
'จารุพงศ์'อัด'กกต.'ตัดสิทธิผู้สมัคร
'จารุพงศ์' อัด 'กกต.' ตัดสิทธิผู้สมัครส.ส. ยันตรวจสอบคุณสมบัติผ่านทุกคน แนะทบทวนมติ จี้ 'ผู้ว่าฯ-นอภ.' เอาผิด 'กำนัน-ผญบ.' ขึ้นเวทีกปปส.
8 ม.ค.57 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้สมัครส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย 4 คน
โดยนายจารุพงศ์ กล่าวว่า ก่อนที่จะพรรคจะส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.นั้น พรรคมีคณะกรรมการคัดสรรและฝ่ายกฎหมายตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครอย่างชัดเจนว่า มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้นขอปฏิเสธกรณีที่กกต.ตัดสิทธิดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้จะยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ขอแนะนำให้กกต.ทบทวนมติดังกล่าว เพราะคนที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.แต่เมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้วไปใช้สิทธิก็ถือว่าได้สิทธิในการลงสมัครส.ส. อย่างไรก็ตาม กกต.อาจจะเป็นมือใหม่หัดขับ แต่ก็อยากให้ขับแข็งๆ หน่อย เพราะหากขับไม่ดีก็อาจจะพากันตกเหวหมด
ด้าน พล.ต.อ.วิรุฬห์ กล่าวว่า ตนไปใช้สิทธิเลือกตั้งมาโดยตลอด ทั้งนี้ หลังจากทราบเรื่องดังกล่าวก็ได้เดินทางไปขอหนังสือรับรองจากกกต.นนทบุรีที่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล้วงหน้า ดังนั้นการที่กกต.มีมติดังกล่าวออกมาจึงถือว่าเป็นการกระทำที่หละหลวม จากนี้จะไปยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตามที่กกต.บอกมา แต่อยากให้กกต.ทบทวนมติดังกล่าวด้วย
ขณะที่นายอริสมันต์ กล่าวว่า ตนขอให้กกต.เขตจตุจักรรับรองการใช้สิทธิเลือกตั้งให้แล้ว ยืนยันว่าตนได้ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเชื่อว่าผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่ถูกเพิกถอนสิทธิทั้ง 4 คนนั้นได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งล่าสุดด้วยเช่นกัน ดังนั้นการที่กกต.มีมติดังกล่าวจึงทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก อยากให้กกต.ใช้ความรอบคอบในการตรวจสอบด้วย ไม่ใช่ให้ผู้สมัครไปร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเอง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การตรวจสอบคุณสมบัติของกกต.นั้น เมื่อมีความบกพร่องเกิดขึ้นก็สามารถทบทวนแก้ไขได้ ไม่ต้องโยนภาระให้ผู้สมัครไปยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเอาเอง
'มท.1' จี้ 'ผู้ว่าฯ-นอภ.' เอาผิด 'กำนัน-ผญบ.' ขึ้นเวที กปปส.
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย แถลงถึงกรณีที่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ชุมพร ขึ้นปราศรัยบนเวที กปปส.ว่า กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ การเข้าร่วมกระทำการในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎหมายทั้งๆ ที่สวมเครื่องแบบราชการเป็นการกระทำที่ไม่สมควร สถานการณ์การเมืองปัจจุบันประชาชนมีความเห็นทางการเมืองที่ขัดแย้ง ดังนั้นการที่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านแสดงออกถึงการเลือกข้างอาจทำให้ประชาชนเสื่อมความเคารพรวมทั้งกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรได้
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขอเตือนว่าใครทำอะไรไปต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน มาตรา 95 ที่กำหนดให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านต้องรักษาชื่อเสียงมิให้เสี่ยมเสีย และมาตรา 82 ที่ห้ามมิให้ใช้อำนาจหน้าที่หากประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการไปให้หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอให้ตรวจสอบในเรื่องนี้ หากผิดจริงก็ต้องพิจารณาบทลงโทษ และหากมีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนเข้ามา ผู้ว่าฯ และนายอำเภอต้องดำเนินการ ไม่ทำไม่ได้ และขอเตือนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านให้คิดให้รอบคอบก่อนจะทำอะไร เพราะบางคนอาจไม่ทราบว่ามีความผิดดังกล่าวอยู่
ส่วนกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ระบุว่าจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบ ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครถูกก็ว่าไปตามถูก แต่ถ้าไม่ดำเนินการไม่ต้องลาออก ตนจะไล่ออกเอง ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้ติดต่อมายังตนและยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว
'จารุพงศ์' ประณามมือดีปล่อยเอกสารปลอม
