
'คปท.'ไม่ย้าย'ทำเนียบ'งดจัดงานวันเด็ก
'นครบาล' เผยงดจัดงานวันเด็กที่ทำเนียบ เหตุ คปท.ไม่ย้ายที่ชุมนุม หวั่นไม่ปลอดภัย สั่งคุมเข้มงานวันเด็ก 136 แห่ง ปรับแผนรับศึกปิดกรุงฯ คาดม็อบทะลุ 1.5 แสนคน
8 ม.ค. 57 เมื่อเวลา 10.45 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ ว่าได้ประสานไปยังนายอุทัย ยอดมณี แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งชุมนุมอยู่ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ให้เคลื่อนย้ายออกไปจากบริเวณดังกล่าว เพื่อรัฐบาลจะได้จัดงานวันเด็ก และได้รับการยืนยันว่า คปท.จะไม่ย้ายที่ชุมนุม แต่จะยอมเปิดประตูให้จัดงานวันเด็กได้ และจากการพิจารณาสถานการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุโยนประทัดยักษ์ และยิงปืนบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้รายงานต่อสื่อมวลชนไปแล้ว รัฐบาลจึงงดจัดงานวันเด็กที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับเด็กและเยาวชนที่จะเข้ามาบริเวณดังกล่าว
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า การจัดงานวันเด็กในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น มีการจัดงานทั้งหมด 136 แห่ง โดยจะมีสถานที่จัดงานที่น่าสนใจ 13 จุด คือ 1. สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) 2. สวนสัตว์ดุสิต 3. พื้นที่โครงการส่วนพระองค์ 904 4. รัฐสภา 5. ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง 6. สถานสงเคราะห์เด็กบ้านราชวิถี 7. กองทัพอากาศ 8. กองบัญชาการกองทัพไทย 9. สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ใต้สะพานพระราม 3 10. ลานหน้าอาคารนิมิบุตรสนามศุภชลาศัย 11. สนามกีฬาเอฟบีทีลาดกระบัง 12. ศูนย์เยาวชนบางขุนเทียน 13. โรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์ ซึ่งได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุกกองบังคับการ และทุกสถานีตำรวจในพื้นที่ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยให้ บก.จร.จัดกำลังสนับสนุนพื้นที่ต่างๆ ในจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ
จัดระบบเดินรถรับมือปิดถนน 20 จุด
พล.ต.ต.อดุลย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ประชุมนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กำกับดูแลงานจราจรลงไปจนถึงระดับรองสารวัตรจราจร 88 สน. และ 4 สน.ในสังกัดกองบังคับการตำรวจจราจรทั้งหมดวางแนวทางแก้ไขปัญหาจราจรรองรับการชุมนุมปิดเส้นทางเดินรถ 20 จุด วันที่ 13 ม.ค.ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส.ประกาศไว้ โดยตั้งเวทีชั่วคราว 7 จุด คือ
1. หน้าศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ
2. ห้าแยกลาดพร้าว
3. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
4. แยกปทุมวัน
5. สวนลุมพินี
6. แยกอโศกมนตรี
7. แยกราชประสงค์
และปิด กทม. สถานที่ราชการสำคัญ ไม่ให้ข้าราชการทำงาน พร้อมกำหนดเส้นทาง 20 จุด เป็นถนนคนเดิน
1. แยกอุรุพงษ์
2. แยกเจริญผล
3. สถานีรถไฟหัวลำโพง
4. ถ.บางรัก
5. ถ.สีลม
6. สามย่าน
7. ถ.พญาไท
8. แยกราชเทวี
9. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
10. สยามสแควร์
11. ห้าแยกลาดพร้าว
12. สามเหลี่ยมดินแดง
13. ย่านประตูน้ำ
14. ย่านราชประสงค์
15. สวนลุมพินี
16. แยกคลองเตย
17. แยกอโศกมนตรี
18. ถ.ราชดำเนิน
19. ถ.เพชรบุรี
20.เยาวราช
รองผบช.น. กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผบ.ตร.รับผิดชอบงานด้านการจราจร เป็นประธานการประชุมวางมาตรการรองรับการจราจรและแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด โดยกำหนดให้ตั้งจุดอำนวยความสะดวกด้านการจราจรรอบบริเวณที่มีการตั้งเวทีการชุมนุมและจุดที่ปิดการจราจรและจัดกำลังตำรวจจราจรเข้าจุดลงพื้นที่เร่งระบายรถ ติดป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางปิดถนนและทางหลีกเลี่ยงต่างๆ และแจ้งข่าวผ่านสื่อวิทยุจราจรเส้นทางปิดการจราจรและทางหลีกเลี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยให้นายตำรวจระดับสารวัตรจราจรและรองผกก.ลงพื้นที่ดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด รายงานภาพรวมจราจรไปยังศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร (บก.02) อย่างต่อเนื่อง จนกว่าการจราจรจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
