพบบุคคลระดับสูง แต่พอถึงเวลาไม่ไป จะให้ฝ่ายอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นฝ่ายค้านไปฝ่ายเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดสำหรับผม ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่ได้คุยกันตัวต่อตัว แต่พอมีเหตุทีคุณทักษิณก็จะให้คนโน้นคนนี้มาเจรจา ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ผมสังเกตเห็นว่า คุณทักษิณก็ดำเนินการผ่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาถามผมว่าอย่างนั้นได้ไหม อย่างนี้ได้ไหม แต่ท่านไม่ได้บอกว่ามาในฐานะตัวแทนคุณทักษิณ แต่ก่อนหน้าที่ผมจะประกาศออกมาต่อสู้นอกสภา มีการพยายามมาเจรจา
การเปลี่ยนแปลงไม่เคยจบด้วยพลังมวลชนต้องมีทหารเป็นไม้สุดท้าย
คนก็คิดกันในเรื่องที่ไม่เคยเกิด และคิดว่าเกิดไม่ได้ สำหรับผมคิดว่า การทำครั้งนี้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยพลังของมวลชน แต่มวลชนต้องมีจำนวนมากพอ ตอนแรกเราบอกจะให้มี 3 แสน คนก็หัวเราะ พอล้านๆ คน ก็หัวเราะ คิดว่าเป็นครั้งสุดท้าย
การเปลี่ยนแปลงต้องมีกองทัพมีอาวุธหรือไม่
ไม่ ผมไม่เชื่อเรื่องความรุนแรง ผมเห็นแล้วว่า คนของระบอบทักษิณพยายามจะใช้ความรุนแรง เมื่อปี 2552-2553 เขาประกาศจะยึดอำนาจรัฐด้วยอาวุธ จะสร้างสงครามกลางเมือง แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะประชาชนไม่เอา ประชาชนไม่ต้องการความรุนแรง ไม่ต้องการให้ใครเสียชีวิต เสียเลือดเนื้อ และผมคิดว่า เมื่อพวกเราได้ประกาศแนวทางต่อสู้อย่างสันติ ปราศจากอาวุธ ด้วยอหิงสา ตรงนี้เป็นเสน่ห์ของการต่อสู้ ทำให้ประชาชนสบายใจที่เข้าร่วมต่อสู้ เพราะไม่ต้องการมาเข่นฆ่าใคร มาทำลายใคร มวลชนจึงได้มากขึ้น
การชัตดาวน์กรุงเทพฯอาจดึงทหารให้เข้ามา
เราต้องคิดให้พ้นทหาร เอะอะก็คิดถึงทหารอยู่เรื่อย ที่ผมคิดเรื่องชัตดาวน์ หรือปิดกรุงเทพฯ เพราะเป็นการทำอารยะขัดขืนขั้นสำคัญ คือ ทำให้เมืองหลวงไม่สามารถบริหารราชการได้ กระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายถูกปิด ข้าราชการมาทำงานไม่ได้ รัฐบาลก็จะกลายเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลว เป็น failed government ไม่ใช่ failed state คือ ประเทศไทย รัฐไทยยังดีอยู่ แต่รัฐบาลล้มเหลว ไม่สามารถสั่งราชการได้ ระบบราชการก็ไม่เป็นประโยชน์กับระบอบทักษิณ อย่างนี้จะนำไปสู่การตัดสินใจของข้าราชการ ถ้ามวลมหาประชาชนออกมาหมด ข้าราชการไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ตำรวจ ทหาร ก็ต้องตัดสินใจ ผมมองทหารในแง่เป็นข้าราชการ เพียงแต่เป็นข้าราชการจำนวนมาก และมีการจัดระเบียบ ที่จริงที่สำคัญคือพลเรือนด้วยซ้ำไป พอกระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าจะเข้าร่วมต่อสู้ ผมจึงบอกว่าชัยชนะก็ใกล้เข้ามา
หลายคนวาดภาพไกลไปถึงสงครามกลางเมือง
ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ผมคิดว่าถ้าเป็นสงครามกลางเมือง ผมยอมแพ้ดีกว่า ชีวิตประชาชนมีค่า ผมไม่อยากเห็นคนไทยตาย ผมไม่อยากฆ่าตำรวจไทยสักนิด ผมยังยึดหลักการต่อสู้ด้วยสันติ และถ้าใครสร้างสถานการณ์จนอาจจะเกิดสงครามกลางเมือง ผมก็ชวนประชาชนกลับบ้าน การรักษาชีวิตประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ประชาชนต้องไม่บาดเจ็บล้มตาย ถ้าวันนี้แพ้ สิ่งเหล่านี้ก็อยู่ในใจอยู่ในสมองประชาชนแล้ว วันนี้ถือว่าสำเร็จแล้ว ประชาชนตื่นตัวแล้ว ถ้าแพ้ ผมเชื่อว่าก็จะมีการสรุปบทเรียนว่าผมทำพลาดตรงไหน วันนี้ทำใจได้แล้ว ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ และไม่มีการกำหนดระยะเวลา
ถ้าทหารออกมาปฏิวัติ จุดยืน กปปส.คืออะไร
ผมได้ประกาศชัดเจนว่า เราไม่ต้องการให้ทหารออกมาปฏิวัติ เราต้องการปฏิวัติโดยประชาชน ผมจึงได้พูดว่าให้พี่น้องเสื้อแดงมารวมกัน ถ้าคิดอยากเห็นประเทศชาติเจริญ อยากเห็นประชาธิปไตยโดยแท้จริง ผมต้องการอย่างนี้มากกว่า ทหารปฏิวัติก็เหนื่อยสำหรับสังคมเดี๋ยวนี้ นานาประเทศ สังคมข้างนอก ก็คงรับไม่ค่อยได้ ทหารก็จะทำงานลำบาก แต่ถ้าข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ พลเรือน มาร่วมกับประชาชน จะเป็นการปฏิวัติโดยประชาชน นานาประเทศก็ไม่มีสิทธิเข้ามาวุ่นวายก้าวก่าย นี่คือภาพที่ผมอยากเห็น
อยู่ที่ว่าทหารจะแซงออกมาแถวหน้าไหม
ผมก็ไม่อยากให้เกิดนะ ผมอยากเห็นความสำเร็จของประชาชน ผมเห็น พอกระทรวงสาธารณสุขประกาศ ประชาชนมีความสุขมาก ถ้าออกมาหมดทุกกระทรวงก็จบ
มองภาพการเลือกตั้ง 2 ก.พ.อย่างไร
ผมคิดว่าไม่มีโอกาสสำเร็จไปได้ หนึ่งคือ สถานการณ์ในขณะนี้ไม่น่าจะอยู่ถึง 2 ก.พ. สองถ้ายืดเยื้อถึง 2 ก.พ. กรุงเทพฯ กับภาคใต้คงไม่มีผู้แทน เลือกตั้งไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะประชุมสภาไม่ได้ ตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่ผมรู้ว่าฝ่ายคุณทักษิณก็พยายามดิ้นไปเรื่อย ดันทุรังไปเรื่อย
---------------------------
'สุเทพ'ไม่เอาทหาร...ต้องปฏิวัติโดยประชาชน : สัมภาษณ์พิเศษ โดยเครือเนชั่น



