ข่าว

สู่ชัยชนะในการเปลี่ยนมุมมองใหม่

สู่ชัยชนะในการเปลี่ยนมุมมองใหม่

09 ม.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : สู่ชัยชนะในการเปลี่ยนมุมมองใหม่

 

                          หลังจากโดฟทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้หญิงไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แล้วพบว่ามีผู้หญิงเพียง 1% เท่านั้นที่กล้านิยามตนเองว่าดูดี นั่นเองจึงเกิดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนมุมมองผู้หญิงไทยให้มั่นใจในความสวยของตัวเองกว่าเดิม ล่าสุดกับกิจกรรมมินิมาราธอนครั้งพิเศษ “คีพ รันนิ่ง, คีพ บีลีฟวิ่ง” ที่สวนลุมพินี เพื่อชวนนักวิ่งกว่า 500 คน มาร่วมแสดงพลังด้วยกัน เพื่อเผยให้เห็นความมั่นใจในความสวยในแบบของตัวเอง

                          วรรณิภา ภักดีบุตร รองประธานกรรมการบริหารด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ความงาม บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวถึงที่มาของกิจกรรมในครั้งนี้ว่า เพื่อที่จะเปิดมุมมองให้คนไทยได้เห็นว่า จริงๆ แล้ว “คุณดูดีกว่าที่คุณคิด” เพียงแค่เปลี่ยนมุมมองต่อรูปลักษณ์ของคุณเป็นแง่บวก เราเชื่อว่าพลังแห่งความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเอง สามารถที่จะสร้างผลลัพธ์ทางบวกอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นประการแรกสำหรับตัวคุณเอง เพราะผู้หญิงไทยถึงร้อยละ 79 เผยว่า ความพอใจในความงามของตนเองทำให้มีความสุขมากขึ้น ประการที่สองความมั่นใจจะเป็นพลังบวกที่ช่วยให้คนรอบข้างของทุกคนมีความสุข และยิ่งไปกว่านั้น โดฟยังเชื่อว่า พลังแห่งความมั่นใจในรูปลักษณ์ของทุกคน ยังสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

                          ด้าน "แอ้ม" ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ เซเลบริตี้สาวสุขภาพดี เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เผยว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจในตนเองมากที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการวิ่งครั้งนี้ ทำให้มีกำลังใจที่จะออกกำลังกายสม่ำเสมอต่อไป เพราะส่วนตัวก็เป็นคนรักสุขภาพมาก โดยจะตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อไปออกกำลังกายทุกเช้าก่อนเข้างานมาอย่างต่อเนื่อง เพราะแอ้มเชื่อว่า ถึงแม้เราจะไม่ได้ขาว หมวยในแบบที่คนไทยนิยม แต่เราก็สามารถดูดีได้ในแบบที่เราเป็นด้วยการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งสุขภาพร่างกายและความงาม รวมทั้งมีทัศนคติที่ดีต่อรูปลักษณ์ของเราเอง เพราะการมีความมั่นใจในคุณค่าและความงามของตนเองจากภายใน จะทำให้เราดูมีเสน่ห์มาถึงภายนอกได้

                          โดยงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.ศศิวิมล สมิตติพัฒน์ หรือ แซสซี่ นักมาราธอนเท้าเปล่า ที่ประสบความสำเร็จในการวิ่งเท้าเปล่าเป็นระยะทาง 10 กม.ในครั้งนี้ โดยกล่าวว่า มาร่วมงานวิ่งมาราธอนในครั้งนี้เพราะประทับใจกับคอนเซ็ปต์ของงาน เพราะเชื่อว่าตัวเราเองสามารถที่จะวิ่งเท้าเปล่าครบ 10 กม.ได้ แล้ววันนี้ก็ทำได้จริงๆ และที่สำคัญคือ ได้วิ่งไปพร้อมๆ กับผู้หญิงอีกหลายคนที่ต่างมีพลังด้านบวกในการชื่นชมและศรัทธาต่อตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านรูปลักษณ์หรือความสามารถ หรือตัวตนของคุณคือสิ่งที่คุณคิด ดังนั้นสำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเอง เราต้องเริ่มจากการมองเห็นตัวเองในด้านดีก่อน เพราะคำจำกัดความของความงามขึ้นอยู่กับการนิยามของแต่ละคน ซึ่งผู้หญิงทุกคนล้วนแล้วแต่มีความงามในแบบของตนเอง ขอแค่คุณมั่นใจในแบบที่คุณเป็นโดยไม่ต้องคำนึงถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ของใคร