
'มท.1'ออกตัว!ปัดรุนแรงเกิดจากรัฐ
'มท.1' ยันไม่สลายม็อบ ชิงออกตัวหากเกิดเหตุรุนแรงไม่ได้เกิดจากฝ่ายรัฐบาลแน่นอน บี้ 'กกต.' ต้องลต.ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พร้อมกันทุกเขตทั่วปท.
10 ม.ค. 57 เมื่อเวลา 13.30 น. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 6 ชุดเพื่อเตรียมรับมือการชุมนุมของกปปส.ในวันที่13 ม.ค.ว่า การตั้งคณะกรรมดังกล่าวนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง ขอเรียกร้องไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมให้ชุมนุมโดยสันติ ปราศจากอาวุธ ตามที่แกนนำประกาศไว้ ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน และหากมีความรุนแรงเกิดขึ้นก็ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากฝั่งรัฐบาล
บี้ 'กกต.' ต้องลต.ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พร้อมกันทุกเขตทั่วปท.
นายจารุพงศ์ แถลงถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยกคำร้องของว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาสามัคคี ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เป็นผู้สมัครลงรับเลือกตั้งหลังจากไม่สามารถเดินทางไปสมัครได้ เนื่องจากถูกผู้ชุมนุมขัดขวาง โดยศาลฎีกา ระบุว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ว่า เมื่อศาลฎีกามีคำวินิจฉัยออกมาเช่นนั้นพรรคก็จะไปยื่นเรื่องขอรับฟังความชัดเจนว่า กกต.จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างไร เพราะการให้ว่าที่ผู้สมัครไปร้องต่อศาลฎีกาก็เป็นคำแนะนำของ กกต.เอง ทั้งนี้ หากไม่มีการขยายเวลารับสมัครกกต.ก็ต้องดำเนินการให้มีการเลือกตั้งใน 28 เขตที่ผู้สมัครไม่สามารถเดินทางไปสมัครได้ให้ได้ภายใน 180 วันตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีคำถามว่าใน 28 เขตดังกล่าวจะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 2 ก.พ.หรือไม่ ซึ่งกกต.ต้องมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวว่าจะดำเนินการอย่างไร และต้องมีเหตุผลและข้อกฎหมายรองรับด้วย อย่างไรก็ตาม พรรคเห็นว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้นจะสามารถดำเนินการไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากการทำหนังสือขอรับฟังความชัดเจนจากกกต.แล้ว จะมีข้อเสนอหรือข้อแนะนำไปด้วยหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของกกต. ดังนั้นกกต.ต้องมีความชัดเจนรวมถึงเหตุและผลที่รับฟังได้เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ด้วย ไม่ควรอ้างว่าไม่สามารถจัดการเลือกตั้งใน 28 เขตได้เพราะเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย หากอ้างเช่นนี้ถือว่าฟังไม่ขึ้น รวมทั้งไม่ควรนำสถานการณ์การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 13 ม.ค.ของกปปส.มาเป็นข้ออ้างด้วย เพราะไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่มีกฎหมายรองรับ
ให้ปชช.พิจารณาเอง คำวินิจฉัยศาลรธน.กรณีพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน
นายจารุพงศ์ แถลงถึงการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีร่างพ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท ว่า การที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าโครงการทั้งหมดโดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง ยังไม่เหมาะสำหรับประเทศไทยนั้นต้องชี้แจงว่า โครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอเป็นนโยบายต่อประชาชน เมื่อประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามา แสดงว่าเขาต้องการโครงการเหล่านี้ เราจึงต้องดำเนินการ ดังนั้นศาลไม่ควรก้าวล่วงมาวินิจฉัยว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ควรพิจารณาว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฉบับใด รวมถึงจะส่งผลกระทบให้เพดานหนี้สาธารณะเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ซึ่งตรงนี้เราพร้อมรับฟัง ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังคำวินิจฉัยของศาลด้วย และต้องดูด้วยว่าคำวินิจฉัยที่ว่านั้นจะทำให้ประเทศเดินหน้า อยู่กับที่ หรือว่าถอยหลัง



