ข่าว

'นายกฯ'ยัน!ต้องเลือกตั้งก่อนปฏิรูป

'นายกฯ'ยัน!ต้องเลือกตั้งก่อนปฏิรูป

10 ม.ค. 2557

'นายกฯ'ร่ายยาวระบุ ต้องเลือกตั้งก่อนปฏิรูป แจงพร้อมรับมือ'ชัตดาวน์กทม.'เเล้ว อ้างเป็น'รัฐบาลรักษาการ'ทำได้เท่านี้ โยน'กปปส.'ทำให้หลายอย่างเกิดปัญหาชะงักงัน



                   วันที่ 10 ม.ค.57  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางเข้าประชุมติดตามและวางแผนรองรับการชุมนุมของกลุ่มกปปส. ที่นัดปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นที่ตั้งของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ทั้งนี้ มีรายงานว่า เวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเปิดใจต่อสื่อมวลชนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย

                   ล่าสุด เมื่อเวลา 10.35 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดห้อง "พรหมนอก" ชั้น 2 อาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้สื่อมวลชนได้ซักถามในทุกประเด็น โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโยลีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมในวงสัมภาษณ์ด้วย 
 
                   นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องต่างๆ ว่า หลังจากที่ยุบสภารัฐบาลมีหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้การทำงานผ่านไปโดยราบรื่น แต่อาจมีปัญหาอุปสรรคบ้าง แต่หลังจากที่รับฟังเสียงจากประชาชนสิ่งที่มีความเห็นตรงกันก็คือ ทุกฝ่ายต้องการที่จะมีสภาปฏิรูปประเทศ ซึ่งรัฐบาลเห็นด้วยและเชื่อว่าเป็นความต้องการ ซึ่งปัจจุบันมีหลายเวทีในการพูดคุย แต่ยังไม่สามารถตกผลึกออกมาได้ว่า จะปฏิรูปให้มีสภาปฏิรูปขึ้นมาได้อย่างไร ประกอบด้วยตัวแทนจากภาคส่วนไหน จำนวนเท่าไร และจะเกิดขึ้นอย่างไร รัฐบาลจึงเดินสายพบปะสื่อมวลชน วันนี้รัฐบาลอยากให้ใครก็ได้เปิดเป็นเวทีกลาง เพื่อเป็นการเริ่มต้นเพื่อให้ทุกภาคส่วนมาหารือแสดงความคิดเห็น
 
                   "กระบวนการปฏิรูปมีสองส่วนคือ ขั้นตอน เพื่อให้เกิดสภาปฏิรูปให้เร็วที่สุด และเนื้อหา ที่จะทำให้เกิดสภาปฏิรูปหรือรูปแบบ ในส่วนของขั้นตอนเพื่อเกิดสภาปฏิรูปนั้น ขั้นตอนที่เราอยากเห็นคือ ขั้นตอนที่ทำก่อนที่จะมีรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ด้วยการตรวจสอบและสอบถามทางคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว สิ่งที่ทำได้เร็วที่สุดคือการใช้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอ แต่เนื่องจากรัฐบาลนี้ยุบสภาแล้ว ไม่สามารถผูกพันกับรัฐบาลหน้า สิ่งที่ควรทำในขั้นตอนที่ 2 คือ การเชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคมาร่วมให้สัตยาบันว่า ถ้าใครได้เป็นรัฐบาล หลังจากการเลือกตั้งขอให้นำเจตนารมณ์ของการปฏิรูปเข้าไปเป็นวาระแห่งชาติ และดำเนินการต่อไป ก็จะนำไปสู่ขั้นตอนของรัฐสภาได้ในส่วนการออกพ.ร.ก.ก่อนการเลือกตั้งนั้น เป็นเรื่องที่ยาก"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
 
                   น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่สามารถดำเนินการให้เร็วที่สุดก็คือ การออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี จึงอยากเห็นว่า ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบสภาปฏิรูปรัฐบาลก็สามารถนำไปประกาศได้ ส่วนกระบวนการที่จะเป็นสภาปฏิรูปนั้น รัฐบาลได้มีการเสนอแนวทางไปแล้ว วันนี้เราต้องการเวทีกลาง เพื่อให้การตกผลึกของสังคมเพื่อมาตกลงร่วมกัน เพื่อที่จะสามารถเริ่มต้นเดินหน้า ยืนยันว่า รัฐบาลนี้ไม่ปฏิเสธในการปฏิรูปปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น อยากเห็นการแก้ไขปัญหาให้หมดไปจากสังคม รัฐบาลยินดีที่จะทำงานกับเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และยินดีที่จะให้แก้ว่าทำอย่างไรทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อให้เกิดความชอบธรรมโปร่งใส ยินดีที่จะให้การปฏิรูปในอนาคตเป็นไปตามเสียงสะท้อนที่สังคมต้องการ และรัฐบาลน้อมรับข้อคิดเห็นจากเสียงส่วนใหญ่ที่ต้องการให้รัฐบาลปฏิรูปในสิ่งที่ได้ดำเนินการมา และสภาปฏิรูปไม่สามารถทำให้เสร็จได้ภายในวันเดียวต้องรอเวลาและขั้นตอนตามกฎหมาย "น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
 
                   นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดการพูดคุยและเกิดความสงบภายในประเทศจึงขอร้องทุกภาคส่วนหันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ ในส่วนการเตรียมความพร้อมการชุมนุมของกปปส.ในการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ที่หลายส่วนมีความเป็นห่วงนั้น ได้มีการเตรียมความพร้อมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนายความสะดวกให้กับทุกคน รัฐบาลอยากเห็นการชุมนุมโดยสงบ อยากเห็นสันติเกิดขึ้นเเละวันนี้ระบบเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ ซึ่งจากการพูดคุยกับภาคเอกชนมีความต้องการในด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมาก แแต่รัฐบาลมีข้อจำกัดเนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ การพัฒนาเศรษฐกิจต่างทำไม่ได้ เพราะรัฐบาลต้องทำตามพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง และจากการพูดคุยทุกคนอยากให้มีการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลนี้มุ่งมั่นเลือกตั้งโดยไม่ฟังเสียงประชาชน 
 
                   "แต่ต้องขอความเห็นใจด้วยว่า ถ้าเราไม่เอาการเลือกตั้งหรือเลื่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้การปฏิรูปเสร็จคงไม่ทัน เพราะต้องใช้เวลาเป็นปี แล้วเราจะบริหารประเทศได้อย่างไร ภายใต้รัฐบาลที่เป็นรัฐบาลไม่สามารถอนุมัติโครงการหรืองบประมาณผูกพันได้ การดูแลประชาชนก็ไม่สามารถทำได้ ผลกระทบเรื่องการเจรจาระหว่างประเทศก็จะมีปัญหา วันนี้มีกฎหมายหลายฉบับที่ค้างในสภาและรอขั้นตอนต่างๆ เช่น สิทธิทางด้านภาษีที่กำลังจะหมดอายุ ซึ่งเดิมคาดว่า จะใช้กลไกของอียูเข้ามาช่วยต่อรอง โดยเฉพาะภาคการเกษตรก็ไม่สามารถทำได้ทันเวลา หากไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ก็จะเกิดผลกระทบกับโครงสร้างภาษีที่ไทยเคยได้เปรียบในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อยก็จะไม่ได้แล้ว ขณะเดียวกัน เราต้องใช้เวทีไทย-อียูมาต่อเชื่อม เพื่อให้ได้สิทธิทางภาษีที่ดีที่สุดก็จะไม่สามารถต่อรองได้ เนื่องจาก ไม่มีสภาก็ไม่สามารถผ่านขั้นตอนได้ หรือทำได้เพียงส่วนของราชการแต่ไม่สามารถลงนามในความตกลงได้"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
 
                   น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า หรือในส่วนของประเทศที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของอียูก็จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มของอัญมณีทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบ รวมทั้งประชาคมอาเซียน หรือ AEC ที่ต้องมีเวลาตกลงให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนก็ถูกเลื่อนออกไป ยอมรับว่า มีความเป็นห่วงว่าหากมีการเลื่อนการเลือกตั้งจะมีผลกระทบ
 
                   "ดังนั้น ถ้าเราช่วยกันให้การเลือกตั้งผ่านไปก่อน แล้วเร่งทำในเรื่องการปฏิรูปก็จะทำให้การปฏิรูปเสร็จขึ้นเร็ว แล้วก็ทำการยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ ประชาชนก็จะได้ใช้สิทธิและรักษาประชาธิปไตย เพื่อจะใช้สิทธิ์ของทุกคนทั้งประเทศในการตัดสินหารัฐบาลใหม่และตัดสินกลไกการปฏิรูปประเทศให้เดินหน้า แต่วันนี้เราไม่ได้อยู่ในลักษณะที่จะเดินหน้าอย่างเดียว เพราะด้วยข้อจำกัดต่างๆ แต่ถ้าทุกฝ่ายพร้อมที่จะหันหน้ามาคุยกันได้หรือไม่ว่าจะทำอย่างไร ส่วนที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ออกจากตำแหน่งนายกฯ ก็ต้องยืนยันว่า ตนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรีจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง ไม่สามารถปฏิเสธงานนี้ได้ ตนมีหน้าที่ปฏิบัติามกฎหมายไม่เช่นนั้น ก็จะถูกกล่าวหาว่าละเว้นและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ถือเป็นกลไกที่ไม่สามารถขยับได้ และถ้าจะขยับต้องขยับและพูดคุยด้วยกันทั้งหมด และผู้อำนวยความยุติธรรมต้องมาคุยด้วยไม่เช่นนั้นไปไม่ได้" "น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว