ข่าว

2ปัจจัยเสี่ยงเร่ง'รัฐประหาร'2สีปะทะ-'ชุดดำ'โผล่

2ปัจจัยเสี่ยงเร่ง'รัฐประหาร'2สีปะทะ-'ชุดดำ'โผล่

10 ม.ค. 2557

สองปัจจัยเสี่ยงเร่ง'รัฐประหาร' ม็อบ2สีปะทะ-'ชุดดำ'ออกโรง : ทีมข่าวความมั่นคง

              กระแสข่าวการ "รัฐประหาร" แรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทั้งการไม่ยอมรับ และไม่ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยเฉพาะในห้วงการเคลื่อนขบวนครั้งใหญ่ของ กปปส.ในวันที่ 13 มกราคม ที่มีปัจจัยเสี่ยงพร้อมสรรพ

              ล่าสุด พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ได้แถลงจุดยืนของกองทัพบกในตอนหนึ่งว่า "สิ่งที่กองทัพยึดมั่น คือ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ตราบใดที่ทั้ง 4 สถาบันหลักยังไม่ถูกทำลายโดยคนกลุ่มใด กองทัพยังคงมีระเบียบวินัยอยู่เสมอ และจะปกป้องประชาชนคนไทยทุกคน จะไม่เข้าไปก้าวล่วงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ด้วยความมีมารยาทควรพยายามทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

              ปัญหาของคนไทยต้องแก้โดยคนไทย ทหารยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ เพื่อรักษาแผ่นดินไทย และคนไทยจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำลายได้โดยเด็ดขาด หากทุกพวกทุกฝ่ายไม่หยุดทำลายล้างซึ่งกันและกัน กองทัพบกพร้อมปกป้องไว้ด้วยชีวิต

              หากฝ่ายหนึ่งทำผิดกฎหมาย อีกฝ่ายก็จะทำผิดกฎหมายด้วย และใช้วิธีการตอบโต้ด้วยความรุนแรง สุดท้ายประเทศชาติจะเสียหาย คนไทยทุกคน และทหารคงยอมรับไม่ได้” รองโฆษกกองทัพบก แถลงย้ำ

              จากคำให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. เมื่อวันที่ 7 มกราคม ตามด้วยถ้อยแถลงของรองโฆษก ทบ. ในวันที่ 9 มกราคม แสดงให้เห็นแล้วว่า กองทัพไม่ปิดโอกาสตัวเองในการออกมาจากกรมกองเพื่อหยุดยั้งความสูญเสียของคนไทย

              แต่จะออกมาในรูปไหน จะใช่การยึดอำนาจหรือไม่ ต้องดู "สถานการณ์" เป็นหลัก เรียกได้ว่า ดูกันเป็นรายวัน หรือรายชั่วโมงด้วยซ้ำเพราะการยึดอำนาจในทุกวันนี้ไม่ได้ทำได้โดยง่ายดายเหมือนปี 2549 เพราะมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงอย่างมาก 2 ประการด้วยกัน คือ

              1.ความแตกแยกของประชาชนที่แบ่งเป็น 2 ฝ่ายชัดเจน และต่างก็มีมวลชนสนับสนุนจำนวนมาก พร้อมที่จะออกมาได้ตลอดเวลา และ 2.กองกำลัง "ชุดดำ" ที่พร้อมจะยกระดับสร้างสถานการณ์ความรุนแรง และใช้กำลังโต้ตอบเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

              ดังนั้น ในสถานการณ์ตอนนี้ และข้อจำกัดดังกล่าว ทหารจึงทำได้เพียงการ "ติดตามสถานการณ์" อย่างใกล้ชิดไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์จะ “สุกงอม” จริงๆ

              กองทัพมีการประเมิน ตราบใดที่มวลชนเสื้อแดงยังคงปักหลักอยู่ต่างจังหวัดก็คงจะยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น แต่ถ้ามีการเคลื่อนมวลชนเข้ากรุงเทพฯ มาเผชิญหน้ากับกลุ่ม กปปส.เมื่อใด สถานการณ์ก็จะยิ่งสุกงอมมากขึ้นเท่านั้น

              เมื่อสถานการณ์เลวร้ายจริงๆ ทางเลือกสุดท้าย คือ การ "รัฐประหาร" อาจจำเป็นต้องใช้เพื่อหยุดยั้งความสูญเสีย ไม่ใช่การยึดอำนาจเพื่อล้างไพ่กระชับอำนาจให้รัฐบาล หรือเพื่อโค่นล้มรัฐบาลตามความต้องการของกลุ่มต้านระบอบทักษิณ !!

              แหล่งข่าวความมั่นคงระดับสูงมองว่า การรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น หากสถานการณ์บ้านเมืองยังเดินต่อไปได้ แต่ถ้าบ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้กองทัพคงจะต้องเลือกการรัฐประหาร เพราะถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด และหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นอยู่แบบนี้จะยิ่งทำให้บ้านเมืองเสียหายไปเรื่อยๆ แต่การที่จะรัฐประหารในทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และจะต้องประเมินสถานการณ์ให้รอบด้านครอบคลุมที่สุด

              “บ้านเมืองของเราเกิดปัญหาความแตกแยกของคน 2 กลุ่ม ต่างฝ่ายต่างเอาแนวคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ถ้ายังไม่มีการแก้ไขปัญหานี้เชื่อว่าในอนาคตประเทศไทยอาจจะถึงทางตัน และอาจเกิดการเข่นฆ่ากันของคนไทย"

              แหล่งข่าวความมั่นคงคนเดิมรู้สึกเป็นห่วงการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 13 มกราคม มาก และเกรงว่าจะเกิดการปะทะกันของกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน

              นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงเรื่อง "ชายชุดดำ" ที่จะแฝงตัวเข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อให้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่

              "ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงมีการเกาะติดสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเกรงว่าจะมีกลุ่มมือที่สาม เข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายเหมือนกับปี 2553" แหล่งข่าวความมั่นคงคนเดิม กล่าวย้ำด้วยความเป็นห่วง

              จากแนวโน้มของสถานการณ์ รวมทั้งปฏิกิริยาของคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายที่ไม่มีการลดราวาศอกให้แก่กันแม้แต่น้อย จึงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า บทบาทของกองทัพจะหยุดอยู่แค่ "ตัวกลาง" ในการเจรจา หรือก้าวไปไกลกว่านั้น ในสถานการณ์ที่บีบคั้นขึ้นทุกขณะ


......................

(หมายเหตุ : สองปัจจัยเสี่ยงเร่ง'รัฐประหาร' ม็อบ2สีปะทะ-'ชุดดำ'ออกโรง : ทีมข่าวความมั่นคง)