ข่าว

'เรือ'ทัพใหญ่บุกข่มสาลิกา

'เรือ'ทัพใหญ่บุกข่มสาลิกา

11 ม.ค. 2557

'แมนฯ ซิตี' พร้อมจัดทัพใหญ่บุกไปข่ม นิวคาสเซิล ในศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค.นี้ เผยสถิติไม่เคยแพ้มานานถึง 9 ปีแล้ว

 

                           ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้ง 2 คู่ เริ่มจาก "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ที่ไม่แพ้ใครในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาแล้วถึง 10 นัด ต้องยกพลบุกไปเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ในเวลา 21.05 น. เกมนี้ มานูเอล เปเยกรินี กุนซือตั้งเป้าหวังบุกไปเก็บชัยให้ได้ เพื่อทำอันดับเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์บนหัวตารางคะแนนต่อไป จึงพร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน เพราะไม่มีปัญหาแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม นอกเหนือจาก "เอล กุน" เซอร์จิโอ อเกโร ดาวยิงคนเก่งที่ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บตรงบริเวณน่อง

                           คาดว่า อัลวาโร เนเกรโด น่าจะได้ยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียว ส่วนแดนกลางจะเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่าง แฟร์นันดินโญ, ยายา ตูเร, ซาเมียร์ นาสรี, เฆซุส นาบาส และดาวิด ซิลบา ขณะที่ โจ ฮาร์ท พร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่ง เช่นเดียวกับแนวรับที่ยังคงเป็นหน้าที่ของ แวงซองต์ กอมปานี, มาติยา นาสตาซิซ, อเลกซานเดอร์ โคลารอฟ และ ปาโบล ซาบาเลตา นอกจากนี้ "เรือใบสีฟ้า" ยังพกสถิติข่มเจ้าถิ่นอีกด้วย เพราะไม่เคยบุกไปแพ้มานานถึง 9 ปีแล้ว นับตั้งแต่หนล่าสุดที่พลาดท่าแพ้ 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2005

                           ฝั่งเจ้าบ้านของกุนซือ อลัน พาร์ดิว มีปัญหาเรื่องการจัดทัพพอสมควร เพราะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาติเยอ เดบูชี ฟูลแบ็กจอมลุยที่ติดโทษแบน แถมยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ ทิม ครูล, ฟาบริซิโอ โคลอซซินี และโยฮัน คาบาย ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงานอีกด้วย แต่คาดว่าแข้งหลักทั้ง 3 คนดังกล่าวน่าจะได้กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงร่วมกับ มุสซา ซิสโซโก, โยอัน กุฟฟราน, และ โลอิค เรมี เพื่อลุ้นกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้อีกครั้งหนึ่ง หลังพบความพ่ายแพ้จากทุกรายการที่ลงสนามมาแล้วถึง 3 เกมซ้อน

                           ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้องออกไปเยือน "ช่างปั้นหม้อ" สโตค ที่สะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้วถึง 3 เกม ที่บริทานเนีย สเตเดี้ยม ในเวลา 23.10 น. นัดนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมเยือนตั้งเป้าหวังเก็บชัยให้ได้ เพื่อเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" อยู่ใน 4 อันดับแรกต่อไป แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ดาเนียล แอ็กเกอร์ ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่ยังสามารถจัดทัพใหญ่ได้อีกครั้ง เพราะได้ตัว 3 ดาวดังอย่าง เกลน จอห์นสัน, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และ "สตีวีจี" สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีม ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมเรียกความฟิตกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงร่วมกับ มาร์ติน สเคอร์เทล, ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟิลิปป์ คูตินโญ รวมถึง หลุยส์ ซัวเรซ ได้อย่างแน่นอน แม้จะมีสถิติในการบุกไปเยือนสนามแห่งนี้ที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะไม่เคยบุกไปเอาชนะ สโตค มานานถึง 6 ปีแล้ว นับตั้งแต่ "ช่างปั้นหม้อ" ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2008

                           ด้านเจ้าบ้านของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส จะหมดสิทธิ์ใช้งาน อุสซามา อัสไซดี ปีกตัวจี๊ดที่ยืมตัวมาจากลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นไปตามสัญญาที่ห้ามลงเล่นในเกมพบกับทีมต้นสังกัด แถมยังไร้เงาของ อัสเมียร์ เบโกวิช นายด่านมือหนึ่ง และโรเบิร์ต ฮูธ กองหลังตัวหลัก ที่ยังเจ็บ คาดว่า แจ็ค บัตแลนด์ นายทวารมือ 3 อาจได้รับโอกาสให้ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง เนื่องจาก โธมัส โซเรนเซน ผู้รักษาประตูมือ 2 มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน ส่วนพวกแข้งหลักรายอื่นๆ ยังคงพร้อมลงสนามได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ไรอัน ชอว์ครอสส์, ชาร์ลี อดัม และ ปีเตอร์ เคราช์

 

 

--------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)