10 ม.ค.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" โดยระบุข้อความว่า
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นที่กระทรวงสาธาณสุขแต่ถ้าเป็นตามข่าวจริงผมว่า ปลัดกระทรวงคนนี้ใช้ไม่ได้ คุณจะชื่นชอบสุเทพไปเป่านกหวีดเป็นเสรีภาพส่วนบุคคลจะมาใช้สถานะในกระทรวงปลุกระดมกระทรวงอื่นให้ทำตาม มันไม่ถูกต้อง
รับราชการมาถึงขั้นนี้ไม่รู้เรื่องเลยหรือว่า ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งแบบสุเทพหมายถึงรัฐประหาร
๑.ต้องฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
๒.ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กบฎ
๓.ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้อำนาจสุเทพตั้งนายกฯ ตั้งสภาประชาชนและองค์กรต่างๆ
๔.ให้สุเทพปฏิรูปตามที่ต้องการ พอใจเมื่อไหร่ค่อยให้เลือกตั้ง สภาประชาชนที่ตั้งมาต้องปฏิรูปตามธงเท่านั้น เช่น ปฏิรูปตำรวจแบบที่ประกาศบนเวที ให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ ไม่ทำตามนี้ไม่ได้ เพราะกำนันเขาประกาศไว้ แล้วจะปฏิรูปอะไรกันในเมื่อสภาที่ตั้งมาก็ไร้อิสรภาพ
มั่นใจได้ยังไงว่าภายใต้รัฐบาลแบบนี้ไม่มีคอร์รัปชั่น สุเทพใจซื่อมือสะอาดขนาดที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนนี้ยอมตายถวายชีวิตเลยหรือ
อคติทางการเมืองเมื่อเกิดแล้วต้องควบคุมให้ได้ อย่าใช้อำนาจหน้าที่เอาองค์กรไปแอบอ้าง เรียกร้องให้นายกฯ ลาออก กฎหมายไม่เปิดให้ทำได้ แต่ถ้าปลัดกระทรวงสักคนจะลาออกไปเป่านกหวีดไล่รัฐบาลคงไม่มีปัญหา ลาออกเสียดีกว่าแล้วจะทำอะไรก็ทำ
สธ.วุ่น ค้าน ปลัด ออกประชาคมสาธารณสุข หนุน กปปส.
จากกรณีที่ประชาคมสาธารณสุข ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ยืนยันต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ชี้รัฐบาลหมดความชอบธรรม ยันไม่ร่วมทำงานด้วย ต้องลาออกทันที ยันพร้อมดูแลประชาชนตามจริยธรรม ลั่นจะแสดงออกทุกวิถีทางเพื่อยืนยันแนวทางดังกล่าว ชวนทุกกระทรวงออกมาร่วมกันนั้น มีกระแสข่าวอย่างรุนแรงในกระทรวงสาธารณสุข ว่า มีความเห็นแบ่งเป็นสองฝั่งในเรื่องดังกล่าว ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยประชาคมสาธารณสุขนั้น ถือว่าเป็นการนำโดย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมต่างๆ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสหวิชาชีพ 16 ชมรม เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีการตอบโต้ โดยอ้างว่า เป็นกลุ่มผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่เห็นด้วยกับประชาคมสาธารณสุข
ในเรื่องดังกล่าว นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไม่ทราบข่าวดังกล่าวว่า ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข หมายถึงใคร แต่ส่วนตัวแล้ว ข้าราชการทุกคน อยู่ภายใต้กฎหมาย มีระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการดำเนินวิชาชีพ และต้องปฏิบัติตัวไปตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทย ก็ยังมีการตรวจสอบข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ออกมาร่วมการเคลื่อนไหวและไม่ปฏิบัติตัวตามระเบียบราชการ ซึ่งขณะนี้ถือว่า มีพ.ร.บ.ยุบสภา และกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว หน้าที่ของข้าราชการ คือ การวางตัวเป็นกลาง และปฏิบัติตามกฎหมาย
“สำหรับคำว่าประชาคมสาธารณสุขนั้น ไม่ควรใช้คำว่า ประชาคมสาธารณสุข ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข เพราะตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ข้าราชการจะไม่มีสิทธิเรียกประชุมที่เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองในหน่วยงานราชการได้ ซึ่งจากที่ผมได้สอบถามอธิบดีหลายๆ คน หรือข้าราชการ ก็พบว่า มีผู้เห็นมีใครเห็นด้วยกับแถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งหน้าที่ของข้าราชการคือ การดูแลประชาชนโดยไม่แบ่งแยก”นพ.ชาญวิทย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกแถลงการณ์ในนามของประชาคมสาธารณสุข ตั้งแต่ฉบับแรกมีรายชื่อผู้เข้าร่วมชัดเจนคือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รองปลัดฯ ผู้ตรวจราชการ อธิบดีกรม และผู้แทนสหวิชาชีพกระทรวงสาธารณสุข 16 สาขานั้น นพ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า นั่นเป็นการแอบอ้าง เพราะว่ามีแถลงการณ์ของอธิบดีกรมต่างๆ ออกมาอยู่แล้วว่าแถลงการณ์ของประชาคมสาธารณสุขเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อธิบดีกรมต่างๆ ไม่รู้เรื่องด้วย และตนก็ไม่ทราบแถลงการณ์ประชาคมสาธารณสุขฉบับที่ 1 และตอนที่คุยกันตนก็เคยบอกไปแล้วว่าไม่ควรมีแถลงการณ์อะไรเลย เพราะว่าข้าราชการไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และไม่ควรใช้สถานที่ราชการไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ดังนั้นข้าราชการเรามีจริยธรรมที่ต้องดูแลประชาชนทุกคน ส่วนแถลงการณ์ตอบโต้ที่เพิ่งออกมานั้นตนยังไม่เห็น
"รมว.สธ." เผย นายกฯสั่ง ศอ.รส.เรียก "ปลัดสธ." สอบ หลังมีข่าวออกแถลงการณ์ไล่รัฐบาล
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณะสุข พร้อมข้าราชการสาธารณสุขออกแถลงการณ์ ประชาคมสาธารณสุข ฉบับที่ 3 และมีการเผยแพร่ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า ไม่ทำงานให้รัฐบาล และมีมติว่า ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ให้ติดป้ายประกาศจุดยืนทุกโรงพยาบาล กรม กอง รวมทั้งจะร่วมชุมนุมและรณรงค์วันที่ 13 มกราคม 57 ในรูปสมัชชาประชาคมสาธารณสุขว่า คงต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่ขณะนี้ ทราบว่า นายกฯได้สั่งการให้ศอ.รส.เรียกมาพูดคุยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน ข้าราชการทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบที่มีอยู่ แค่บอกว่าไม่ทำงานตามรัฐบาลก็ถือว่าผิดวินัยแล้ว แต่หากตรวจสอบพบว่า ผิดจริงในเรื่องของบทลงโทษนั้น คงเป็นหน้าที่ของศอ.รส. เนื่องจากขณะนี้อยู่ในภาวะไม่ปกติ แต่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคงต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่ามีข้อมูลจริงหรือไม่ ความผิดจะร้ายแรงแค่ไหน แต่สถานการณ์ตอนนี้เป็นสถานการณ์เลือกตั้ง อำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายในฐานะรัฐมนตรีคงไม่ได้ต้องผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน แต่อย่างไรก็ตามการกระทำเช่นนี้ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถือว่าไม่สมควรทำ
"ปลัดสธ."ไม่กดดันหลัง เชื่อทำให้สิ่งที่ถูกต้อง
นพ.ณรงค์ กล่าวว่า หลังจากมีการออกแถลงการณ์ในนามประชาคมสาธารณสุขไปแล้ว รู้สึกสบายใจ เนื่องจากได้เป็นตัวของตัวเองในการตัดสิน ทำให้ตามมติส่วนใหญ่ของประชาคมสาธารณสุข ใน 8 สาขาวิชาชีพ อาทิ ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมทันตแพทย์ ชมรมผอ.รพ.ชุมชน ที่มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 400-500 คน โดยยืนยันคงต้องมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และจะไม่หยุดให้บริการประชาชน เนื่องจากไม่ต้องการเอาประชาชนเป็นตัวประกัน ส่วนข้อความต่างๆ ที่โพสต์กันในโลกออนไลน์นั้น เกี่ยวกับตนเองทั้งการประกาศจุดยืนกับทางประชาคมสาธารณสุข และบอกว่าจะออกมาเจอกันเมื่อชาติต้องการนั้น รับเป็นคำพูดของตนจริง และได้นำเรื่องดังกล่าวบอกกับครอบครัวแล้ว จะได้ไม่มีห่วงกังวล แต่ขณะนี้ยืนยันว่า จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการตามปกติ ส่วนที่มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านมติของประชาคมสาธารณสุข ก็สามารถทำได้ เพราะมุมมองทางความคิดย่อมเป็นอิสระเสรี
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของประชาคมสาธารณสุข นั้น มี 5 ข้อด้วยกัน ประกอบด้วย 1.ขอย้ำจุดยืนที่จะให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง 2.เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกโดยทันที เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิรูปที่เป็นกลาง และยุติธรรม 3.เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว จึงยืนยันที่จะไม่ทำงานกับรัฐบาลชุดนี้ 4.ยืนยันจะทำงานให้บริการดูแลประชาชนบนพื้นฐานจริยธรรมวิชาชีพอย่างเต็มที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติ และ 5.พร้อมแสดงออกทุกวิถีทางเพื่อยืนยันจุดยืนดังกล่าว และขอเชิญชวนประชาคมทุกกระทรวง ทบวงกรม ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกัน