ข่าว

"อภิสิทธิ์"ชี้อาเซียนจะเป็นช่องทางทำธุรกิจในปี2015

"อภิสิทธิ์"ชี้อาเซียนจะเป็นช่องทางทำธุรกิจในปี2015

19 มิ.ย. 2552

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ให้ความมั่นใจนักลงทุนอาเซียน สามารถเป็นพลังขับเคลื่อนเต็มไปด้วยโอกาสการค้าและการลงทุน ระบุตลาดอาเซียนถือเป็นอีกช่องทางเลือกของปลายทางและเป้าหมายการทำธุรกิจในอนาคตของภูมิภาคในปี 2015

(19มิ.ย.) เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน  ASEAN Leadership Forum 2009 ครั้งที่ 6 ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพ  โดยนายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวชื่นชมสถาบัน ASEAN Strategy & Leadership Institute (ASLI) และสำนักงานเลขาธิการอาเซียน ASEAN Secretariat ที่ทำให้งานวันนี้เกิดขึ้นได้จริง เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นเจ้าของอาเซียนแต่อาเซียนเป็นของประชาชนทุกคน และผู้บริหารชั้นนำในสาขาต่างๆ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนอาเซียนมุ่งสู่ความเป็นชุมชนอาเซียน
 
 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพียงรอบทศวรรษที่ผ่านมามีวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่เกิดขึ้นถึงสองครั้ง และเกิดภัยธรรมชาติต่างๆ มากมายตลอดห้าปี สิ่งแวดล้อม ความมั่นด้านอาหารและพลังงาน กลายเป็นประเด็นวิตกกังวล ยังมีโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นใหม่ๆ อาทิ ซาร์ส ไข้หวัดนก และที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ซึ่งไม่มีประเทศใดที่จะสามารถต่อสู้ได้ตามลำพัง ดังนั้น ความร่วมมือเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกันภายในภูมิภาค จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้สามารถเอาชนะความท้าทายในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นอนาคตได้
 
 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกในวันนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการหารือของที่ประชุมในวันนี้ ทุกคนเห็นถึงความรุนแรงด้วยกัน เนื่องจากโลกในวันนี้ มีการพึ่งพาและเชื่อมโยงกันมาก วิกฤตต่างๆ มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงมากยิ่งขึ้น อาเซียนในเวลานี้ต้องมองข้ามวิกฤติไปถึงโลกข้าหน้าที่เราต้องการ หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ผ่านพ้นไป และเริ่มต้นกับประเทศและกลุ่มประเทศอื่นๆ เพื่อออกแบบโลกเพื่อสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งร่วมกัน ก่อให้เกิดการพัฒนาและการเติบโตอย่างยั่งยืน อาเซียนเป็นสถานที่ที่เหมาะสม ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้ 1. ชุมชนเศรษฐกิจอาเซียน โอกาสเพื่อธุรกิจ ( ASEAN Economic Community-AEC) 2015 โ ดย นี่เป็นครั้งแรกที่ 10 ชาติอาเซียนต้องทำงานร่วมกัน เพื่อเป็นชุมชนเศรษฐกิจเดียวในปี 2015 คือ 1 ตลาดเดียวและเป็นฐานการผลิต 2. ภูมิภาคที่มีการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างสูง 3. ภูมิภาคที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม 4. ภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก เหล่านี้ คือ สี่เสาหลักที่มีความเชื่อมโยงและค้ำจุนชุมชุนอาเซียน
 
 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเป็นตลาดเดียวและเป็นฐานการผลิต คือ เมื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็นตลาดเดียวก็จะมีขนาดใหญ่ สินค้า การบริการ ทุนและแรงงานวิชาชีพที่มีฝีมือ จะสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระทั่วภูมิภาค ดังนั้น สินค้าและบริการต่างๆ จะมีฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกันและสามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคได้ทั้งภูมิภาค ซ ึ่งภูมิภาคที่มีการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูง หมายถึงจะสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า สิทธิบัตรสำหรับสินค้าและบริการ จะได้รับการคุ้มครอง รวมทั้งการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็น อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT) การคมนาคมและพลังงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและให้การติดต่อกับประเทศแม่ รวมทั้งพันธมิตรทางธุรกิจในภูมิภาคเป็นไปอย่างใกล้ชิด การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยังเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ เพราะจำเป็นต้องล่อเลี้ยงพรสรรค์และยกระดับความชำนาญให้สูงยิ่งขึ้น
 