ปรับแผนรับศึกปิดกรุงฯ คาดม็อบทะลุ 1.5 แสนคน
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ได้ร่วมประชุมบริหารจัดการจราจรกับเจ้าหน้าหน่วยปฏิบัติด้านจราจรทุกกองบังคับการ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการซักซ้อมเน้นย้ำแผนปฏิบัติการจัดการจราจร กรณีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.จะมีการเคลื่อนไหวปิดเส้นทางการจราจร ตั้งเวทีปราศรัยใน 7 จุด ได้แก่ ปทุมวัน แยกราชประสงค์ แยกอโศก สวนลุมพินี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกลาดพร้าว และแจ้งวัฒนะ
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ เปิดเผยว่า ในส่วนนี้ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จำนวน 4,000 นาย ในการปฏิบัติแบบบูรณาการทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสถานที่สำคัญที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ 12 รพ.โดยรอบ โรงเรียน 24 แห่ง และโรงแรม 28 แห่งที่มีชาวต่างชาติพักอาศัย รวมถึงสถานีดับเพลิง 5 แห่ง ที่จะต้องเดินทางออกไปได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมกันนี้ได้วางมาตราการรับมือไว้ 3 ขั้นตอน คือ ขณะผู้ชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง ,ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวน และถึงที่หมายปิดทางแยก โดยได้จัดชุดปฏิบัติการไว้ 4 ชุด คือ ชุดประสานงานเจรจาจราจร ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อให้เกิดช่องทางการเดินรถได้ในกรณีฉุกเฉิน ชุดอำนวยการจราจรตามทางแยกเพื่อไม่ให้เกิดรถติดขัดล๊อคเป็นวงแหวน และเน้นการให้บริการ จัดชุดของจราจรโครงการพระราชดำริ ตำรวจหญิง ร่วมกับทหารเสนารักษ์ ในการจัดตั้งจุดบริการปฐมพยาบาลเบื้องตัน มีรถพยาบาล 1 คันประจำจุด และจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว
พร้อมกันนี้ ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในด้านความมั่นคง ด้านการแพทย์ กองบินตำรวจ พร้อมมีการบริหารจัดการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบคมนาคม จัดที่จอดรถ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการการเดินทาง ทางน้ำ รถไฟฟ้า และรถประจำทาง ที่จะต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเลี่ยงการชุมนุม
ทั้งนี้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จากการประเมินตามจุดชุมนุม 7 จุดนั้นจะส่งผลกระทบต่อ 16 เส้นทางสายหลัก ได้แก่ สุขุมวิท ,พระราม 1, พระราม 4, สีลม, ราชดำริ ,ราชปรารถ, พญาไท, พหลโยธิน, อโศก, รัชดาภิเษก, ราชวิถี ,ดินแดง, ประชาสงเคราะห์ ,วิภาวดี ,ลาดพร้าว, แจ้งวัฒนะ และเส้นทางต่อเนื่อง อีก 8 เส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ ถ.สุทธิสาร ถ.กำแพงเพชร ถ.พระราม 6 ถ.บำรุงเมือง ถ.เพชรบุรี ถ.พระราม 9 ถ.เจริญกรุง ถ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตำรวจจราจรจะเน้นการบริการเป็นหลัก ในการอำนวยความสะดวกด้านจราจรอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในน้อยที่สุด
โดยในที่ประชุม พล.ต.ต.จิรสันต์ ผบก.จร. ได้มีการเน้นย้ำถึงขั้นตอนการปฏิบัติ โดยให้รอง ผบก.เป็นผบ.เหตุการณ์ในการรับผิดชอบในแต่ละเวทีชุมนุม พร้อมให้มีการจัดตั้งเต้นท์ "ตำรวจจราจรบริการประชาชน" เน้นย้ำการให้บริการ ยึดหลักความอดทน หากถูกรุกรานให้ใช้ยุทธวิธี มีการบันทึก เพื่อใช้ในการดำเนินคดี ทั้งนี้ จากการข่าวคาดว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมในวันดังกล่าว ประมาณ 150,000 คน