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขณะนี้มีการเผยแพร่ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่า พรรคเพื่อไทยสั่งให้แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทุกจังหวัดนำมวลชนมาปกป้องสถานที่ราชการในวันที่ 13 ม.ค. เพราะกปปส.ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. จะปิดกรุงเทพฯ และสถานที่ราชการ นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงแผนปฏิบัติการ อาทิ พรรคเพื่อไทยได้ติดต่อกับกองทัพกัมพูชาเพื่อขออาสาทหารรับจ้างเพื่อใช้อาวุธสงคราม เช่น สไนเปอร์ เพื่อสังหารนายสุเทพให้ได้ หากทหารรับจ้างหรือคนเสื้อแดงสามารถสังหารนายสุเทพได้จะได้รับเงินค่าหัว 50 ล้านบาท ขณะที่ค่าหัวแกนนำกปปส.คนอื่นๆ นั้นจะได้รับการพิจารณาจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอีกที โดยลงชื่อตนพร้อมกับลายเซ็นแนบท้ายอีกด้วย อย่างไรก็ตามตนขอปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น่าจะเป็นการสร้างกระแสบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อหวังแสวงผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา เป็นการสร้างความขัดแย้ง กระทบกับความมั่นคงและกระทบต่อความสัมพันธ์กับประเทศบ้าน
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ด้วย อย่างไรก็ตามทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นเรื่องให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) นำตัวคนผิดมาลงโทษ เพราะสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง
'พท.' ฉุน 'ปปช.' รีบแจ้งข้อหา '308 ส.ส.-ส.ว.' มีนัยยะทางการเมือง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา 308 ส.ส.และส.ว.ที่เสนอและลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.ว่า ยืนยันว่าการใช้สิทธิของสมาชิกรัฐสภาเป็นไปโดยสุจริต เมื่อป.ป.ช.นัดให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 15-17 ม.ค.พวกตนก็จะเดินทางไปพบ แต่ขอถามป.ป.ช.ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งทำไมป.ป.ช.จึงเร่งดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างรวดเร็ว มีนัยยะทางการเมืองหรือไม่
ทั้งนี้ หากเปรียบกับคดีที่ป.ป.ช.รับเรื่องและตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนก่อนหน้านี้ ทั้งคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. กรณีสั่งสลายการชุมนุมปี 53 และคดีต่างๆ ของพรรคประชาธิปัตย์รวม 13 เรื่องนั้น ป.ป.ช.กลับไม่เร่งดำเนินการและแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมา 3 ปี แต่รีบดำเนินการในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.ที่เกิดขึ้นภายหลัง การกระทำดังกล่าวสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ อยากถามว่าป.ป.ช.ทำอะไรอยู่
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมปิดกรุงเทพฯ รวมทั้งนำป้ายปฏิรูปของนายสุเทพไปปิดทับป้ายหาเสียงของผู้สมัครส.ส.พรรคการเมืองต่างๆ ว่า เป็นการกระทำที่เหิมเกริม เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน กกต.ต้องเอาผิดบุคคลที่กระทำการดังกล่าว รวมทั้งเร่งแก้ปัญหาให้ผู้สมัครที่เสียสิทธิในการรับสมัครเลือกตั้ง 29 เขต และเอาผิดผู้ขัดขวางการรับสมัครด้วย หากกกต.ไม่รีบดำเนินการแก้ปัญหาถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตนจะยื่นเอาผิดกับกกต.ต่อไป
ส่วนกรณีที่กกต.ตัดสิทธิผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคต่างๆ โดยอ้างว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ขอให้ประธานกกต.ตรวจสอบรายละเอียดของผู้สมัครให้รอบคอบอีกครั้ง เพราะผู้สมัครพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขาดคุณสมบัติและไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ขอให้กกต.รีบประกาศรับรองสิทธิผู้สมัคร อย่าโยนภาระให้ผู้สมัครไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาด้วยตัวเอง เรื่องนี้กกต.แก้ไขได้ ในอดีตก็เคยมีการตรวจสอบซ้ำกรณีที่มีปัญหาและคืนสิทธิให้ผู้สมัครมาแล้ว
'พท.' เหน็บ 'ปชป.' ผลาญเงินทำปฏิรูปพันล้านแต่ล้มเหลว
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศว่า ขอถามนายอภิสิทธิ์ว่า ช่วงเวลา 2 ปี 7 เดือนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มีการตั้งคณะกรรมการต่างๆ มาดำเนินการปฏิรูปหลายเรื่อง อาทิ คณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน คณะกรรมการสมัชชาปฎิรูปที่มีนพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน และคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ซึ่งใช้เงินถึง 1,187 ล้านบาทแต่ไม่มีอะไรคืบหน้า กลับออกมาระบุว่าให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เป็นแค่ข้ออ้างบังหน้าและประดิษฐ์วาทกรรมการเมืองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง หากต้องการปฏิรูปจริงทำไมจึงบอยคอตการเลือกตั้ง