 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม หมายถึง พันธกิจของอาเซียน คือ ให้ความมั่นใจได้ว่าสมาชิกใหม่ของอาเซียนทั้งกัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม จะได้รับโอกาสในการรวมตัวกันทีลึกซึ้งของอาเซียน เช่นเดียวกับประเทศสมาชิกดั้งเดิม การลดช่องว่างของการพัฒนาถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อให้ชุมชนอาเซียนมีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่อำเภอชะอำ-หัวหิน เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ผู้นำอาเซียนได้รับแผนงานภายใต้ข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ( IAI) โดยมุ่งที่จะเร่งรัดกระบวนการการสร้างชุมชนให้มีความสมดุลด้วยแนวทางที่ยั่งยืน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ โดยได้มีการส่งเสริม SMEs ให้มีความร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ SMEs ในวงจรเดียวกันนั้นมีความเข้มแข็ง สามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต โดยให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านการวิจัยและการพัฒนาเชิงพาณิชย์สำหรับสินค้าใหม่ๆ คำแนะนำ การฝึกอบรม รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี
 
 นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจโลก อาเซียนสามารถขยายการเข้าถึงตลาด และโอกาสทางการผลิตให้กับ พันธมิตรคู่เจรจาโดยผ่านข้อตกลงเขตการค้าเสรี ( FTAs) ซึ่งเป็นที่น่ายินดี ได้มีการบรรลุข้อตกลงเขตการค้าเสรีแล้วกับเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีการลงนามข้อตกลงการค้าสินค้าและบริการกับจีน ซึ่งจะมีการลงนามกับอินเดียด้วย และจะมีการลงนามข้อตกลงการลงทุนกับจีนในปีนี้ รวมทั้งการเจรจากับข้อตกลงการค้าและการลงทุนกับอินเดีย ก็มีความก้าวหน้า และขณะนี้ ก็ยังมีการเจรจาเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปในฐานะตลาดเดียว อาเซียนจะดึงดูดธุรกิจพร้อมกับเป็นเป้าหมายปลายทางของการลงทุนและธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น
 
 รัฐบาลอาเซียนจะทำทุกแนวทางเพื่อให้เศรษฐกิจหลุดพ้นจากวิกฤตและสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการค้า ทุกภาคส่วนสามารถใช้โอกาสและได้รับประโยชน์จากชุมชุนเศรษฐกิจอาเซียน รัฐบาลอาเซียนได้ดำเนินนโยบายที่คล้ายคลึงกันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และพร้อมต่อต้านลัทธิกีดกันทางการค้า เพราะการค้าเสรีที่ยุติธรรมจะเป็นตัวจักรสำคัญ ในการเติบโต รวมทั้ง ความร่วมมือด้านการเงิน จากข้อริเริ่มเชียงใหม่ในระดับพหุภาคี ( CMI) ซึ่งมีทั้งข้อตกลง swap และการนำเงินสำรองมารวมกัน
 
 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 2. ความหลากหลายภายในภูมิภาคอาเซียน ซ ึ่ง ภูมิภาคอาเซียนมีความหลากหลายภายในภูมิภาคทำให้มีทุกๆสิ่งสำหรับทุกๆ คน อาเซียนประกอบด้วยประชากรกว่า 600 ล้านคน เป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย ส่งให้ภูมิภาคนี้เป็นตลาดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ในแง่ธุรกิจแล้ว ความหลากหลายทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจเฉพาะ อาทิ การเพิ่มมูลค่าธุรกิจบริการและสินค้า ที่อาจเหมาะกับประเทศสมาชิกที่มีการพัฒนามากกว่า ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาน้อยกว่า มีแรงงานเพื่อการผลิตที่หลากหลาย ช่วยให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง เท่ากับเป็นการส่งเสริมความสามารถทาง การแข่งขันของอาเซียนโดยรวม
 
 นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงสาระที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เขตเศรษฐกิจอาเซียนได้เสนอโอกาสและประโยชน์เชิงการแข่งขันในแต่ละสาขา โดยเฉพาะภายใต้ 12 สาขาที่มีความสำคัญในลำดับแรกๆ อาทิ มาตราการสร้างแรงจูงใจในการลงทุนและมาตรการ อื่นๆ รวมทั้ง สินค้าเกษตร ยานยนตร์ อิเล็กทรอกนิกส์ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ยางพาราและไม้
 
 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 3. ความเป็นพลวัตของอาเซียน โ ดย อาเซียน ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณที่มีความพลวัตรมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คือ ทวีปเอเชีย พื้นที่ที่มีพลวัตรและความยืดหยุ่นของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจสูง คือปัจจัยขับเคลื่อนกลุ่มอาเซียน เป้าหมายขณะนี้ คือ การทำให้กลุ่มอาเซียนสามารถตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจและประชาชนได้มากยิ่งขึ้น การประชุม สุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ชะอำ / หัวหิน เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ลงนามความตกลงเกี่ยวกับการค้าสินค้าและบริการที่สำคัญหลายฉบับ รวมทั้งความตกลงเกี่ยวกับการลงทุน ทุกฉบับมีเป้าหมายในการอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจในภูมิภาค อาทิ ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน ที่ต้องการเพิ่มความโปร่งใสและความแน่นอนภายใต้กรอบการทำงานด้านกฎหมายของอาเซียน และ ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียนรอบด้านฉบับใหม่
 
 นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลไม่สามารถสร้างหรือกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้โดยลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการและสังคมโดยรวม ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังและตัดสินใจในสิ่งที่จำเป็นอย่างเฉียบขาด คิดหาทางออกของปัญหาอย่างสร้างสรรค์โดยภาคเอกชน คือ หุ้นส่วนสำคัญของการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน  โดยกระตุ้นการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ทั้งในลักษณะที่รัฐ-เอกชนต่างก็ได้ประโยชน์ ( win-win) และความเป็นพันธมิตรระหว่างภาครัฐ-ภาคเอกชน ให้เกิดขึ้นทั้งภูมิภาค นำความรู้ความเชี่ยวชาญและทรัพยากรมารวมกัน รัฐบาลในภูมิภาคควรดำเนินมาตรการที่จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สร้างเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์จากขนาด กำหนดพื้นที่ทางเศรษฐกิจและกฎระเบียบที่จำเป็นต่อธุรกิจอย่างเหมาะสม ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการบริการที่จำเป็น
 
 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การรวมตัวกันทางเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หมายถึงการแข่งขันที่สูงยิ่งขึ้น ภาคเอกชน ต้องจัดหาสินค้าที่ดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับภาคอุตสาหกรรม และความรู้ทางธุรกิจ แนวความคิดที่สอง คือ การกระตุ้นให้ภาคเอกชนมีการจับคู่ทางธุรกิจ สร้างเครือข่าย และระดมความคิดเพื่อให้กลุ่มอาเซียนกลายเป็น "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" และขยายไปสู่ประเทศคู่เจรจาของชุมชนอาเซียนโดยผ่านความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่มีอยู่ เพื่อให้การเข้าถึงตลาด เครือข่าย และคู่เจรจาสำหรับสินค้าและบริการของอาเซียนขยายตัวมากยิ่งขึ้น วางรากฐานเพื่อให้อาเซียนเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจในเอเชียและส่วนอื่นๆ ในโลกได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น กระตุ้นให้ภาคเอกชนใช้โอกาสที่มีอยู่มากมาย ในการขับเคลื่อนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน ช่วยกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นในภูมิภาค โดยการรักษาแรงขับเคลื่อนในการเติบโต การวางแผนการลงทุนและการจ้างงาน รัฐบาลอาเซียนจะผลักดันแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ รักษาอำนาจการซื้อและการบริโภค และสร้างความเข้มแข็งของตลาดทุน โดยมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบให้มีความทันสมัย และสร้างกฎระเบียบที่เชื่อถือได้ เสริมสภาพคล่องให้พอเพียงสำหรับการฟื้นฟูและสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน 
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาและความท้าทายต้องการความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เพียงระหว่างรัฐบาล แต่ลงไปถึงระดับประชาชน การบูรณาการในระดับภูมิภาคไม่ใช่เครื่องประดับ แต่เป็นสิ่งจำเป็น การรวมตัวกันของอาเซียนไม่ใช่แค่เป็นสิ่งสำคัญต่อกลุ่มอาเซียน แต่ยังมีผลต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกและภูมิภาคอื่นๆ โดยรวม อาเซียนยังได้มีความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเอเชียตะวันออก และเป็นพลังขับเคลื่อนของสถาปัตยกรรมต่างๆ ในภูมิภาค 
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ในฐานะประธานอาเซียนว่ามีความภูมิใจในความสำเร็จต่างๆ ที่ผ่านมาของเรา ตลาดอาเซียนเมื่อรวมกันแล้ว จะมีประชากรกว่าครึ่งพันล้านคน GDP รวมกันมากกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และการส่งออกมีมูลค่ามากกว่า 1.66 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาเซียน เป็นพลังขับเคลื่อนเต็มไปด้วยโอกาสการค้าและการลงทุน รวมทั้งโอกาสอื่นๆ ที่ภาคส่วนต่างๆ ของอาเซียนยังสามารถแสวงหาและนำมาปรับใช้ ดังนั้น จึงขอให้วางใจและเชื่อมั่นอาเซียน พิจารณาอาเซียน ว่าเป็นอีกทางเลือกของปลายทางและเป้าหมายการทำธุรกิจและการลงทุน มองไปยังภาพในอนาคตของภูมิภาคในปี 2015