ข่าว

'บิ๊กแจ๊ด"ปัดไขก๊อกน.1

'บิ๊กแจ๊ด"ปัดไขก๊อกน.1

09 ม.ค. 2557

"คำรณวิทย์" ปฏิเสธข่าวลือยื่นหนังสือลาออกจาก ตำแหน่งผบช.น. ยันทำหน้าที่ต่อไป




          วันที่ 9 ม.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมากระทั่งเช้าวันนี้มีข่าวลือสะพัดว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่ง ผบช.น. ต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.แล้วก่อนหน้าโดยระบุเหตุผลการลาออกเพราะ ถูกตำหนิจากผู้ใหญ่ว่าไม่สามารถควบคุมดูแลการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ได้และมีรายงานด้วยว่า เป็นการทำตามคำร้องขอของมารดา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ที่เห็นว่ากระแสการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมีความรุนแรงจึงร้องขอให้บุตรชายยื่นใบลาออกจากตำแหน่งจนกระทั่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง นำเสนอเป็นข่าวหน้า1 ในเช้าวันนี้สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับข้าราชการตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่เห็นข่าวหน้า1ดังกล่าว
    
          จากการสอบถาม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ซึ่งเดินทางมาทำงานใน บช.น.ตามปกติเช้าวันนี้ถึงข่าวดังหน้า1นสพ.ฉบับหนึ่งได้รับการปฏิเสธว่า ไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกใดๆ ตามที่เป็นข่าวพร้อมยืนยันยังทำงานต่อตามปกติเพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะเกษียณอายุราชการแล้วจะไปยื่นใบลาออกทำไม
    
          รายงานข่าวแจ้งว่า ข่าวที่ออกมามีแนวโน้มของความเป็นไปได้สูงแม้ ผบช.น.จะออกมาปฏิเสธก็ตามเพราะหลังจากมีการยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมบริเวณแยกพล.1ในช่วงที่ผ่านมาเกิดพลาดท่าแก๊สน้ำตาตกเข้าไปในวังสวนกุหลาบกระทั่งมีรับสั่งให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์เขียนรายงานชี้แจงและเรียกเข้าเฝ้าในเวลาต่อมาและจากนั้นมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ สั่งการให้ตำรวจที่ดูแลหน้า บช.น.และตำรวจในจุดตรวจแนวกั้นรอบทำเนียบรัฐบาลยอมเปิดทางให้ผู้ชุมนุมเข้าไปด้านในได้อย่างง่ายดายยอมให้รื้อแบริเออร์แนวกั้นแต่โดยดีและยอมที่จะสงบปากสงบคำไม่พูดให้ข่าวในแนวแข็งกร้าวเหมือนแต่ก่อนประกอบกับช่วงหลังเริ่มเก็บตัวมากขึ้นไม่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองใดๆ ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวว่า นายใหญ่ที่ดูไบไม่ปลื้มอย่างมากที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยอมอ่อนข้อกับผู้ชุมนุมให้เคลื่อนไหวดาวกระจายปิดล้อมกทม.ได้อย่างอำเภอใจ
    
          พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว นายตำรวจติดตาม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.และหัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ผบช.น.และการเป็นข้าราชการตำรวจต่อพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ตามที่เป็นข่าวลงหน้า1นสพ.ฉบับหนึ่งและข่าวลือที่ออกมาแต่อย่างใดเชื่อว่าข่าวที่ออกมาเป็นการดิสเครดิตผบช.น.มากกว่า
    
          ด้านความเคลื่อนไหวภายใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติแม้มีกระแสข่าวนายใหญ่ดูไบไม่ปลื้มการทำงานของ ผบ.ตร.และ ผบช.น.ก็ตามแต่การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจยังเดินหน้าต่อไปมีการเตรียมความพร้อมในการวางแนวทางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผู้บังคับการ( รองผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) วาระประจำปี โดยมีคำสั่งให้หน่วยขึ้นตรงสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ(ผบ.ตร.) ประชุมคัดเลือกในวันที่ 30 ม.ค. และให้มีคำสั่งในวันที่ 31 ม.ค. ส่วนในกองบัญชาการอื่นๆให้ประชุมคัดเลือกในวันที่ 30 ม.ค. ให้ผู้บัญชาการหน่วยมีคำสั่งแต่งตั้งในวันที่ 31 ม.ค. โดยให้คำสั่งมีผลในวันที่ 5 ก.พ.
    
          ขณะเดียวกันพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ลงนามบันทึกข้อความเรื่องแนวทางแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีใจความสำคัญ ดังนี้ ให้เยียวยาตามที่อนุก.ตร.ร้องทุกข์ มีมติให้แก้ไขทุกราย การแต่งตั้งครั้งนี้ยังคงยึดอาวุโสร้อยละ 33 กรณีแต่งตั้งโยกย้ายโดยดำรงตำแหน่งเดิมไม่ครบ 2 ปี ต้องขอความเห็นชอบจากผบ.ตร. นอกจากนั้นแนวทางการแต่งตั้งก็เป็นเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยให้ดำเนินการแต่งตั้งตามกำหนดเวลาโดยเคร่งครัดและนัดหมายประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 1/2557วันที่ 10 ม.ค. เวลา 13.30 น. วาระสำคัญคือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผบช.-ผบก.ในตำแหน่งที่ว่างอยู่
        
          ขณะที่กองทัพสื่อมวลชนวิเคราะห์ทางออกการเมืองไทยส่งต่อผ่านระบบไลน์มือถือและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คกันอย่างแพร่หลายมีใจความว่า ศึกชิงเมืองระหว่างกลุ่มเพื่อนแม้วและกลุ่มโค่นแม้วใกล้ถึงจุดแตกหักเข้ามาทุกขณะ
    
          ล่าสุดนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ภายใต้โลโก้แดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีชัยเหนือรัฐบาลของกำนันสุเทพมาแล้วในอดีต และเป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์แบบออกหน้า ก็ได้ขึ้นเวทีประชุมแกนนำ นปช.ทั่วประเทศ ภายใต้หัวข้อหยุดรัฐประหาร-ต่อต้านกบฏ เมื่อวันก่อน แค่สื่อมวลชนได้เห็นหัวข้อการประชุมก็พอจะมองเห็นเค้าลางว่ากลุ่มคนเสื้อแดงนั้นต้องการอะไรและปฏิเสธอะไร  ลองเอ็กซเรย์ดูความต้องการของแกนนำคนเสื้อแดงในสภาวะคล้ายถูกต้อนให้เข้ามุมกันดูก่อน เริ่มจากการเริ่มระดมประชาชนในแต่ละพื้นที่เพื่อแสดงพลังในวันที่ 13 มกราคม 2557 ในต่างจังหวัด ซึ่งตรงกับวันชัตดาวน์เมืองหลวงของกลุ่ม กปปส. เป็นที่รับรู้รับทราบกันมานานแล้วว่ากลุ่มคนเสื้อแดงนั้นต้องการให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ แต่ที่เสียวกระดูกสันหลังเห็นจะเป็นประเด็นที่มีการสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่นออกมาแสดงพลังในการต่อต้านรัฐประหาร

          พร้อมกันนี้แกนนำคนเสื้อแดงที่ผันตัวเองไปเป็นเสนาบดีในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังได้ขอร้องให้มวลชนฟากฝั่งตนเองร่วมกันปราบกลุ่ม กปปส.ในข้อหากบฏของแผ่นดิน และทันทีที่เกิดการยึดอำนาจก็ให้ประชาชนคนเสื้อแดงไปรวมตัวกันที่ค่ายทหารในจังหวัดนั้นๆ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจดังกล่าว ในศึกชิงเมืองรอบนี้จะเห็นได้ว่าฝ่ายไหนโปรทหาร และฝ่ายไหนตีกรอบทหารไม่ให้ออกนอกแถว แต่ถึงที่สุดแล้วหากสถานการณ์ลุกลามบานปลายเชื่อขนมกินได้เลยว่ากองทัพจะกลับมาเป็นพระเอกขี่ม้าขาวอีกครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทยอย่างแน่นอน