ข่าว

ชัยภูมิเมิน'จำนำข้าว'ต่อ!แห่ขายใช้หนี้

ชัยภูมิเมิน'จำนำข้าว'ต่อ!แห่ขายใช้หนี้

10 ม.ค. 2557

ชาวนาชัยภูมิเมินจำนำข้าวต่อ จำใจแห่ขายโรงสีเพียงตันละ 8,000 บาท หาเงินใช้หนี้ ร้อยเอ็ดชุมนุมหน้าศาลากลางทวงเงินขู่ปิดถนนสายหลัก ธ.ก.ส. แจงที่มาเงิน

              10ม.ค.2557 ที่จังหวัดชัยภูมิ บรรยากาศโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ปี 2556/57 ที่จะมีเปิดยาวไปจนถึงเดือน ก.พ.นี้ ทำให้ชาวนาที่เหลือเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อให้ทันโครงการมาต่อเนื่อง ซึ่งในภาพรวมของจ.ชัยภูมิ ทั้ง 16 อำเภอ มีการสำรวจเตรียมเม็ดเงินรองรับการเข้าโครงการครั้งนี้จากรัฐบาลมากกว่า 2,000 ล้านบาท และจะมีเกษตรกรมาร่วมเข้าโครงการมากกว่า 50,000 ราย และมีปริมาณข้าวมากกว่า 150,000 ตัน ที่จะมีผลิตน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของทุกพื้นที่ใน จ.ชัยภูมิ ครั้งนี้เนื่องจากสิ้นปีที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมใหญ่มีนาข้าวเสียหายมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่

              จึงทำให้ตัวเลขล่าสุดซึ่งมีเกษตรกรนำข้าวเข้าโครงการรับจำนำในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มาตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.56 ไปแล้วรวมทั้งสิ้นเพียง 28,274 ราย รวมกว่า 84,239 ตัน รวมเป็นเงิน 288.91 ล้านบาท และปัจจุบันมีการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรผ่านธกส.ไปได้เพียง 9,482 ราย รวมเป็นเงิน 66.662 ล้านบาท ซึ่งยังเหลืออีกกว่า  20,000 ราย ยังไม่ได้เงินและต้องทนรอถือใบประทวนเปล่าไม่ได้เงินมานานกว่า 2 เดือน รวมอีกกว่า 220 ล้านบาท

              ซึ่งก็เริ่มทำให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้นำข้าวเข้าโครงการที่เหลืออีกจำนวนมาก ต้องหันไปตัดสินใจนำข้าวมาขายให้กับโรงสีแทน เพื่อพอหาเงินไปใช้หนี้สินเร่งด่วนจากปัญหาเงินกู้นอกระบบตามมาอีกจำนวนมาก แต่ก็ต้องช้ำหนักเมื่อโรงสีหลายแห่งในทุกพื้นที่จะรับซื้อให้ราคาได้ไม่เกิน 7.50 - 8.50 บาท/กก. หรือ ตันละไม่เกิน 8,000 เท่านั้น

              โดยนางหนูแพง  ขังวิชา อายุ 53 ปี ชาวนาบ้านบุ่งคล้า ต.บุ่งคล้า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ กล่าวทั้งน้ำตาว่า การทำนาของเกษตรกรในปีนี้ต้องเจ็บช้ำกับโครงการรับจำนำข้าวจำนวนมาก เพราะมีการจ่ายเงินสำหรับคนนำข้าวเปลือกมาเข้าโครงการตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย. และยังไม่ได้เงินเลยอีกจำนวนมาก จนบางรายต้องตัดสินใจนำไปขายขาดให้โรงสีแทน ซึ่งก็ได้ราคาต่ำมากได้เพียงไม่เกิน กิโลกรัมละ 7.50- 8.50 บาทเท่านั้น หรือตกตันละไม่เกิน 8,000 บาท ต้องขาดทุนกันยับเยิน ซึ่งถ้านำเข้าโครงการในปัจจุบันราคาก็เหลือต่ำมากไม่เกินตันละ 14,000 บาท ซึ่งราคาตามจริงตามนโยบายหาเสียงของรัฐบาลน่าจะต้องได้กว่าตันละ 18,000 - 20,000 บาท แต่ก็ไม่รู้จะได้เงินเมื่อใดอีก และหนี้สินดอกผลก็เพิ่มขึ้นเงินรายวันเร่งด่วนตามทวงทุกวัน ส่วนใหญ่ก็เริ่มแห่นำข้าวไปขายทิ้งหาเงินใช้หนี้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ถึงแม้จะได้ไม่เกินตันละ 8,000 บาทก็ตาม

