
'ชวนนท์'แฉ'ปู'โกหก'เลขาฯยูเอ็น'
'ชวนนท์' เผย 'บันคีมุน' ยกหูคุย 'มาร์ค' ห่วงสถานการณ์ในไทย แฉ 'ยิ่งลักษณ์' โกหก 'เลขาฯยูเอ็น' ใส่ร้ายองค์กรอิสระ
11 ม.ค.57 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา นายบันคี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติได้โทรศัพท์ส่วนตัวมาถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพราะเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองของไทย ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ชี้แจงไปว่า ปัญหาเกิดจากการที่รัฐบาลพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรม และการชุมนุมของประชาชนก็อยู่ในกรอบของกฎหมายโดยยึดหลักสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ พร้อมทั้งฝากให้นายบันคี มุน ช่วยสื่อสารถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อนเพื่อช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ
อย่างไรก็ตาม ทราบว่า วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ทราบว่านายบันคี มุน เลขาฯยูเอ็นได้โทรศัพท์มาคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ และตนได้รับเอกสารการโกหกคำโตของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่สื่อสารโดยบิดเบือนการให้ข้อมูลผิดไปจากข้อเท็จจริง โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ชี้แจงกับเลขาฯยูเอ็น ว่า ปัญหาเกิดจากองค์กรอิสระที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง และส่งผลกระทบต่อรัฐบาลจนทำให้สถานการณ์ขัดแย้งรุนแรงยิ่งขึ้น คงหมายถึงศาลรัฐธรรมนูญ ถามว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้อะไรคิด ที่ใส่ร้ายองค์กรอิสระในประเทศตนเอง ทั้งที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลทำผิดกฎหมาย ซึ่งศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริง ที่เอาศาลรัฐธรรมนูญไทยไปโพนทะนากับทางยูเอ็น
นายชวนนท์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังอ้างกับนายบันคี มุน ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายแก้วสรร อติโพธิ์ก็เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการในการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนจะเห็นด้วยกับการออกกฎหมายฉบับนี้ ซ้ำยังใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่ร่วมพิจารณากฎหมายดังกล่าว โดยไม่พูดความจริงว่ารัฐบาลลักหลับออกกฎหมายสำคัญล้างผิดให้พี่ชายตัวเองตอนตีสี่กว่าๆ ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำกัน และยังโกหกว่ากฎหมายนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นความปรองดองที่จ่ายเงินเยียวยาให้เหยื่อรายละ 7.75 ล้านบาท ทั้งที่รัฐบาลออกประกาศจ่ายเงินให้ไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังยืนยันกับนายบันคี มูนว่า กฎหมายนิรโทษกรรมไม่เอื้อประโยชน์ต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและแกนนำคนเสื้อแดง รวมทั้งไม่คืนทรัพย์สินให้พ.ต.ท.ทักษิณ แต่มุ่งล้างผิดให้คนทุกกลุ่มทุกสี ซึ่งเรื่องนี้ขัดแย้งต่อความจริงเช่นกัน
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กล้าถึงขนาดโกหกว่าได้เชิญนายอภิสิทธิ์ เข้าร่วมสภาปฏิรูปหลายครั้งแต่ได้รับการปฏิเสธ ทั้งที่ความจริง มาเชิญแค่ครั้งเดียวคือสภาปฏิรูปชุดที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนามาเชิญ โดยนายอภิสิทธิ์ได้เสนอให้ยุติการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วจะเข้าร่วม แต่รัฐบาลนี้ก็เลือกที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมแทน ถือเป็นการเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นอย่างหน้าไม่อาย
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกกับเลขาฯยูเอ็นว่า ในกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.มี 3 พวก คือ พวกกปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขากปปส. กลุ่มพันธมิตรเก่าของนายสนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) ที่ส่วนใหญ่มาจากภาคใต้โดยมีอาวุธ ระเบิดและสารเสพติด ทั้งที่การชุมนุมของกปปส. 2 เดือนที่ผ่านมาไม่มีความรุนแรงใดๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นช่วง 2-3 วันนี้เพราะมีการตั้งกลุ่มคนแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มมวลชนก่อเหตุปะทะสร้างสถานการณ์ เพื่อทำให้เสียหายและขู่ประชาชนไม่ให้ร่วมชุมนุม
"รัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต. จัดการเลือกตั้ง ตัวนายกฯไม่มีอำนาจเลื่อนการเลือกตั้ง แต่เมื่อกกต.มีมติทำหนังสือถึงนายกฯ โดยระบุว่าเป็นผู้รักษากฎหมายลำดับที่1 ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อนที่จะหารือกัน แต่นายกฯกลับไม่พูดถึงยังมาปั้นเรื่องโกหกเพื่อสร้างภาพ และถ้อยคำสุดท้ายที่นายกฯพูดกับเลขาฯยูเอ็นคือ ถ้าวันที่ 13 ม.ค. เกิดเหตุรุนแรง และมีความสูญเสียก็ขอให้เลขาฯยูเอ็นออกแถลงการณ์ให้ภาคส่วนต่างๆใช้กลไกแก้ไขอย่างสงบ คำพูดนี้เท่ากับการเปิดช่องให้ต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย เป็นการใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทยอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ตั้งใจที่จะใช้ความรุนแรง หรือเพื่อให้เกิดสถานการณ์รุนแรงเพื่อดึงชาติมหาอำนาจมาเพื่อรักษาอำนาจให้รัฐบาลตัวเอง ทั้งนี้พรรคจะเร่งทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ตัวแทนสำนักงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย และส่งถึงเลขาฯยูเอ็น เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด" นายชวนนท์ กล่าว



