
'พท.'ปัดเอี่ยวป้ายต้านชัตดาวน์กรุง
'พท.' ปัดอยู่เบื้องหลังป้ายต่อต้านชัตดาวน์กรุงเทพฯ จี้ 'กกต.' เร่งเคลียร์ปัญหาผู้สมัคร ส.ส.ที่ยังไม่ได้ลงสมัคร
10 ม.ค. 57 เมื่อเวลา 14.10 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีการขึ้นป้ายต่อต้านการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และคณะ โดยระบุว่า เป็นการกระทำของคนในพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาล ว่า ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยหรือคนในรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลัง การแสดงออกซึ่งความเห็นต่างนั้นเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งสังคม
"วันนี้ก็ออกมากันหลายกลุ่ม เช่น นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ ที่ออกมาจุดเทียนรณรงค์ให้มีการเลือกตั้ง พลังเงียบต่างๆ ออกมาแสดงพลังเพราะเดือดร้อนจากความเคลื่อนไหวของนายสุเทพและคณะ นอกจากนี้ประชาชนยังร้องเรียนมายังพรรคเพื่อไทยด้วยว่า ต้องซื้ออาหารกักตุนรับมือกับการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะยาวนานกี่วัน สิ่งที่นายสุเทพกำลังทำมันตรงข้ามกันกับประชาธิปไตยอย่างชัดเจน"
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีข่าวการระดมมวลชนสายฮาร์ดคอร์จากภาคใต้เข้ามา 5-6 พันคน ซึ่งขึ้นมาเป็นระลอกที่ 2 หรือ 3 แล้ว ถามว่ากำลังคิดจะทำอะไร ถ้ามีการสร้างสถานการณ์ก็จะเปิดโอกาสให้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง โมเดลไม่ต่างจากเมื่อปี 2549 เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ มาเป็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ต้องถามว่าคนไทยจะยอมหรือไม่ จะยอมให้อำนาจนอกระบบมาแทรกแซง มีการปฏิวัติรัฐประหารจนประเทศต้องถอยหลังไปอีก 10 ปีหรือไม่
"ส่วนการจัดงานวันเด็กที่นายสุเทพ ระบุว่า จะจัดที่ถนนราชดำเนินนั้น อยากขอร้องว่าอย่าจัด เพราะเป็นความคิดที่น่ารังเกียจ จะเป็นการนำพาเด็กๆ ให้ซึมซับความขัดแย้ง แต้มสีดำลงไปในผ้าขาว น่าเสียใจที่งานปีใหม่และงานวันเด็กปีนี้เป็นปีหนึ่งที่ไร้ความสุขที่สุดจากฝีมือของนายสุเทพและกปปส."
จี้ 'กกต.' เร่งเคลียร์ปัญหาผู้สมัคร ส.ส.ที่ยังไม่ได้ลงสมัคร
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยกคำร้องของนายจิรยุทธ สุดจิตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาสามัคคี ที่ขอให้วินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากไม่สามารถไปสมัครได้เพราะถูกผู้ชุมนุมขัดขวางว่า คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจของกกต.โดยตรงที่จะควบคุมและจัดการเลือกตั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของผู้สมัคร เป็นความรับผิดชอบของกกต. ดังนั้นไม่ควรโยนภาระให้ศาล รัฐบาล หรือผู้สมัคร ถ้าหากศาลฎีกามีคำตัดสินกับว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทย 29 คนที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ในลักษณะเดียวกันเราจะไปยื่นหนังสือกกต.ในวันที่ 13 ม.ค.เพื่อยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของกกต. และระบุให้ชัดในราชกิจจานุเบกษาว่าจะให้ผู้สมัครทั้งหมด 123 คนที่สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้นั้นต้องไปตรวจคุณสมบัติที่ไหน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า กกต.จะทำให้การเลือกตั้งหยุดชะงักไม่ได้ ถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งแล้วได้ส.ส.ไม่ครบ 95% จะเปิดสภาฯ ไม่ได้ จะเกิดความเสียหายใหญ่หลวง ตอนนี้ยังทันเวลา กกต.ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ลุล่วงก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งใหญ่ ถ้าหาก กกต.นิ่งเฉยแล้วบอกว่าให้ไปจัดการภายหลังวันเลือกตั้งใหญ่ 2 ก.พ. จะมีปัญหาตามแน่นอน กปปส.หรือเครือข่ายอื่นๆ จะไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความอีก เรากำลังหารือกับทีมทนายและฝ่ายกฎหมายเพื่อยื่นร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เอาผิดกกต.ตามมาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะไม่มีการเตรียมการป้องกันเหตุการปิดล้อมสถานที่สมัครที่ดีพอ ไม่มีการป้องกัน ป้องปราม หรือย้ายสถานที่เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่สตง.ทำหนังสือถึงกกต.โดยระบุว่า ให้ทบทวนการจัดการเลือกตั้งเพราะกังวลว่างบประมาณต้องสูญเปล่านั้น น่าแปลกใจว่าทำไมกกต.ถึงส่งเรื่องนี้ต่อมายังรัฐบาลแทนที่จะชี้แจงกับสตง. ทั้งนี้ สิ่งที่สตง.ท้วงติงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง วันนี้กกต.ของบจากรัฐบาลไป 3,800 กว่าล้านบาทแต่กลับไม่เห็นการประชาสัมพันธ์เลือกตั้งเลย ทั้งๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ควรได้รับทราบ ไม่ใช่เอาแต่พูดว่ามีปัญหา ควรเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน ซึ่งไม่มีใครทำได้ รัฐบาลก็ทำไม่ได้ วันนี้กกต.ควรเร่งทำเรื่องใหญ่ๆ 2 เรื่อง คือ 1. เร่งทำให้ผู้สมัครทั้ง 123 คนที่ยังมีปัญหาเข้าสู่กระบวนการรับสมัครเลือกตั้งอย่างถูกต้อง และ 2. เร่งประชาสัมพันธ์ให้คนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง



