
'ดำรงค์ เภตรา'พัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์กลางนำเข้า-ส่งออก
'ดำรงค์ เภตรา'พัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์กลางนำเข้า-ส่งออก : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
ดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง จ.ชลบุรี กล่าวว่า หากพิจารณาจากความพร้อมของพื้นที่ ในอดีตเกาะสีชังมีไฟฟ้าใช้เพียงแค่เที่ยงคืนโดยใช้เครื่องปั่น ซึ่งในเรื่องความสะดวกสบายที่ประชาชนจะได้รับไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา และถนน ยังขาดความพร้อม ขณะที่การบริหารงบประมาณได้รับการจัดสรรปีละ 25 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากภาษีเก็บไม่ได้เพราะไม่มีอุตสาหกรรมรองรับในพื้นที่ มีเพียงคลังน้ำมันอย่างเดียว ส่วนการเก็บภาษีต่อปีได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท
ในการเข้ามาทำหน้าที่ผู้บริหารเทศบาลตำบลเกาะสีชัง จึงได้สร้างกระบวนการพัฒนาพื้นที่ เน้นไปที่เรื่องการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกจากเดิมที่เน้นไปที่การค้าขายและอาชีพประมงพื้นบ้าน ขณะเดียวกันเมื่อมีการประสานของบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จึงนำมาพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ พร้อมทั้งเพิ่มการขยายเขตพื้นที่ลงไปในทะเล
ถือเป็นการบริหารพื้นที่มานาน 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปีงบประมาณ 2556 จะเห็นได้ว่าเกาะสีชังเริ่มมีการพัฒนามากขึ้น จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 50,000 คนต่อปี แต่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 500,000 คนต่อปี สร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจให้เป็นบวก และเพื่อสานต่อการพัฒนา
นายกดำรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เทศบาลตำบลเกาะสีชัง กำลังขยายการท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น และทำเทศบัญญัติขยายเขตพื้นที่ในการดูแลชุมชนลงไปในทะเล เพื่อพัฒนาให้ปลอดมลภาวะจากอาชญากร อาชญากรรม ที่มาทางเรือ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย อำเภอ ตำรวจภูธร ตำรวจน้ำ และเทศบาล ตั้งเป็นกองอำนวยการ พร้อมกับขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการเรือขนถ่ายสินค้าดำเนินการย้ายประชากรที่เป็นลูกจ้างที่เป็นผู้คุมเรือ ผู้ควบคุมทุ่นขนถ่าย จำนวนกว่า 9,000 คน เข้ามาเป็นประชากรเกาะสีชังในทะเบียนราษฎร
นอกจากนั้นกำลังศึกษาวิจัยในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะขยะที่เกิดจากการใช้และการขนถ่ายสินค้า รวมถึงเรื่องทุ่นจอดเรือขนถ่ายสินค้าทั้งเข้าและออกที่ลอยลำอยู่บริเวณหน้าเกาะสีชัง ต่อวันมีประมาณถึง 400-500 ลำ ซึ่งในอนาคต เทศบาลตำบลเกาะสีชัง มีแผนจะทำให้ศูนย์ป้องกันภัยทางทะเลที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางทะเล
นายกเทศมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า เนื่องจากว่าระหว่างกลางหน้าเกาะสีชังกับศรีราชา มีช่วงทอดสมอเรือที่มีความลึกถึง 30 เมตร เพราะฉะนั้นเรือขนส่งสินค้าต่างประเทศระดับแสนตัน จึงสามารถเข้า-ออกโดยไม่ต้องรอเวลาน้ำขึ้นหรือน้ำลง ประกอบกับการที่เกาะสีชังเป็นยุทธศาสตร์ธรรมชาติ ที่สร้างขึ้นให้เหมาะสำหรับการจอดเรือเป็นอย่างดีได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องมีผลกระทบจากกระแสลม และกระแสน้ำเปลี่ยนทิศแต่อย่างใด ทำให้บริเวณด้านหน้าเกาะสีชัง มีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งและขนถ่ายสินค้านำเข้าและส่งออกระดับประเทศและระดับโลกที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล
สินค้านำเข้าที่จำเป็นที่จะต้องจอดบริเวณหน้าเกาะสีชัง และขนส่งโดยเรือภายในประเทศ อาทิ ถ่านหิน ปุ๋ย กากถั่ว เหล็ก ส่วนสินค้าส่งออก ได้แก่ แป้งมัน ปูนซีเมนต์ ข้าวสาร น้ำตาล ซึ่งแต่ละปีบริเวณนี้ถือว่ามีการนำเข้าและส่งออกเป็นแสนๆ ล้านบาท แต่ที่น่าเป็นห่วงคือพื้นที่กลับไม่ได้รับการตอบแทนเลย ดังนั้นจะต้องมีการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้มีความเหมาะสม ต้องสร้างโอกาสให้พื้นที่ของเกาะสีชังได้มีฐานของการเป็นศูนย์กลางการนำเข้าและส่งออก ที่สำคัญการพัฒนาใดๆ ที่จะเกิดขึ้น ต้องสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง และต้องทำให้ท้องถิ่นได้รับปัจจัยทางด้านบวกด้วย จากการพัฒนาหรือเข้ามาลงทุน
......................
('ดำรงค์ เภตรา'พัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์กลางนำเข้า-ส่งออก : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



