
'เอกนัฏ'ซัด'รบ.'อยู่เบื้องหลังเหตุป่วน
'เอกนัฏ' ซัด 'รบ.' อยู่เบื้องหลังเหตุป่วน เชื่อหวังสกัดคนร่วม 'ชัตดาวน์กรุงเทพฯ' 13 ม.ค.นี้ พร้อมจี้ 'รฟท.' แจงประกาศหยุดวิ่งรถไฟสายใต้
11 ม.ค.57 ที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังทำทุกวิธีทางเพื่อสกัดกั้นมวลมหาประชาชนที่แสดงจุดยืนที่จะออกมาปฏิบัติการปิด กทม.ในวันที่ 13 มกราคมนี้ โดยมีการติดป้ายเพื่อใส่ร้ายประชาชน มีการว่าจ้างไปปลุกมวลชนให้ออกมาจุดเทียน และที่สำคัญเมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) ได้เกิดเหตุขึ้นถึง 4 กรณี พร้อมๆกัน คือ1.การปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดงกับ กปปส.ปทุมธานี ที่ จ.ปทุมธานี 2.ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาที่บริเวณแยกคอกวัว มีจักรยานยนต์ยิงอาวุธ และขว้างวัตรถุระเบิดเข้าใส่ ซึ่งทำให้มีการ์ด และพี่น้องผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 7 ราย และสามารถเก็บกระสุนปืนได้จำนวนหนึ่ง เป็นอาวุธปืนคาบิน ซึ่งเป็นอาวุธสงคราม 3.ที่เขตบางบอน มีการขว้างก้อนอิฐ และยิงอาวุธปืนใส่ร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุ ในช่วงเย็นวันดังกล่าว นายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยได้ไปหาเสียง แต่มีเด็กอนุบาลเป่านกหวีดใส่ ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในบ้านของเด็กคนกล่าว และ 4.การ์ด กปปส.ราชบุรี ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ซึ่งตนต้องของตั้งข้อสังเกตว่า การตายของการ์ดคนดังกล่าว เกิดขึ้นจากการชุมนุมของเราหรือไม่
นายเอกนัฎ กล่าวว่า ตนข้อตั้งของสังเกตว่าทั้ง 4 เหตุการณ์ เกิดขึ้นจากขบวนการ ซึ่งขอคาดการณ์ว่า เป็นขบวนการที่รัฐบาลและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่รู้เห็นเป็นใจให้เกิดขึ้นหรือไม่ และล่าสุดรถไฟสายใต้ประกาศหยุดวิ่งเป็นเวลา 4 วัน ซึ่งได้ให้เหตุผลว่า หยุดซ่อมรางรถไฟที่บริเวณสถานี ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชั่วคราว ซึ่งคิดว่าคนที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้น ตนจะข้องตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นความพยายามสกัดกั้นมวลชนให้เข้ามาร่วมการชุมนุมปิดกทม.ในวันที่13 มกราคมนี้ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลเลิกใช้วิธีที่สกปรก จนทำให้มวลชนมีอารมณ์ และอาจเกิดเหตุรุนแรงได้ หากเกิดขึ้นรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ
นายเอกนัฎ กล่าวว่า ตนได้ไปพบกับ สภาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ สภาการท่องเที่ยว โดยได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปิด กทม.ในวันที่ 13 มกราคม ซึ่งทำให้สภาการท่องเที่ยวคลายความวิตกกังวลลงเพราะก่อนหน้ามีการปล่อยข่าวว่าจะปิดสนามบิน และทางด่วน รวมถึงระบบขนส่งมวลชน ซึ่งเรายืนยันว่าไม่เป็นความจริง พร้อมกับมีมาตรารองรับหากมีเหตุเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังได้พบตัวแทนของสภากาชาตสากล ซึ่งทางสภากาชาดสากลยินที่จะเอื้ออำนายให้ความช่วยเหลือกับผู้ชุมนุม หากผู้ชุมนุมต้องการ
'ศอ.รส.' ส่งตำรวจ-ทหาร เข้าประจำจุดรับมือชุมนุมปิดกรุงเทพฯ
พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กล่าวว่า การส่งทหารไปดูแล สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเมื่อคืน เป็นไปตามคำสั่งศอ.รส.ลงนามโดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ทำหนังสือมา โดยทางทหารได้ออกไปดูแลสถานที่สำคัญ37จุด พร้อมๆกัน เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ จากการปิดกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพื่อการรัฐประหาร
ด้าน พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม (กห.) แถลงว่า ปัจจุบันได้เกิดข่าวลือในรูปแบบต่างๆ นำมาซึ่งความวิตกกังวลของคนไทยและสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธและยุทโธปกรณ์ ทั้งรถยานเกราะ รถถัง ปืนใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ จากต่างจังหวัดเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงที่กำลังเกิดความตึงเครียดของสถานการณ์การเมือง ทำให้ประชาชนคิดว่าเป็นการเตรียมการเพื่อก่อการรัฐประหาร
ก่อนหน้านี้กองทัพบกได้ออกมาชี้แจงอย่างละเอียดไปแล้ว ว่าการเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธ และยุทโธปกรณ์ใน ครั้งนี้ เพื่อนำมาใช้สำหรับพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงไชยเฉลิมพล และสวนสนามเนื่องในโอกาสวันกองทัพไทย ในวันที่ 18 ม.ค. 2557 ณ ลานอเนกประสงค์กองทัพภาคที่ 1 ในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน ซึ่งเป็นปีแรกที่จัดให้มีการสวนสนามยานยนต์ ตามดำริของผู้บัญชาการทหารบก โดยมีการเตรียมแผนงานมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2556 แล้ว
นอกจากนี้ได้มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ต่างๆ ไปไว้ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า และกองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ สำหรับจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม ข่าวลือต่างๆจากผู้ไม่หวังดีและสร้างความเสียหายต่อกองทัพ ยังคงเกิดขึ้น และสร้างความหวาดระแวงติอคนไทยและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามสื่อสังคมออนไลน์ จึงขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า อาวุธ และยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ได้นำมาใช้สำหรับงานวันเด็กจะเคลื่อนย้ายกลับในเย็นวันนี้ และเมื่อจบการสวนสนามในวันที่ 18 ม.ค.แล้ว จะเคลื่อนย้ายอาวุธ และยุทโธปกรณ์ทั้งหมดกลับในคืนวันเดียวกัน ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนสบายใจได้
ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมขอให้มั่นใจว่าทหารทุกคนจะปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยร่วมกับข้าราชการตำรวจ ข้าราชการพลเรือน และประชาชน ด้วยความตระหนักในความเป็นพี่น้อง
ด้าน พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศอ.รส. แถลงว่าในการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญต่างๆในวันที่ 13 ม.ค.นั้น ขณะนี้กองกำลังของทั้งตำรวจและทหารได้เคลื่อนย้ายเข้าประจำจุดเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนนี้