              ด้านนายกิตติพล  มีทวานนท์ เจ้าของโรงสีเข้าร่วมเปิดจุดรับจำนำของรัฐบาลอีกหนึ่ง 1 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ ของบริษัทวานนท์ธัญญกิจ จำกัด  เปิดเผยว่า ในการเปิดรับจำนำข้าวให้กับเกษตรกรในครั้งนี้ รู้สึกสงสารเกษตรกรจำนวนมาก ที่เราคาดว่าจะมีข้าวมาเข้าโครงการกับโรงสีเราที่ตั้งไว้น่าจะได้กว่า 19,000 ตัน แต่รวมแล้วล่าสุดจากมีการเปิดจุดมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.56 รวมได้เพียง 9,000 ตันจนปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่ที่มาเข้าโครงการยังเหลืออีกมากกว่า 50 %  ยังไม่ได้เงินจากรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็รอความหวังอยู่ที่ต้องพากันรอมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ก็อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเร็ว

              ปัจจุบันส่วนใหญ่เกษตรกรจะนำข้าวไปขายให้กับโรงสีจำนวนมากกว่า ถึงแม้โรงสีส่วนใหญ่จะให้ราคาสูงสุดได้เพียงไม่เกินตันละ 8,000 บาท แล้วก็ตาม ซึ่งก็พยายามบอกบางรายว่ารัฐบาลคงไม่เบี้ยวแน่ ขอให้ทนรอไปก่อนถ้าจำเป็นต้องใช้เงินก่อนก็น่าจะนำมาขายก่อนได้บางส่วน  ซึ่งเราก็ไม่รู้จะช่วยทางใดได้อีกแล้ว เพราะทราบดีว่าภาระรายจ่ายต้นทุนการผลิตของชาวนาจำนวนมากสูงจริงๆ แต่ราคาตลาดรับซื้อได้จริงๆปัจจุบันก็ให้ได้แค่นี้เท่านั้น


ร้อยเอ็ดชุมนุมหน้าศาลากลางทวงเงิน

              ที่หน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายประจักร์ บุญกาพิมพ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยประธานสภาเกษตรกรอำเภอต่างๆในจังหวัดร้อยเอ็ด นำมวลชนประมาณ 50 คน ตั้งเวทีปราศรัย ทวงเงินโครงการรับรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/57 จากรัฐบาล หลังเกษตรกรเข้าร้องเรียนต่อสภาเกษตรกรว่ารัฐบาลค้างจ่ายเกษตรกรในจังหวัดร้อยเอ็ด 79,284  ราย มูลค่ากว่า 4,190 ล้านบาท

              ในการชุมนุมมีการกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาลเกี่ยวกับการจ่ายเงินตามนโยบายการรับจำนำข้าว ทำให้เกษตรกรที่นำข้าวไปจำนำได้รับความเดือดร้อนหนัก ส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับใบประทวน ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ให้ นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมารับทราบปัญหา หากได้รับคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจ วันที่ 15 มกราคม นี้ จะนัดรวมพลใหญ่ ปิดถนนสายสำคัญของจังหวัด

              ต่อมาได้มีนายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะไปพบและรับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมแทน เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดติดภารกิจที่ต่างอำเภอ โดยได้กล่าวว่า ส่วนของใบประทวนที่เกษตรกรจำนำข้าวแล้วยังไม่ได้จะเร่งให้ดำเนินการให้ภายใน 7 วัน เงินที่ชาวนาอ้างว่าจะได้รับในวันที่ 15 ม.ค.นั้น ยังไม่ทราบความเป็นมาว่าเกษตรกรไปเอาข้อมูลมาจากที่ใดเพราะตนเองไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ จะมีการตรวจสอบให้ ส่วนข้อที่เรียกร้องสอบถามว่าหากได้รับเงินในวันที่ 15 ม.ค.นี้แล้ว   ในส่วนที่เหลือจะรับได้อีกเมื่อไรนั้น ตนจะต้องประสานไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง และรัฐบาล เพื่อให้จัดสรรเงินมาให้ก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ เพราะจังหวัดเองไม่มีเงิน การที่ได้รับเงินเมื่อใด ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาล จะเป็นผู้จัดสรรเงินมาให้เท่านั้น   ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน ขอให้ชาวบ้านสลายตัวกลับไปก่อน แล้วเมื่อมีคำตอบก็จะให้ผู้เกี่ยวข้องประสานงานแจ้งกลับให้ทราบต่อไป ซึ่งหลังจากได้รับคำตอบแล้วชาวบ้านได้สลายตัวไป.

              ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าจังหวัดร้อยเอ็ดมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว 167,501 ครัวเรือน โดยได้ออกใบประทวนรับจำนำไปแล้ว 93,874 ราย ปริมาณข้าว 331,131 ตัน ต้องใช้งบทั้งสิ้น 5,960 ล้านบาทเศษ  ธกส.ร้อยเอ็ดได้รับงบจัดสรรมาแล้ว 1,770 ล้านบาท จ่ายเกษตรกรไปแล้ว 14,590 ราย คิดเป็นเงิน 1,132 ล้านบาทเศษ คงเหลืองบที่จ่ายได้ 637 ล้านบาทเศษ  

              ส่วนที่ค้างจ่ายมีเกษตรกรจำนวน 79,284 ราย  ปริมาณข้าวประมาณ  270,000 ตัน รวมจำนวนเงินค้างจ่าย 4,190 ล้านบาท  บอร์ด ธกส. ได้มีการอนุมัติ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2556 ให้ ธกส. กู้เงินเพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงานโครงการรับจำนำข้าวแล้ว จำนวน 143,991 ล้านบาท และได้นำเสนอที่ประชุม ครม.เพื่ออนุมัติ  เมื่อ ครม.อนุมัติแล้ว จะต้องนำเรื่องขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (หรือ กกต.)ก่อน เนื่องจากอยู่ระหว่างการประกาศพระราชกฤษฏีกา เลือกตั้ง ปี 2557  และจังหวัดร้อยเอ็ด มีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับใบประทวน  อีกประมาณ 3,000 ราย ปริมาณข้าว 51,000 ตัน ต้องใช้งบประมาณในส่วนนี้ ประมาณ 918 ล้านบาท โดยสาเหตุที่มีการออกใบประทวนล่าช้าเนื่องจากรอการอนุมัติจากส่วนกลางมาให้ส่วนภูมิภาคอยู่ หากส่วนกลางอนุมัติมาเมื่อใด จังหวัดก็จะดำเนินการจ่ายให้เกษตรกรได้       
                    

ธ.ก.ส.แจงที่มาเงินจำนำข้าวปี56/57ยันเป็นเงินรัฐบาล

              นายลักษณ์  วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่มีเกษตรกรจำนวนมากออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/57 และรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ โดยมีมติ ครม.พิจารณาให้กระทรวงการคลังจัดหาเงินกู้เพิ่มเติมให้กับ ธ.ก.ส. อีก 130,000 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายเงินรับจำนำข้าวเปลือกที่เหลืออยู่ในขณะนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งเรื่องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.)  ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่นั้น ในระหว่างนี้ ธ.ก.ส. ขอเรียนชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ว่า

              1. ธ.ก.ส. มีเงินที่ได้รับชำระคืนจากกระทรวงพาณิชย์และเงินงบประมาณแผ่นดินที่ได้จัดสรรให้ ธ.ก.ส. ในปีงบประมาณ 2557 เพื่อนำไปใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57 รวมทั้งสิ้น 54,950 ล้านบาท

              2. ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาไปแล้ว ณ วันที่ 7 ม.ค. 57 จำนวน 245,944 ราย คิดเป็นข้าวเปลือกที่ส่งมอบ 2 ล้านตัน จำนวนเงิน 31,543 ล้านบาท

              3. ในช่วงนี้ ธ.ก.ส. กำลังเร่งรัดการจ่ายเงินจำนำข้าวที่เหลืออีกประมาณ 23,407 ล้านบาท โดยคาดว่าจะช่วยชาวนาได้อีกกว่า 200,000 ราย คิดเป็นจำนวนข้าวเปลือกที่ส่งมอบ 1.5 ล้านตัน

              รวมทั้งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ทยอยจัดส่งเงินที่ได้จากการระบายข้าวให้ ธ.ก.ส. เพิ่มเติม เพื่อนำมาจ่ายให้เกษตรกรได้เพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่งด้วย

              4. ฝ่ายจัดการได้รายงานข้อมูลฐานะทางการเงินของ ธ.ก.ส. ให้หน่วยงานกำกับดูแล ประกอบด้วย ธปท. สตง. สศค. และ สคร. เป็นประจำ ซึ่งทุกหน่วยงานไม่ได้มีความกังวลกับฐานะทางการเงินของ ธ.ก.ส. แต่อย่างใด

              โดยสรุป ธ.ก.ส. ใช้เงินชำระคืนจากกระทรวงพาณิชย์และเงินที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลนำมาหมุนเวียนจ่ายจำนำ โดย ธ.ก.ส. จะไม่นำเงินฝากของลูกค้ามาจ่ายจำนำ